Views
จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี
สารบัญ |
[แก้ไข] กายภาพบำบัด
กายภาพบำบัด คือ การกระทำต่อมนุษย์เกี่ยวกับการตรวจประเมิน การวินิจฉัย การบำบัดความบกพร่องของร่างกาย ซึ่งเกิดเนื่องจากภาวะชองโรค หรือการเคลื่อนไหวที่ไม่ปกติ การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันการแก้ไข และการฟื้นฟูความเสื่อมสภาพ ความพิการ ของร่างกายและจิตใจ ด้วยวิธีการทางกายภาพบำบัดหรือการใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่รัฐมนตรีประกาศให้เป็นเครื่องมือหรืออุปกรณ์กายภาพบำบัดโครงร่าง และกล้ามเนื้อ ระบบหัวใจ และหลอดเลือด ประสาทวิทยา กุมารเวชศาสตร์ เวชศาสตร์ผู้สูงอายุ สูตินรีเวชศาสตร์ เวชศาสตร์การกีฬา การยะศาสตร์(Ergonomic) และอื่นๆ ด้วยหลักความรู้วิชาการทางกายภาพบำบัดอย่างมีมาตรฐานและหลักจรรยาบรรณ แห่งวิชาชีพ โดยเป็นส่วนหนึ่งของบุคลากรทางการแพทย์นอกจากนี้กายภาพบำบัดจะปฏิบัติงานด้านส่งเสริมสุขภาพ และคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนทั่วไปและด้านการป้องกันความบกพร่องความผิดปกติ ข้อจำกัด และภาวะแทรกซ้อนในการเคลื่อนไหวตามสภาวะสุขภาพ ร่างกายปัญหาทางการแพทย์ เศรษฐกิจและสังคมตลอดจนวิถีความเป็นอยู่ของชุมชน
เครื่องมือทางกายภาพบำบัด
- เครื่องกำเนิดความร้อนด้วยคลื่นสั้น(Shortwave diathermy machine : SWD)
- เครื่องผลิตคลื่น เหนือเสียงเพื่อการรักษา, อัลตราซาวด์ (Ultrasonic diathermy machine : US)
- เครื่องผลิตกระแสกระตุ้นประสาทผ่านผิวหนัง (Transcutaneous nerve electrical stimulastion : TENS)
- เครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าสำหรับกระตุ้นเส้นประสาท และกล้ามเนื้อ (Electridal Stimulator : ES)
- เครื่องแช่ไขพาราฟีน(Paraffin ware bath Unit)
- เครื่องแช่แผ่นประคบร้อน และแผ่นประคบร้อน(Hydrocollator Unit and Hydrocllator Pack)
- เครื่องกดบีบสำหรับภาวะทางหลอดเลือด(Compressor Unit for vascular condition)
- เครื่องดึงกระดูกสันหลังไฟฟ้า(Electronic traction machine)
- เตียงปรับให้ตั้งตรงเพื่อฝึกยีน(Tilt table and tilt board)
รู้จักกายภาพบำบัด Physical Therapy
- กายภาพบำบัดเป็นวิชาชีพด้านการสาธารณสุข (ซึ่งทำงานร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์อื่น) เช่น แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร พยาบาล
- เป้าหมายของกายภาพบำบัดคือ ทำให้การทำให้ผู้รับบริการสามารถกลับไปดำเนินชีวิตตามปกติหรือใกล้เคียงปกติมากที่สุด
- งานกายภาพบำบัดมีแนวโน้มการขยายตัวอย่างมาก จากการที่ประชาชนและรัฐบาลให้ความสนใจในการดูแลรักษาสุขภาพด้วยตนเอง และการเพิ่มของประชากรวัยกลางคนและผู้สูงอายุ
นักกายภาพบำบัด (Physical Therapist)
- สำเร็จการศึกษาวิทยาศาสตร์บัณฑิตทางกายภาพบำบัด หลักสูตร ๔ ปี
- หลักสูตรการเรียนวิชาชีพกายภาพบำบัดเน้นการเรียนรู้การทำงานระบบร่างกายของมนุษย์ ทั้งในภาวะปกติ และผิดปกติ
งานของนักกายภาพบำบัดคือ
- ประเมินประวัติทางการแพทย์
- ทดสอบการทำงานของกล้ามเนื้อ เอ็น ข้อต่อ กระดูก ระบบประสาท ระบบการหายใจและระบบหัวใจและหลอดเลือด
- เพื่อวินิจฉัย และรักษา ปัญหาต่างๆของร่างกาย
- ให้คำแนะนำเพื่อป้องกันการเกิดปัญหาแทรกซ้อน
- ประเมินความสามารถและแก้ไขเพื่อให้ผู้ป่วยในการกลับไปใช้ชีวิตหรือทำงานได้เหมือนเดิม
- ให้คำแนะนำการปฏิบัติตัวเพื่อเพิ่มสมรรถภาพกายของทั้งผู้ป่วยและประชาชนทั่วไป
- นักกายภาพบำบัดจึงให้บริการประชาชนทุกเพศ วัย และสถานะ ทั้งในโรงพยาบาล คลินิกกายภาพบำบัด โรงเรียน สำนักงาน โรงงาน สนามกีฬา ศูนย์สุขภาพ ชุมนุมชน หรือที่บ้าน
ผู้รับบริการอาจถูกส่งมาปรึกษาจากแพทย์ทุกสาขา หรือมาปรึกษานักกายภาพบำบัดโดยตรง นอกจากนั้น นักกายภาพบำบัดยังเข้าไปในชุมชนหรือสถานที่ทำงานเพื่อให้บริการแก่ผู้รับบริการโดยตรงด้วย
การรักษาทางกายภาพบำบัดในผู้ป่วย
- รักษาด้วยความร้อน ความเย็น คลื่นไฟฟ้า คลื่นแสง และคลื่นแม่เหล็กชนิดต่างๆ โดยนักกายภาพบำบัดต้องทำการวิเคราะห์ว่า กรณีผู้ป่วยใดจะต้องการการรักษาประเภทใด มากน้อยเท่าใด
- รักษาด้วยมือ โดยวิธีการนวด ดัด ดึง ด้วยเทคนิคพิเศษซึ่งปรับตามส่วนของร่างกายที่รักษา และอาการของผู้ป่วย
- รักษาด้วยการบริหารร่างกาย โดยนักกายภาพบำบัดต้องทำการวิเคราะห์ว่าอาการที่ผู้ป่วยเป็นนั้น มีสาเหตุการความบกพร่องของกระดูก กล้ามเนื้อ หรือ ระบบประสาทส่วนใด และออกแบบท่าการบริหารกายให้เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละคน
- เลือกชนิดและสอนการใช้เครื่องช่วยเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเคลื่อนไหว และทำกิจวัตรประจำวันต่างๆได้ด้วยตนเอง
ภาวะโรคที่สามารถรับการรักษาทางกายภาพบำบัด
- โรคระบบกระดูกกล้ามเนื้อและข้อต่อ เช่น ผู้ป่วยกระดูกหัก ข้อต่อติด บาดเจ็บกล้ามเนื้อและเอ็นจากเล่นกีฬาหรือการใช้งานผิดท่า ท่าทางในการทำงานและชีวิตประจำวันที่ผิด ข้อเสื่อม โดยจะเป็นผู้ป่วยที่มาพบด้วยอาการปวด หรือเคลื่อนไหวส่วนต่างๆไม่ได้ปกติ
- โรคระบบประสาท จากโรคหรืออุบัติเหตุของ สมอง ไขสันหลัง หรือเส้นประสาท
- ผู้ป่วยจะมาด้วยอาการ อัมพาตครึ่งซีก อัมพาตครึ่งท่อน กล้ามเนื้ออ่อนแรง ชา
- โรคระบบหัวใจและระบบหายใจ ผู้ป่วยมีประสิทธิภาพการหายใจลดลง จากโรคหรือการผ่าตัดปอดหลอดลมหรือหัวใจ ฟื้นฟูสมรรถภาพในภาวะเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจตีบ
- โรคทางเด็ก ผู้ป่วยเด็กสมองพิการและเด็กที่มีปัญหาของพัฒนาการ ซึ่งจะต้องการการกระตุ้นให้ร่างกายเคลื่อนไหวได้อย่างถูกต้อง
- ผู้สูงอายุ ซึ่งมีความเสื่อมของระบบต่างๆของร่างกาย จึงต้องการวิธีการรักษาเฉพาะเพื่อชะลอความเสื่อม และคงสมรรถภาพกาย
- หญิงมีครรภ์ และโรคทางสตรีอื่นๆ ตั้งแต่ในระยะตั้งครรภ์ ระหว่างคลอดและหลังคลอด ซึ่งร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก จนอาจมีอาการของระบบกระดูกกล้ามเนื้อ การหายใจและอื่นๆได้
- โรคอื่นๆ เช่น ผู้ป่วยที่ถูกไฟลวก ผู้ป่วยโรคเรื้อน ผู้ป่วยหลังผ่าตัด เต้านม ซึ่งจะมีปัญหาเฉพาะที่ต้องการวิธีการรักษาที่ต่างกันไป
งานกายภาพบำบัดนอกโรงพยาบาล
- การวิเคราะห์ความเหมาะสมของท่าทาง สถานที่ และวิธีการทำงาน และให้คำแนะนำเพื่อป้องกันการเกิดปัญหาของร่างกายจากความไม่เหมาะสมของภาวะงาน ทั้งในสำนักงาน โรงงานอุตสาหกรรม และสถานที่ทำงานอื่นๆ
- ให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการออกกำลังกายและการดูแลสุขภาพอย่างถูกต้องเหมาะสมกับเพศ วัย อายุ และพื้นฐานร่างกาย ในศูนย์สุขภาพ สปา และสถานที่ออกกำลังกายต่างๆ
- ดูแลนักกีฬาหลังการบาดเจ็บ ตั้งแต่ในสนามกีฬา และฟื้นฟูสภาพนักกีฬาหลังบาดเจ็บเพื่อให้สามารถกลับไปฝึกซ้อมและแข่งขันได้อย่างเร็วที่สุด
- ให้บริการการรักษาทางกายภาพบำบัดในคลินิกเฉพาะกายภาพบำบัด ซึ่งมีเพิ่มขึ้นมากตามความต้องการของประชาชนในปัจจุบัน
- ดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยเรื้อรังอื่นๆในสถานพักฟื้น ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพ และชุมชนบ้านพักพิเศษ เช่นบ้านพักคนชรา ศูนย์ฟื้นฟูคนงานที่ได้รับบาดเจ็บจากการทำงาน สถานพักฟื้นทั้งของรัฐและเอกชน
- ให้การรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยหลังออกจากโรงพยาบาลหรือศูนย์ฟื้นฟู โดยไปทำการรักษาที่บ้านผู้ป่วย รวมทั้งการจัดสภาพแวดล้อมเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถช่วยเหลือตัวเองได้มากที่สุด
- สำรวจและดูแลการพัฒนาการของเด็ก ทั้งในศูนย์ดูแลเด็กอ่อน เด็กเล็ก และในโรงเรียน ทั้งโรงเรียนปกติ และโรงเรียนพิเศษ
กายภาพบำบัดในประเทศไทย
- เริ่มครั้งแรกหลังสงครามโลกครั้งที่สอง โดยพลตรีนายแพทย์ขุนประทุมโรคประหาร ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า รักษาผู้ป่วยด้วยธาราบำบัด หรือการรักษาด้วยน้ำ
- ปี พ.ศ. ๒๔๙๒ ศาสตราจารย์นายแพทย์เฟื่อง สัตย์สงวนหัวหน้าหน่วยศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์ ได้เริ่มงานกายภาพบัดขึ้นที่โรงพยาบาลศิริราช
- ปี พ.ศ. ๒๕๐๗ เกิดภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์และกายภาพบำบัด
- ปี พ.ศ. ๒๕๐๘ เกิดโรงเรียนกายภาพบำบัดแห่งแรก
- ปัจจุบันมีนักกายภาพบัดที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะในประเทศไทยประมาณ คน
- ปัจจุบันมี สถาบันซึ่งผลิตบัณฑิตกายภาพบำบัดระดับปริญญาตรีในประเทศไทย ได้แก่
- ๑. มหาวิทยาลัยมหิดล
- ๒. มหาวิทยาลัยขอนแก่น
- ๓. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
- ๔. มหาวิทยาลัยรังสิต
- ๕. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- ๖. มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
- ๗. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
- ๘. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- ๙. มหาวิทยาลัยนเรศวร
การศึกษากายภาพบำบัดระดับหลังปริญญา
- เพื่อผลิตนักกายภาพบัดผู้ชำนาญเฉพาะทาง อาจารย์ นักวิจัย และผู้บริหารทางกายภาพบำบัด
- ระดับประกาศนียบัตรด้านการรักษาด้วยการดัดดึง เปิดสอนที่มหาวิทยาลัยมหิดล
- ระดับประกาศนียบัตรด้านผู้ป่วยในระบบประสาท เปิดสอนที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
- ระดับปริญญาโท เปิดสอนใน ๒ สถาบัน ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัยขอนแก่น
- ระดับปริญญาเอก เปิดสอนหลักสูตรนานาชาติที่ มหาวิทยาลัยมหิดล
[แก้ไข] กายภาพบำบัดคืออะไร
กายภาพบำบัดคือ วิชาชีพสาขาหนึ่งทางการแพทย์และสาธารณสุข ซึ่งเกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพของประชาชน ทั้งในแง่ของการส่งเสริม, ป้องกัน, รักษาและฟื้นฟูสุขภาพร่างกายและจิตใจโดยใช้วิธีตามหลักวิทยาศาสตร์และการใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ทางกายภาพบำบัดโดยมีเป้าหมายให้ประชาชนมีสุขภาพและมีความสามารถในกาทำงานของร่างกายอย่างเต็มที่
กายภาพบำบัด คือ การกระทำในการช่วยเหลือผู้ป่วยเพื่อบำบัด ป้องกัน แก้ไข และฟื้นฟูการเสื่อมสมรรถภาพ หรือความพิการของร่างกาย หรือจิตใจ ด้วยวิธีการทางกายภาพบำบัด ซึ่งได้แก่ การดัด การดึง การประคบ การนวด การบริหารร่างกาย หรืออวัยวะส่วนหนึ่งส่วนใดของผู้ป่วย ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการกระทำด้วยวิธีการต่างๆ ดังกล่าว ตามหลักวิทยาศาสตร์ หรือการกระทำอื่นที่รัฐมนตรีประกาศเป็นวิธีการทางกายภาพบำบัด หรือการใช้เครื่องมืออุปกรณ์ตามหลักวิทยาศาสตร์ที่รัฐมนตรีประกาศเป็นเครื่องมือกายภาพบำบัด
[แก้ไข] กายภาพบำบัดเรียนอะไร
[แก้ไข] โครงสร้างหลักสูตรทางกายภาพบำบัด
เป็นโครงสร้างหลักสูตรทางสายวิทยาศาสตร์การแพทย์ซึ่งมีคุณวุฒิปริญญาตรี จำนวนหน่วยกิตรวมทั้งสิ้น 145 หน่วยกิต ดำเนินการสอนหลักสูตรไม่ต่ำกว่า 4 ปีการศึกษา ในช่วงปีแรกศึกษาวิชาพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เช่น ชีววิทยา, เคมี, แคลคูลัสและวิชาทางสังคมศาสตร์, มนุษยศาสตร์, ภาษาอังกฤษและคอมพิวเตอร์ ปี 2 - 4 ศึกษาในหมวดวิชาชีพเช่น กายวิภาคศาสตร์, สรีรวิทยา, พยาธิวิทยา, ประสาทกายวิภาคศาสตร์, หลักพยาบาลเบื้องต้น ตลอดจนวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหว, การนวด ดัด ดึง , การออกกำลังกายเพื่อการรักษา, การรักษาและการวินิจฉัยด้วยไฟฟ้า, ตัวกระทำทางฟิสิกส์ในการรักษาและกายภาพบำบัดสำหรับผู้ป่วยในภาวะต่างๆ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการทำวิจัยก่อนจบการศึกษาระดับปริญญาตรีอีกด้วย
[แก้ไข] เมื่อสำเร็จการศึกษา
นิสิตจะได้รับปริญญาบัณฑิต ( กายภาพบำบัด ) วท.บ. ( กายภาพบำบัด) และได้รับใบประกอบโรคศิลป์หลังจากยื่นคำขอแล้ว ก็สามารถที่จะเข้าทำงานในตำแหน่งต่างๆและศึกษาดังต่อไปนี้
- นักกายภาพบำบัดในโรงพยาบาลของรัฐและเอกชน
- นักกายภาพบำบัดประจำคลินิคกายภาพบำบัด
- นักกายภาพบำบัดประจำศูนย์ส่งเสริมสมรรถภาพร่างกาย (Fitness- Center)
[แก้ไข] การศึกษาต่อ
ปริญญาโททั้งสาขากายภาพบำบัด, สรีรวิทยา, วิทยาศาสตร์การกีฬา เป็นต้น ในมหาวิทยาลัยทั้งในประเทศไทย เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นต้น และมหาวิทยาลัยในต่างประเทศเช่น ออสเตรเลีย ปริญญาเอกสาขากายภาพบำบัดในต่างประเทศ เช่น อังกฤษ, สหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย, สวีเดน เป็นต้น ส่วนในประเทศไทยนั้นเปิดรับรับนักศึกษาเมื่อปีการศึกษา 2545 ที่มหาวิทยาลัยมหิดล
นักกายภาพบำบัด (Physical therapist) หมายถึง ผู้ที่มีความรู้ ความสามารถในการประเมินผลและให้การบำบัด ทางกายภาพ พัฒนาความ แข็งแรงของกล้ามเนื้อในการทรงตัวแก้ไข การเคลื่อนไหว ของกล้ามเนื้อข้อ ต่อที่ยังทำหน้าที่ไม่ถูกต้อง รวมทั้งฝึก การใช้กายอุปกรณ์ เสริมหรือเทียม และเครื่องช่วยในการเคลื่อน ไหวให้แก่ ผู้ที่มีความบกพร่องทางร่างกาย
สำหรับบทบาทการดูแลรักษาทางกายภาพบำบัดในผู้ป่วยนั้น นักกายภาพบำบัดจะดูแลผู้ป่วยหลากหลายประเภท แบ่งได้คร่าวๆ คือ ผู้ป่วยทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ (musculoskeletal system) ระบบประสาท (neurological system) ระบบหัวใจและการไหลเวียน (cardiovascular system) ระบบการหายใจ (respiratory system) กายภาพบำบัดในผู้ป่วยเด็ก (pediatric physical therapy) ตัวอย่างผู้ป่วยที่นักกายภาพบำบัดดูแล เช่น ผู้ป่วยปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดกล้ามเนื้อ และอีกหลายๆ ปวด ผู้ป่วยอัพพฤกษ์ อัมพาต ทั้งแบบครึ่งซึก ครึ่งท่อน ทั้งตัว การดูแลผู้ป่วยโรคระบบหัวใจและไหลเวียนทั้งก่อนและหลังการผ่าตัด ผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับการหายใจ ผู้ป่วยเด็กสมองพิการ ผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บทางการกีฬา ฯลฯ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก











