Views
จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี

ร้อยเอ็ดอดีตเคยเป็นเมืองใหญ่รุ่งเรือง แล้วร้างไปเพราะภัยธรรมชาติจากน้ำท่วม ปัจจุบันเป็นเมืองแห่งบึงพลาญชัย และเป็นส่วนหนึ่งของทุ่งกุลาร้องไห้ที่มีชื่อเสียง ซึ่งมีเนื้อที่กว้างใหญ่ถึงสองแสนไร่เศษ บัดนี้กำลังได้รับการพัฒนาเพื่อให้เป็นแผ่นดินแห่งความอุดมสมบูรณ์ ร้อยเอ็ดอยู่ห่างจากรุงเทพฯ 509 กม. แบ่งการปกครองออกเป็น 13 อำเภอ กับ 2 กิ่งอำเภอ
สารบัญ |
[แก้ไข] ประวัติความเป็นมา : จังหวัดร้อยเอ็ด
[แก้ไข] ประวัติความเป็นมา
ร้อยเอ็ดเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่กึ่งกลางของภาคอีสานมานานกว่า 200 ปี อดีตเคยเป็นเมืองใหญ่ที่รุ่งเรืองมาก ชื่อว่า สาเกตุนคร มีประตูเข้าเมือง 11 ประตู เมืองขึ้น 11 เมือง แต่ปัจจุบันได้มีการพัฒนาในด้านต่าง ๆ มากมาย เมืองร้อยเอ็ดเป็นเมืองแห่งบึงพลาญชัย และมีส่วนหนึ่งของทุ่งกุลาร้องไห้ ที่มีชื่อเสียง ซึ่งมีเนื้อที่กว้างใหญ่ถึงสองล้านไร่เศษ ขณะนี้กำลังได้รับการพัฒนาเพื่อให้แผ่นดินแห่งความอุดมสมบูรณ์จนแทบจะหาร่องรอยแห่งอดีตไม่พบ
ประวัติศาสตร์ของเมืองร้อยเอ็ดเริ่มปรากฎขึ้นในราวสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย โดยมีเจ้าลาวจากนครจัมปาศักดิ์เดินทางมาตั้งบ้านเรือนในบริเวณที่เป็นอำเภอสุวรรณภูมิในปัจจุบัน ต่อมาได้มาพึ่งพระบรมโพธิสมภารสมเด็จพระบรมราชาที่ 3 แห่งกรุงศรีอยุธยา ในสมัยสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีได้ย้ายเมืองใหม่มาตั้งที่บริเวณเมืองร้อยเอ็ดปัจจุบัน ส่วนเมืองสุวรรณภูมิเดิมก็ยังคงมีอยู่ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 เจ้าอนุวงศ์เวียงจันทน์คิดกบฎต่อกรุงเทพฯ ได้ยกทัพเข้ามาตีหัวเมืองรายทางจนถึงนครราชสีมา แต่ก็ถูกทัพไทยตีแตกพ่ายไปในที่สุด
นอกจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์แล้ว ยังพบหลักฐานของโบราณคดีแสดงการอยู่อาศัยของคนมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์เช่นกันและรวมทั้งเคยเป็นดินแดนที่อยู่ในเขตอิทธิพลของอาณาจักรขอมโบราณ มีโบราณสถานที่พบหลายแห่ง เช่น กู่พระโกนา กู่กาสิง ปรางค์กู่
[แก้ไข] อาณาเขตติดต่อ
- ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอกมลาไสย อำเภอกุฉินารายณ์ อำเภอร่องคำ จังหวัดกาฬสินธุ์ และอำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร
- ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ และอำเภอราศีไศลจังหวัดศรีสะเกษ
- ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอเมือง อำเภอเลิงนกทา อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร
- ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอเมือง อำเภอวาปีปทุม และอำเภอพยัคฆภูมิพิสัยจังหวัดมหาสารคาม
[แก้ไข] ลักษณะภูมิศาสตร์
ภูมิประเทศเป็นที่ราบสูง มีภูเขาเฉพาะทางตอนเหนือสุดของจังหวัด มีภูสิงห์กั้นระหว่างอำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ กับกิ่งอำเภอเมยวดี เป็นเทือกเขาที่ติดต่อกับภูพาน ภูเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดร้อยเอ็ดคือ ภูหินเหล็กไฟ สูงประมาณ 510 เมตร พื้นที่นอกนั้นส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูง ดินร่วนปนทราย ทางตอนใต้ของจังหวัดมีทุ่งกว้างใหญ่ที่สุดในประเทศไทย คือทุ่งกุลาร้องไห้ ป่าไม้ส่วนมากเป็นป่าไม้เบญจพรรณ
แม่น้ำสำคัญคือแม่น้ำชี ซึ่งไหลมาจากภูเขาพญาฝ่อในเทือกเขาเพชรบูรณ์ ส่วนที่อยู่ในจังหวัดชัยภูมิ แล้วไหลผ่านจังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด เข้าเขตจังหวัดยโสธร ไหลลงสู่แม่น้ำมูล นอกจากนี้ก็มีแม่น้ำมูล ลำเสียวใหญ่ ลำพลับพลา
[แก้ไข] งานประเพณี
ประเพณีกินข้าวปุ้นบุญผะเหวด เริ่มจัดขึ้นเมื่อปี 2534 และจะจัดเป็นประจำทุกปี ในวันที่ 1-2 มีนาคมของทุกปี ณ บริเวณสวนสมเด็จฯ และบึงพลาญชัย บุญผะเหวด หรือทางภาคกลางเรียกว่า บุญมหาชาติ นิยมจัดในช่วงเดือนสี่ เป็นงานบุญที่พระเทศน์มหาเวสสันดรชาดก เรียกการเทศน์นี้ว่าเทศน์มหาชาติ มีการแห่ขบวนผะเหวด 13 ขบวนตาม กัณฑ์เทศน์มหาชาติจากอำเภอและหน่วยงานต่าง ๆ
- ประเพณีการแข่งเรือ เป็นงานประเพณีที่สำคัญของจังหวัดร้อยเอ็ด โดยจัดให้มีขึ้นทุกปี ที่บึงพลาญชัยในราวปลายเดือนธันวาคม
- ประเพณีแห่เทียนพรรษา จัดขึ้นในวันอาสาฬหบูชาของทุกปี ณ บริเวณสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ โดยขบวนแห่ต้นเทียนแต่ละวัด ซึ่งได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามด้วยดอกไม้สีสวยสดและสวยงามจะเคลื่อนขบวนจากคุ้มต่าง ๆ ผ่านตลาดไปยังบริเวณหน้าศาลาจัตุรมุขในบริเวณสวนสมเด็จ พระศรีนครินทร์ เพื่อร่วมประกวดต้นเทียนและขบวนแห่ต้นเทียน ซึ่งมีการรำเซิ้งแบบอีสานประกอบด้วย
- ประเพณีบุญบั้งไฟ จัดตามอำเภอต่าง ๆ ภายในจังหวัด ช่วงเดือนหกถึงเดือนเจ็ด มีขบวนแห่บั้งไฟซึ่งจัดอย่างสวยงาม แสดงถึงประเพณีและวัฒนธรรมพื้นบ้าน โดยเฉพาะที่อำเภอพนมไพร และอำภอสุวรรณภูมิ มีขบวนแห่ที่จัดอย่างยิ่งใหญ่ไม่แพ้ระดับจังหวัด ประชาชนภายในจังหวัดและจังหวัดข้างเคียงได้เดินทางมาชมเป็นจำนวนมาก
[แก้ไข] สถานที่สำคัญและสถานที่ท่องเที่ยว
- บึงพลาญชัย เป็นเกาะกลางบึงน้ำขนาดใหญ่ที่อยู่กลางเมืองร้อยเอ็ด ซึ่งถือเป็นสัญญลักษณของจังหวัดนี้ แต่เดิมบึงนี้ตื้นเขินมาก พอถึงสมัยของพระยาสุนทรเทพกิจจาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด จึงได้ขอความร่วมมือจากประชาชนขุดบึงนี้ให้ลึกลงไป แล้วนำดินที่ขุดได้มาถมรอบ ๆ บึง
- วนอุทยานผาน้ำย้อย (พุทธอุทยานอีสาน) อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของอำเภอหนองพอก มีระยะทางจากตัวเมือง 62 กม. ผาน้ำย้อยเป็นผาหินขนาดใหญ่ที่มีน้ำไหลซึมอยู่ตลอดปี มีที่ตั้งบนภูเขาเขียวด้วยพื้นที่ประมาณ 20,000 ไร่
- กู่พระโกนา อยู่ที่บ้านกูนา ตำบลสะดู ห่างจากตัวเมือง 74 กม. ตามทางสายร้อยเอ็ดสุรินทร์ เป็นปรางค์ขอมที่สร้างอยู่บนเนิน มีกำแพงก่อด้านศิลาแลง ภายในมีปรางค์ 3 องค์ เชื่อกันว่าสร้างขึ้นในสมัยลพบุรี
- ปรางค์กู่หรือปราสาทหนองกู่โบราณสถานสร้างด้วยศิลาแลง เป็นกลุ่มอาคารที่มีลักษณะแบบเดียวกันกับอโรคยาศาล นับว่ายังคงสภาพเดิมพอควร ปรางค์กู่ตั้งอยู่ที่บ้านยางกู่ห่างตัวเมือง 8 กม. ตามทางสายร้อยเอ็ดยโสธร ใกล้กับค่ายลูกเสือพลาญชัย
- โบราณสถานที่อำเภอพนมไท อำเภอนี้เคยเป็นเมืองเก่าแก่มาก่อนเช่นเดียวกับสุวรรณภูมิ มีโบราณสถานอยู่มากมาย เช่น กู่บ้านกุดไอ กู่กุบมรุเจดีย์ และมีเจดีย์อีกหลายแห่งที่ตำบลบ้านกุดอึ้ง
- วัดสระทองหรือวัดบึงพลาญชัย ภายในเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อพระสังกัจจายน์ เจ้าเมืองคนแรกได้พบพระองค์นี้ จึงนำมาประดิษฐานที่วัดสระทอง และยกให้เป็นพระคู่บ้านคู่เมือง ในอดีตข้าราชการทุกคนต้องมาสาบานตนต่อหน้าหลวงพ่อว่าจะซื่อสัตย์ต่อบ้านเมือง
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
- การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. “คู่มือ ไทยเที่ยวไทย”. กรุงเทพฯ : บริษัท ศรีบุญอุตสาหกรรม การพิมพ์ จำกัด (1988) จำกัด.
- “76 จังหวัดในเมืองไทย”: ดารุณีย์. (2541). . นนทบุรี : สำนักพิมพ์ธารบัวแก้ว
- “นิทาน 4 ภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” : สันห์ ภาวิต. (2539). . กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น















