.:: จันทรุปราคา - คลังปัญญาไทย ::. .:: คลังปัญญาไทย : PanyaThai.or.th ::.
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
จันทรุปราคา
 

จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี

Jump to: navigation, search
ภาพ:Lunar-Eclipse.jpg
ปรากฏการณ์ จันทรุปราคา หรือ ราหูอมจันทร์


          "จันทรุปราคา" หรือ "จันทรคราส" เกิดจากการที่ดวงจันทร์โคจรผ่านเข้าไปในเงาของโลก เราจึงมองเห็นดวงจันทร์ค่อย ๆ แหว่งมากขึ้น จนหมดลับดวงและโผล่กลับขึ้นมาอีกครั้ง อย่างที่คนสมัยโบราณเรียกว่า "ราหูอมจันทร์"

สารบัญ

[แก้ไข] การเกิดจันทรุปราคา

ภาพ:Lunar-Eclipse_2.jpg


         จันทรุปราคาจะเกิดขึ้นเฉพาะในคืนวันเพ็ญ 15 ค่ำ หรือคืนวันพระจันทร์เต็มดวง อย่างไรก็ตามปรากฏการณ์จันทรุปราคา มิสามารถเกิดขึ้นทุกเดือน เนื่องจากระนาบที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ และระนาบที่ดวงจันทร์โคจรรอบโลก มิใช่ระนาบเดียวกัน หากตัดกันเป็นมุม 5 องศา ดังนั้นโอกาสที่จะเกิดจันทรุปราคา จึงมีเพียงประมาณปีละ 1-2 ครั้ง โดยที่สามารถมองเห็นจากประเทศไทย เพียงปีละครั้ง


[แก้ไข] ปัจจัยในการเกิดจันทรุปราคา

ภาพ:Lunar-Eclipse_5.jpg


         จันทรุปราคาไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ เนื่องจากระนาบการโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์และระนาบการโคจรของดวงจันทร์รอบโลกทำมุมกัน 5 องศา ในการเกิดจันทรุปราคา ดวงจันทร์จะต้องอยู่บริเวณจุดตัดของระนาบวงโคจรทั้งสอง และต้องอยู่ใกล้จุดตัดนั้นมาก จึงจะเกิดจันทรุปราคาเต็มดวงหรือจันทรุปราคาบางส่วนได้

         ระยะห่างระหว่างโลกและดวงจันทร์มีผลต่อความเข้มของจันทรุปราคาด้วย นอกจากนี้ หากดวงจันทร์อยู่ในตำแหน่งที่ห่างจากโลกมากที่สุด (apogee) จะทำให้ระยะเวลาในการเกิดจันทรุปราคานานขึ้น ด้วยเหตุผล 2 ประการ คือ

         1. ดวงจันทร์จะเคลื่อนที่อย่างช้าๆ เพราะตำแน่งนี้เป็นตำแหน่งที่ดวงจันทร์เคลื่อนที่ช้าที่สุดตลอดการโคจรรอบโลก

         2. ดวงจันทร์ที่มองเห็นจากโลกจะมีขนาดเล็ก จะเคลื่อนที่ผ่านเงาของโลกไปทีละน้อย ทำให้อยู่ในเงามืดนานขึ้น ในทุกๆ ปีจะมีจันทรุปราคาเกิดขึ้นอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง หากเก็บสถิติการเกิดจันทรุปราคาแล้ว จะสามารถทำนายวันเวลาในการเกิดจันทรุปราคาครั้งต่อไปได้

         การสังเกตจันทรุปราคาแตกต่างจากสุริยุปราคา จันทรุปราคาส่วนใหญ่จะสามารถสังเกตได้จากบริเวณใดๆ บนโลกที่อยู่ในช่วงเวลากลางคืนขณะนั้น ขณะที่สุริยุปราคาจะสามารถสังเกตได้เพียงบริเวณเล็กๆ เท่านั้น

         หากขึ้นไปยืนอยู่บนพื้นผิวของดวงจันทร์ขณะที่เกิดจันทรุปราคาบนโลก ก็จะสามารถเห็นการเกิดสุริยุปราคาบนดวงจันทร์ได้ในเวลาเดียวกัน ทั้งนี้ เนื่องจากการที่โลกกำลังบังดวงอาทิตย์อยู่ในเวลานั้น


[แก้ไข] ตำแหน่งของดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์ ขณะเกิดจันทรุปราคา

ภาพ:Lunar-Eclipse_4.jpg
มิติสัมพันธ์ระหว่างดวงอาทิตย์ โลกและดวงจันทร์กับปรากฏการณ์จันทรุปราคา


         ถ้าทางโคจรของดวงจันทร์มาอยู่ในตำแหน่งตรงกันข้ามกับดวงอาทิตย์แล้ว โลกจะบังแสงสว่างที่ดวงอาทิตย์ส่องไปยังดวงจันทร์เสีย คงทอดแต่เงาดำมหึมาเคลื่อนไปทับดวงจันทร์ทำให้คนบนโลกมองเห็นดวงจันทร์เว้าแหว่งไป หรือไม่ก็ถูกบังลับหายไปทั้งดวง หรือไม่ก็ปรากฏเป็นวงแหวนแสงสว่างลอยอยู่บนท้องฟ้า


[แก้ไข] ประเภทของจันทรุปราคา

ภาพ:Lunar-Eclipse_3.jpg


[แก้ไข] จันทรุปราคาเงามัว

         เกิดขึ้นเมื่อดวงจันทร์เคลื่อนที่ผ่านเงามัวของโลก จันทรุปราคาเงามัว (Penumbral eclipse) นี้จะสังเกตเห็นได้ยากมาก เนื่องจากดวงจันทร์จะลดความสว่างลงเล็กน้อย คล้ายมีเมฆบางๆ มาบังดวงจันทร์

[แก้ไข] จันทรุปราคาเงามัวเต็มดวง

         เกิดขึ้นเมื่อดวงจันทร์เคลื่อนที่เข้าไปในเงามัวของโลกทั้งดวงแต่ไม่ได้เข้าไปอยู่ในบริเวณเงามืด ดวงจันทร์ด้านที่อยู่ใกล้เงามืดมากกว่าจะมืดกว่าด้านที่อยู่ไกลออกไป จันทรุปราคาลักษณะนี้เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก

[แก้ไข] จันทรุปราคาเต็มดวง

         เกิดขึ้นเมื่อดวงจันทร์เคลื่อนที่เข้าสู่เงามืดของโลกทั้งดวง ดวงจันทร์จะอยู่ภายใต้เงามืดของโลกนานเกือบ 107 นาที เนื่องจากดวงจันทร์เคลื่อนที่ด้วยอัตราเร็วประมาณ 1 กิโลเมตรต่อวินาที แต่หากนับเวลาตั้งแต่ดวงจันทร์เริ่มเคลื่อนเข้าสู่เงามืดจนออกจากเงามืดทั้งดวง อาจกินเวลาถึง 6 ชั่วโมง 14 นาที อย่างไรก็ตาม จันทรุปราคาเต็มดวง (Total lunar eclipse)นี้ ดวงจันทร์จะมืดลงมากแต่ไม่ดำสนิท บางครั้งจะเห็นดวงจันทร์เป็นสีแดง หรือที่เรียกว่า "พระจันทร์สีเลือด" ซึ่งการที่เรามองเห็นจันทรุปราคาเต็มดวงมีสีดังสีเลือดก็เนื่องมาจากโลกมีบรรยากาศห่อหุ้มอยู่ เมื่อเงาดำของโลกทอดไปทับดวงจันทร์ บรรยากาศบางส่วนที่ได้รับแสงสว่างจากดวงอาทิตย์จะสะท้อนแสงไปยังเงาดำนั้นบ้าง จึงทำให้เกิดแสงสลัวๆ ปรากฏขึ้น

[แก้ไข] จันทรุปราคาบางส่วน

         เกิดขึ้นเมื่อดวงจันทร์เคลื่อนที่ผ่านเงามืดของโลกเพียงบางส่วน


[แก้ไข] ลำดับการเกิดจันทรุปราคา

ภาพ:Lunar-Eclipse_7.jpg
ภาพถ่ายจันทรุปราคา ตั้งแต่เงาของโลกเริ่มบังดวงจันทร์(แถวบน) บังเต็มดวง(ภาพกลาง) จนกระทั่งสิ้นสุด(แถวล่าง)


         จันทรุปราคาเต็มดวงจะเริ่มต้นด้วยจันทรุปราคาบางส่วนก่อนเช่นเดียวกับการเกิดสุริยุปราคา คือเมื่อดวงจันทร์เข้าไปอยู่ในเงามืดของโลกหมดทั้งดวง ก็เรียกว่าเกิดจันทรุปราคาเต็มดวง เมื่อดวงจันทร์เริ่มออกจากเงามืด ดวงจันทร์ก็จะสว่างขึ้นทีละน้อยจนสว่างดังเดิม เมื่อดวงจันทร์ผ่านพ้นเงามืดของโลก ปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวงก็สิ้นสุดลง


[แก้ไข] การสัมผัสของดวงจันทร์กับโลก

ภาพ:Lunar-Eclipse_6.jpg


         การสัมผัสของดวงจันทร์กับโลกในขณะเกิดจันทรุปราคา มี 4 จังหวะด้วยกันคือ

[แก้ไข] สัมผัสทื่ 1 (First contact)

         เป็นจุดเริ่มต้นที่ดวงจันทร์เริ่มสัมผัสเงามืดของโลกครั้งแรก เมื่อขอบตะวันออกของดวงจันทร์สัมผัสเงามืดของโลกจะเริ่มเกิดจันทรุปราคาบางส่วน ดวงจันทร์จะแหว่งและลดความสว่างลง

[แก้ไข] สัมผัสที่ 2 (Second Contact)

         ดวงจันทร์จะสัมผัสเงามืดของโลกครั้งที่ 2 เป็นจังหวะที่ขอบตะวันตกของดวงจันทร์สัมผัสเงาโลก ในตำแหน่งเช่นนี้ดวงจันทร์ทั้งดวงจะอยู่ในเงามืดของโลก จึงเป็นการเริ่มต้นเกิดจันทรุปราคาเต็มดวง ดวงจันทร์จะมืดลงมาก แต่ไม่ดำสนิท การสัมผัสครั้งนี้จะกินเวลาประมาณครึ่งชั่วโมงจึงจะเต็มดวง

[แก้ไข] สัมผัสที่ 3 (Third Contact)

         เป็นจุดที่ดวงจันทร์สัมผัสเงามืดของโลกเป็นครั้งที่ 3 จะเป็นการสิ้นสุดการเกิดจันทรุปราคาเต็มดวง เริ่มมองเห็นขอบตะวันออกของดวงจันทร์สว่างขึ้น กลายเป็นจันทรุปราคาบางส่วน

[แก้ไข] สัมผัสที่ 4 (Fouth Contact)

         เป็นจุดสิ้นสุดของการเกิดจันทรุปราคาบางส่วน ดวงจันทร์จะผ่านพ้นเงามืดของโลกหมดดวง ดวงจันทร์จะสว่างขึ้นดังเดิม


[แก้ไข] ประมวลภาพการเกิดจันทรุปราคา

ภาพ:Lunar-Eclipse_8.jpg
ดวงจันทร์ถูกเงาของโลกบดบังหมดทั้งดวง ระหว่างการเกิดจันทรุปราคาเต็มดวง หรือ "ราหูอมจันทร์" ภาพนี้ ดวงจันทร์ปรากฏอยู่เบื้องหลังไม้กางเขนบนยอดโบสถ์ Michaela ในกรุงเวียนนา อิตาลี


ภาพ:Lunar-Eclipse_9.jpg
ดวงจันทร์ถูกเงาโลกบดบังขณะที่โลกอยู่ระหว่างดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์ในการเกิดจันทรุปราคาเต็มดวง 9 มกราคม 2544 ถ่ายจากเมือง Kiel ในเยอรมนี ดวงจันทร์เปลี่ยนสีจากสีเงินเป็นสีแดงในระหว่างปรากฏการณ์


ภาพ:Lunar-Eclipse_10.jpg
ภาพต่อเนื่องแสดงดวงจันทร์เพ็ญที่ค่อย ๆ ถูกเงาโลกกลืนกินระหว่างการเกิดจันทรุปราคา ถ่ายจากฮ่องกง ภาพซ้ายบนสุดถ่ายเมื่อเวลา 2.45 น. ตามเวลาท้องถิ่น (1.45 น. ตามเวลาในไทย) ภาพขวาล่าง ถ่ายเมื่อเวลา 4.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น (3.00 น. ตามเวลาในไทย)


ภาพ:Lunar-Eclipse_11.jpg
ดวงจันทร์ขณะถูกบังบางส่วน ปรากฏอยู่เบื้องหลังหอเอนปิซาในเมืองปิซา อิตาลี


ภาพ:Lunar-Eclipse_12.jpg
ดวงจันทร์ขณะถูกบังบางส่วน ปรากฏอยู่เบื้องหลังหอเอนปิซาในเมืองปิซา อิตาลี


ภาพ:Lunar-Eclipse_13.jpg
ดวงจันทร์ถูกบังไปบางส่วนเมื่อมองจากโลก ระหว่างการเกิดจันทรุปราคา 9 มกราคม 2544 จากกรุงเบรุต เลบานอน


ภาพ:Lunar-Eclipse_14.jpg
ดวงจันทร์ที่ถูกโลกบังไปครึ่งดวง ขณะที่จันทรุปราคาเริ่มต้นเหนือแฟรงค์เฟิร์ต เยอรมนี


ภาพ:Lunar-Eclipse_15.jpg
ภาพถ่ายสี่ภาพแสดงจันทรุปราคาที่มองเห็นได้จากแฟรงค์เฟิร์ต เยอรมนี ในระหว่าง 3 ชั่วโมงของปรากฏการณ์ ดวงจันทร์เปลี่ยนเป็นสีส้มขณะที่ถูกเงาของโลกบังไว้ทั้งดวง เนื่องจากแสงที่หักเหในบรรยากาศโลก


ภาพ:Lunar-Eclipse_16.jpg
ดวงจันทร์กำลังขึ้นเหนือกำแพงเมืองโบราณในเยรูซาเล็ม ในระหว่างการเกิดจันทรุปราคาเต็มดวง เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2544 จันทรุปราคาเกิดขึ้นเมื่อจันทร์เพ็ญผ่านเข้าไปในเงามืดของโลก



ขอขอบคุณข้อมูลจาก

-สมาคมดาราศาสตร์ไทย

-สารานุกรมดาราศาสตร์ออนไลน์

-โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย

-วิชาการดอทคอม

-โครงการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ

-วิกิพีเดีย

ภาพประกอบจากสำนักข่าวเอพีและรอยเตอร์

 
 
 
   Hosted by kapook.com