.:: ตีกลองร้องฎีกา - คลังปัญญาไทย ::. .:: คลังปัญญาไทย : PanyaThai.or.th ::.
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
ตีกลองร้องฎีกา
 

จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี

Jump to: navigation, search
ภาพ:ร้องทุกข์1.jpg

         การตีกลองร้องฏีกา เป็นการปกครองของไทยที่เก่าแก่ และควรศึกษาหาความเป็นมา ตั้งแต่สมัยการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ว่าเป็นมาอย่างไร ทำให้เราได้ความรู้เพิ่มเติมและเป็นประโยชน์ต่อตนเอง


[แก้ไข]
ตีกลองร้องฎีกา

ภาพ:ร้องทุกข์2.jpg

        ในอดีตรูปแบบการเมืองการปกครองของไทยที่เก่าแก่และยืนยาวที่สุดคือ ระบอบการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ซึ่งในสมัยสุโขทัยอำนาจสูงสุดหรืออำนาจอธิปไตย จะอยู่ที่พ่อขุนหรือพระมหากษัตริย์ เพียงพระองค์เดียว สำหรับสิทธิเสรีภาพ ของประชาชนในสมัยนั้นมีสิทธิเสรีภาพค่อนข้างกว้าง ไม่ว่าจะเป็นสิทธิเสรีภาพ ในเรื่องการค้า ทรัพย์สิน สิทธิ ในการรับมรดก และสิทธิเสรีภาพที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ สิทธิเสรีภาพในการร้องทุกข์ กล่าวคือที่ปากประตูเมืองจะมีกระดิ่งแขวนไว้ให้ประชาชน ที่มีปัญหาความทุกข์ร้อนข้องใจมาสั่นกระดิ่ง และเมื่อพ่อขุนรามคำแหงผู้เป็นเจ้าเมืองได้ยิน ก็จะเรียกมาถามและพิจารณาตัดสินหาความชอบธรรมให้ด้วยพระองค์เอง และนับตั้งแต่นั้นมา ได้กลายเป็นประเพณีที่ประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนทุกข์ยาก มีสิทธิที่จะทำฎีการ้องทุกข์มาทูลเกล้า ถวายพระมหากษัตริย์ ซึ่งสืบเนื่องครั้งแต่กรุงสุโขทัยมาจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ แม้ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจะเปลี่ยนไปเป็นประเพณี "ตีกลองร้องฎีกา" แทน แต่สาระสำคัญยังคงเดิม

        ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตยเมื่อปี พ.ศ. 2475พระมหากษัตริย์ได้ทรงลดสถานะมาอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ จึงเห็นได้ชัดว่า เมื่อมีการพัฒนาการเมืองการปกครอง ความใกล้ชิดระหว่างผู้มีอำนาจระดับสูงกับประชาชนมีความเหินห่างกันมากขึ้น อีกทั้งมีความสลับซับซ้อนในวิธีปฏิบัติทางการปกครองเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นกล่าวได้ว่าบทบาทในการแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชนนั้น พระมหากษัตริย์ มิได้ทรงแก้ไขโดยตรง การฎีการ้องทุกข์ที่มีจำนวนมากถูกส่งไปยังฝ่ายบริหารเป็นผู้ดำเนินการแก้ไขปัญหาต่างๆของประชาชนแทน


ขอขอบคุณข้อมูลจาก

 
 
 
   Hosted by kapook.com