.:: นางสาวไทย - คลังปัญญาไทย ::. .:: คลังปัญญาไทย : PanyaThai.or.th ::.
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
นางสาวไทย
 

จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี

Jump to: navigation, search
ภาพ:Miss2.jpg

        นางสาวไทย มีการประกวดครั้งแรกในวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2477 ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 โดยรัฐบาลได้จัดขึ้นในงานเฉลิมฉลองรัฐธรรมนูญ ภายในพระราชอุทยานสราญรมย์ ใช้ชื่อในการประกวดครั้งนั้นว่า นางสาวสยาม

สารบัญ

[แก้ไข] ความเป็นมาของนางสาวไทย

        การประกวดนางสาวไทยเสมือนเป็นกิจกรรมที่สืบทอดเจตนารมณ์ของรัฐบาลมาโดยตลอดทั้งนี้นับตั้งแต่ยุคที่ 1 และยุคที่ 2 เป็นกิจกรรมของทางราชการโดยหน่วยงานราชการ ผู้จัดและรับผิดชอบ คือ กองการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย การจัดการประกวดนางสาวไทยในสมัยนั้น มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้การประกวด เป็นสื่อด้านความบันเทิง ดึงดูดความสนใจ ให้ประชาชนมาเที่ยวงานเฉลิมฉลองรัฐธรรมนูญอันเป็นงานเผยแพร่อุดมการณ์ประชาธิปไตย

        ต่อมาในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงความ เป็นนายกรัฐมนตรี มีนโยบายต้องการส่งเสริมฐานะสตรีให้เท่าเทียมอารยประเทศ และมีบทบาทในการช่วยเหลือสังคม รัฐบาลในสมัยนั้น จึงใช้เวทีการประกวดนางสาวไทย เป็นสื่อในการสนับสนุนนโยบายรัฐนิยมของรัฐบาล โดยเฉพาะวิวัฒนาการการแต่งกายของสตรี โดยมีการเปลี่ยนแปลงด้านเครื่องแต่งกายของผู้เข้าประกวดนางสาวไทยในยุคแรก ดังนี้

  • พ.ศ. 2477 ผู้เข้าประกวดแต่งกายด้วยชุดไทยห่มสไบเฉียง นุ่งซิ่นยาวกรอมเท้า
  • พ.ศ. 2482 ผู้เข้าประกวดแต่งกายชุดเสื้อกระโปรงติดกัน ตัดเย็บด้วยผ้าไหมของไทย เสื้อเปิดหลัง กางเกง กระโปรงยาวถึงเข่า
  • พ.ศ. 2483 ชุดกีฬา กางเกงขาสั้น เสื้อแขนกุดเปิดหลัง
  • พ.ศ. 2493 ผู้เข้าประกวดสวมใส่ชุดว่ายน้ำในการประกวด

[แก้ไข] การประกวดนางสาวไทยสามารถแบ่งออกเป็น 5 ยุคได้แก่

[แก้ไข] ยุดที่ 1 พ.ศ. 2477 - พ.ศ. 2483 +ยุคที่ 2 พ.ศ. 2491 - พ.ศ. 2497+ยุคที่ 3 พ.ศ. 2507 - พ.ศ. 2515

        ยุคที่ 1 ( พ.ศ. 2477 – 2483 ) และยุคที่ 2 ( พ.ศ. 2491 – 2497 ) “ นางสาวสยาม ”การประกวดนางสาวไทยครั้งแรกได้เริ่มขึ้นในวันที่ 10 ธันวาคม 2477 ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 โดยรัฐบาลได้จัดขึ้นในงานเฉลิมฉลองรัฐธรรมนูญภายในพระราชอุทยานสราญรมย์ ใช้ชื่อในการประกวดครั้งนั้นว่า “ นางสาวสยาม ”

        การประกวดนางสาวไทยเสมือนเป็นกิจกรรมที่สืบทอดเจตนารมณ์ของรัฐบาลมาโดยตลอดทั้งนี้นับตั้งแต่ยุคที่ 1 และยุคที่ 2 เป็นกิจกรรมของทางราชการโดยหน่วยงานราชการผู้จัดและรับผิดชอบ คือกองการต่างประเทศกระทรวงมหาดไทย การจัดการประกวดนางสาวไทยในสมัยนั้น มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้การประกวดเป็นสื่อด้านความบันเทิง ดึงดูดความสนใจให้ ประชาชนมาเที่ยวงานเฉลิมฉลองรัฐธรรมนูญ อันเป็นงานเผยแพร่อุดมการณ์ประชาธิปไตย

        ต่อมาในสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี มีนโยบายต้องการส่งเสริมฐานะสตรีให้เท่าเทียมอารยประเทศและมีบทบาทในการช่วยเหลือสังคม รัฐบาลในสมัยนั้นจึงใช้เวทีการประกวดนางสาวไทยเป็นสื่อในการสนับสนุนนโยบายรัฐนิยมของรัฐบาล โดยเฉพาะวิวัฒนาการการแต่งกายของสตรีโดยมีการเปลี่ยนแปลงด้านเครื่องแต่งกายของผู้เข้าประกวดนางสาวไทยในยุคแรก ดังนี้

  • พ.ศ. 2477 ผู้เข้าประกวดแต่งกายด้วยชุดไทยห่มสไบเฉียง นุ่งซิ่นยาวกรอมเท้า
  • พ.ศ. 2482 ผู้เข้าประกวดแต่งกายชุดเสื้อกระโปรงติดกัน ตัดเย็บด้วยผ้าไหมของไทย เสื้อเปิดหลัง กางเกง กระโปรงยาวถึงเข่า
  • พ.ศ. 2483 ชุดกีฬา กางเกงขาสั้น เสื้อแขนกุดเปิดหลัง
  • พ.ศ. 2493 ผู้เข้าประกวดสวมใส่ชุดว่ายน้ำในการประกวด

        ในยุคที่ 1 ประเทศไทยมีผู้ได้รับเลือกเป็น “ นางสาวสยาม ” จำนวน 5 คน และ “ นางสาวไทย ” จำนวน 2 คน เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขครั้งที่ 1 ว่าด้วยนามของประเทศ พ.ศ. 2482 กำหนดเรียกนามของประเทศว่าประเทศไทย ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายอื่นใด ซึ่งใช้คำว่า “ สยาม ” ให้ใช้คำว่า “ ไทย ” แทน ดังนั้นการประกวด “ นางสาวสยาม ” จึงเปลี่ยนมาใช้การประกวด “ นางสาวไทย ” นับตั้งแต่ พ.ศ. 2482

        การจัดการประกวดนางสาวไทยในยุคที่ 2 ได้ดำเนินการต่อเนื่องจากปี พ.ศ. 2493 – 2497 เป็นปีสุดท้ายที่ รัฐบาลเป็นผู้มีบทบาทในการจัดการประกวด เนื่องจากการประกวดนางสาวไทยได้ถูกยกเลิกการจัดไปพร้อมกับงานเฉลิมฉลองรัฐธรรมนูญ

[แก้ไข] ยุคที่ 4 พ.ศ. 2527 - พ.ศ. 2542 +ยุคที่ 5 ยุคที่ 5 ( พ.ศ. 2543 เป็นต้นมา)

        ยุคที่ 4 (พ.ศ. 2527 – 2542)การจัดการประกวดนางสาวไทยในปีที่ผ่านมาสื่อมวลชนและเทคโนโลยีการสื่อสาร มีบทบาทโดยตรงต่อการประชาสัมพันธ์การจัดการประกวดนางสาวไทย ในยุคแรกสื่อมวลชนที่มีบทบาทในการประชาสัมพันธ์การประกวด ได้แก่ สื่อสิ่งพิมพ์ และวิทยุกระจายเสียง ในส่วนของทางสถานีโทรทัศน์นั้น เริ่มมีการถ่ายทอดสดการประกวดนางสาวไทยทางสถานีโทรทัศน์เป็นครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2508 ในงานวชิราวุธานุสรณ์ โดยสถานีโทรทัศน์ช่อง 4 และต่อมาในปี พ.ศ. 2510 สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 ซึ่งเป็นสถานีโทรทัศน์สีแห่งแรกของประเทศไทยได้ทำการทดลองแพร่ภาพถ่ายทอดสดให้ผู้ชมที่อยู่ต่างจังหวัดได้รับชมการประกวดนางสาวไทย

        ในปี 2526 บริษัทมิสยูนิเวิร์สซึ่งเป็นบริษัทจัดการประกวดนางงามจักรวาล ได้เดินทางมาดูสถานที่ในประเทศไทยเพื่อสำรวจความเป็นไปได้ในการจัดการประกวดนางงามจักรวาลขึ้นในประเทศไทย โดยในขณะนั้น คุณชาติเชื้อ กรรณสูต กรรมการผู้จัดการสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย ในพระบรมราชูปภัมถ์ จึงได้รื้อฟื้นการจัดขึ้นอีกครั้งในปี 2527 ในงานเทศกาลพัทยา ครั้งที่ 3 ณ เมืองพัทยา โดยสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 และด้วยความร่วมมือสนับสนุนกับการท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย

        การจัดการประกวดนางสาวไทยในยุคนี้ นับเป็นยุคแห่งการประชาสัมพันธ์ชื่อเสียงของประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อคัดเลือกสาวไทยเป็นตัวแทนไปประกวดนางงามจักรวาล

        ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาประเทศไทยมีนางสาวไทยมาแล้วถึง 36 คน โดยสตรีไทยผู้ได้รับตำแหน่งนางสาวไทยได้ปฏิบัติภาระกิจต่างๆเพื่อประชาสัมพันธ์ชื่อเสียงของประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักกับนานาประเทศ นับได้ว่าเวทีการประกวดนางสาวไทยเป็นเวทีแห่งเกียรติยศที่ทรงคุณค่าของสตรีไทย

        ยุคที่ 5 ( พ.ศ. 2543 เป็นต้นมา)ในยุคที่ 5 นี้ สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้มอบสิทธิ์ให้สถานีโทรทัศน์ไอทีวีเป็นผู้ดำเนินการจัดการประกวด โดยมีการพัฒนารูปแบบการจัดประกวดให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมปัจจุบันมากยิ่งขึ้น อาทิ การยกเลิกการใส่ชุดว่ายน้ำบนเวที, การใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการประมวลผลคะแนน, การวัดระดับ IQ และ EQ ตลอดจนการอบรมเพื่อเพิ่มพูนความรู้ประสบการณ์และความคิดริเริ่มแบบสร้างสรรค์ รวมทั้งการนำความสามารถพิเศษของผู้เข้าประกวดมาใช้ประกอบในการพิจารณาการตัดสิน นอกจากนี้ยังได้จัดให้มีการประกวดรอบคัดเลือกของภูมิภาคต่างๆ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้หญิงไทยทั่วประเทศได้มีโอกาสเข้าร่วมการประกวดอย่างทั่วถึง ในยุคนี้ผู้ที่ได้รับตำแหน่งนางสาวไทยจะเป็นผู้ดำรงตำแหน่ง “ ทูตวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ” ทำหน้าที่เผยแพร่วัฒนธรรมประเพณีของไทยให้ชาวต่างชาติได้รู้จักซึ่งต้องเดินทางไปยังสำนักงานของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยที่มีสำนักงานสาขาถึง 17 แห่งทั่วโลก รวมถึงการทำกิจกรรมต่างๆ ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยตามจังหวัดต่างๆ ภายในประเทศตลอดทั้งปี นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากองค์กรต่าง ๆ คือ สภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และจังหวัดต่างๆทั่วประเทศ

        ปัจจุบันสถานีโทรทัศน์ไอทีวีเปลี่ยนชื่อเป็น สถานีวิทยุโทรทัศน์ระบบยู เอช เอฟ (ทีไอทีวี) ภายใต้การดูแลของกรมประชาสัมพันธ์ ดังนั้นจึงเท่ากับว่า กรมประชาสัมพันธ์จะเป็นอีกองค์กรหนึ่ง ที่จะช่วยส่งเสริมบทบาทของนางสาวไทยในยุคที่ 5 ให้มีศักยภาพที่สูงยิ่งขึ้นจากเครือข่ายของกรมประชาสัมพันธ์ที่มีอยู่ทั่วประเทศ

[แก้ไข] นางสาวไทย ยุคที่ 1 (พ.ศ. 2477- พ.ศ. 2483)

        ในยุคที่ 1 ประเทศไทยมีผู้ได้รับเลือกเป็น "นางสาวสยาม" จำนวน 5 คน และ "นางสาวไทย" จำนวน 2 คน เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขครั้งที่ 1 ว่าด้วยนามของประเทศ พ.ศ. 2482 กำหนดเรียกนามของประเทศว่าประเทศไทย ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายอื่นใด ซึ่งใช้คำว่า "สยาม" ให้ใช้คำว่า "ไทย" แทน ดังนั้น การประกวด "นางสาวสยาม" จึงเปลี่ยนมาใช้การประกวด "นางสาวไทย" นับตั้งแต่ พ.ศ. 2482 รายนามนางสาวไทยยุคที่ 1 มีดังนี้

[แก้ไข] 1. พ.ศ. 2477 - กันยา เทียนสว่าง

ภาพ:Mi1.jpg

        นางสาวสยามคนแรกของประเทศไทย มีชื่อทางบ้านว่าลูซิล เพราะหน้าตาคล้ายฝรั่ง ได้รับการคัดเลือกให้เป็นนางสาวพระนคร ในรอบแรกก่อนจะคว้าตำแหน่งนางสาวสยาม ในรอบสุดท้าย แต่งงานกับ ดร.สุจิต หิรัญพฤกษ์ ปิดฉากชีวิตในวัยเพียง 46 ปี ด้วยโรคมะเร็งในมดลูก

[แก้ไข] 2. พ.ศ. 2478 - วณี เลาหเกียรติ

ภาพ:Mi2.jpg

        สาวน้อยวัย 16 ปี จากอำเภอบางรัก พระนคร ได้รับการคัดเลือกเป็นนางสาวพระนคร ในวันแรกของการประกวด ก่อนจะคว้ามงกุฎนางสาวสยามในวันสุดท้าย เริ่มการศึกษาที่โรงเรียนมาแตร์เดอี จบมัธยมปลายที่เซ็นฟรังซิลซาเวียร์ ไดรับการสวมมงกุฎโดยหม่อมกอบแก้ว อาภากร สมรสกับนายแพทย์มานิตย์ สมประสงค์

[แก้ไข] 3. พ.ศ. 2479 - วงเดือน ภูมิรัตน์

ภาพ:Mi3.jpg

        ธิดาของพระพิชัยบุรินทรา เจ้าเมืองสมุทรสาคร สำเร็จการศึกษาชั้นประถมจากโรงเรียนสตรีประจำจังหวัด เรียนด้านการเรือน การดอกไม้ และจัดโต๊ะอาหารทางไปรษณีย์ที่โรงเรียนภาณุทัต เข้าประกวดด้วยการจัดส่งของหนังสือพิมพ์สยามราษฎร์ และคว้าตำแหน่งในวัยเพียง ๑๕ ปี ต่อมาสมรสกับนายเทียน ฉายะวรรณ

[แก้ไข] 4. พ.ศ. 2480 - มยุรี วิชัยวัฒนะ

ภาพ:Mi4.jpg

        สาวงามตัวแทนของจังหวัดอยุธยา ด้วยความที่เป็นสาวน้อยดวงตาคมวงหน้าหวาน รอยยิ้มละมุน ผิวสีน้ำผึ้ง สมเป็นสตรีไทยอย่างแท้จริง "มยุรี" ได้รับการคัดเลือกเป็นนางสาวสยามคนที่ 4 ขณะอายุ 16 ปี เธอเป็นธิดาของช่างชุบทอง เกิดและเติบโต ย่านเสาชิงช้า เคยย้ายไปใช้ชีวิตอยู่แถวบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ บ้านเดิมของผู้เป็นมารดา จากนั้นอายุ 12 ปี เธอจึงย้ายกลับมายังพระนครอีกครั้งหนึ่ง ก่อนเข้าประกวดนางสาวสยาม จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมที่ ๑ หลังจากรับตำแหน่งนางสาวสยามไม่ครบปี มยุรีได้ เข้าพิธีสมรสกับ ร้อยโท อาจ เจริญศิลป์ มีบุตรธิดารวม 5 คน

[แก้ไข] 5. พ.ศ. 2481 - พิศมัย โชติวุฒิ

ภาพ:Mi5.jpg

        ได้รับคัดเลือกและตัดสินให้เป็นนางสาวสยาม คนที่ 5 ด้วยวัย 18 ปี ซึ่งขณะเข้าประกวดเธอมีความสวยเด่นมาแต่ต้น และมีความงามพร้อมกว่าปีก่อน จึงกำชัยชนะไปในที่สุดเธอเป็นบุตร คนสุดท้องของครอบครัวพี่น้องจำนวน 8 คน จบการศึกษาจากโรงเรียนราษฎร์วิทยา หลังจากครองตำแหน่งนางสาวสยามปีเศษ เธอได้เข้าพิธีสมรสกับ นายเล็ก ตันเต็มทรัพย์ ผู้มีอาชีพทนายความในขณะนั้นพิสมัย กำเนิดบุตรชาย 2 คน เธอมีชีวิตครอบครัวที่อบอุ่น และสมบูรณ์ ก่อนจะปิดฉากชิวิตลงด้วยวัย 67 ปี ด้วยโรคหัวใจ ในปีพ.ศ. 2531

[แก้ไข] 6. พ.ศ. 2482 - เรียม แพศยนาวิน

ภาพ:Mi6.jpg

        ได้รับคัดเลือกเป็นนางสาวไทยคนที่ 6 ของประเทศ ขณะนั้นเธอมีอายุเพียง 16 ปี เป็นบุตรสาวคนโตจากพี่น้องจำนวน 7 คน สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนมหัสดัมอิสลามวิทยาลัย หลังจากรับตำแหน่งนางสาวไทย กว่า 10 ปี จึงได้เข้าพิธีสมรสกับ เอช เอช ซุดพัตรา ชามา ลุลลาอิล ราชาแห่งรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย มีโอรสธิดารวม 4 องค์ เรียม หรือ รานีซุดพัตรา ชามาลุลลาอิล ตวนมาเรียม ถึงแก่อนิจกรรมอย่างกะทันหันด้วยโรคหัวใจวายเฉียบพลัน ในปี พ.ศ. 2529 สิริอายุรวม 64 ปี อนึ่งนับจากอดีตจนถึงปัจจุบันนี้ เรียม นับเป็นสาวมุสลิมเพียงคนแรก และคนเดียวเท่านั้นที่ได้ครองตำแหน่งนางสาวไทย

[แก้ไข] 7. พ.ศ. 2483 - สว่างจิตต์ คฤหานนท์

ภาพ:Mi7.jpg

        เป็นธิดาของ พันโท พระแกล้วกลางณรงค์ และ นางสาคร คฤหานนท์ ขณะรับตำแหน่งนางสาวไทยนั้นมีความรู้จบชั้นมัธยมบริบูรณ์ และเป็นนางสาวไทยที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อม ดังที่หญิงไทยพึงมีหลายประการ สว่างจิตต์ เข้าพิธีสมรสกับ เรืออากาศเอก ระริน หงสกุล มีบุตร ธิดารวม 3 คน ปัจจุบัน คุณหญิง สว่างจิตต์ หงสกุล ใช้ชีวิตอย่างสงบ ในวัย 82 ปีท่ามกลางลูกหลานอย่างมีความสุข

[แก้ไข] นางสาวไทย ยุคที่ 2 (พ.ศ. 2491 - พ.ศ. 2497)

        การจัดการประกวดนางสาวไทยในยุคที่ 2 ได้ดำเนินการต่อเนื่องจากปี พ.ศ. 2493 - พ.ศ. 2497 เป็นปีสุดท้ายที่รัฐบาลเป็นผู้มีบทบาทในการจัดการประกวด เนื่องจากการประกวดนางสาวไทยได้ถูกยกเลิกการจัดไปพร้อมกับงานเฉลิมฉลองรัฐธรรมนูญ

[แก้ไข] 8. พ.ศ. 2491 - ลัดดา สุวรรณสุภา

ภาพ:Mi8.jpg

        นางสาวไทยคนแรกในยุคที่ ๒ เป็นนางสาวไทยที่สื่อมวลชนบางฉบับ เรียกขานเธอว่า 'บุหงาปัตตานี' เนื่องจากเธอเข้าประกวดในนามของจังหวัดปัตตานี แม้ว่าแท้ที่จริงเธอจะเป็นชาวกรุงเทพฯ ก็ตาม ลัดดาครองตำแหน่งนางสาวไทยขณะอายุ 16 ปี เป็นธิดาของนายดิเรกข้าราชการนครบาลกรุงเทพฯ สำเร็จการศึกษาระดับชั้นมัธยม 4 จากโรงเรียนซางตาครูซ คอนแวนด์ 'ลัดดา' เข้าพิธีสมรสกับนายสนิท พุกประยูร มีบุตรชาย 2 คน

[แก้ไข] 9. พ.ศ. 2493 - อัมพร บุรารักษ์

ภาพ:Mi9.jpg

        อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ เธอเป็นบุตรสาวคนโตในจำนวน 7 คน ของ นายบุญส่ง ข้าราชการ อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย สำเร็จการศึกษาระดับชั้นมัธยม 6 จากโรงเรียนราษฎร์ประพันธ์กุล และได้รับการทาบทามของผู้ว่าราชการ ส่งเข้าประกวดในนามของจังหวัดเชียงราย นับเป็นนางสาวไทยคนที่ 9 ของประเทศไทย และเป็นเอื้องเหนือคนแรกที่ได้ครองตำแหน่งนางสาวไทย เธอได้รับตำแหน่งขณะอายุ 18 ปีต่อมาได้สมรสกับร้อยตำรวจตรี วิศิษฐ์ พัฒนานนท์ มีบุตรธิดารรวม 4 คน

[แก้ไข] 10. พ.ศ. 2494 - อุษณีย์ ทองเนื้อดี

ภาพ:Mi10.jpg

        นางสาวไทยคนที่ 10 ของประเทศไทย เธอเป็นบุตรีคนที่ 4 จากจำนวนพี่น้องรวม 8 คน สำเร็จการศึกษาระดับชั้นมัธยมจากโรงเรียนสายปัญญา เข้าประกวดนางสาวไทยในนามจังหวัดสมุทรสงคราม ขณะครองตำแหน่งนางสาวไทยเธอมีอายุ 18 ปีเต็ม โดยเข้าร่วมประกวดพร้อมกับพี่สาว นวลละออ ทองเนื้อดี ซึ่งผ่านเข้ารอบรองสุดท้ายในการประกวดปีเดียวกันของ อุษณีษ์ ความหมายที่มงคลต่อตัวเธอ อันมีความหมายว่า มงกุฎ มงกุฎของเธอซึ่งเป็นมงกุฎดิ้นเงินปักบนผ้ากำมะหยี่ ดังเช่นปีที่ผ่านมาและยังมีแหวนเพชรเสียบอยู่บนเรือนมงกุฎอีกด้วย อุษณีษ์เข้าพิธีสมรสกับร้อยโท ม.ร.ว. พงษ์ดิศ ดิศกุล มีบุตรธิดารวม 5 คน

[แก้ไข] 11. พ.ศ. 2495 - ประชิตร์ ทองอุไร

ภาพ:Mi11.jpg

        'ประชิตร์' เกิดและเติบโตแถวถนนรองเมือง กรุงเทพมหานคร บิดาเป็นนายตรวจสายไฟฟ้า กรมรถไฟ สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมต้น จากโรงเรียนโพธิทัต ได้รับการชักชวนจาก ภรรยาของหม่อมหลวงชูชาติ กำภู ซึ่งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมชลประทานในสมัยนั้น โดยเข้าร่วมประกวดนางสาวไทยในนาม กระทรวงเกษตราธิการ หรือกระทรวงการเกษตรและสหกรณ์ในปัจจุบัน ขณะได้รับตำแหน่งนางสาวไทย 'ประชิตร์' อายุ 18 ปี ด้วยรอยยิ้มอันงดงามบนใบหน้าอันคมคาย ทำให้เธอเป็นขวัญใจของวัยรุ่นในสมัยนั้นอย่างไร้ข้อกังขา และนับว่าเป็นนางสาวไทยของประชาชนอย่างแท้จริง

[แก้ไข] 12. พ.ศ. 2496 - อนงค์ อัชชวัฒนา

ภาพ:Mi12.jpg

        ครองตำแหน่งนางสาวไทยขณะอายุ 18 ปีเธอเป็นคนกรุงเทพฯ โดยกำเนิด เป็นบุตรสาวคนโตของครอบครัวมีน้องชาย 2 คน ศึกษาที่โรงเรียนสายปัญญาในระดับมัธยมก่อนที่ย้ายไปพำนัก ที่สวรรคโลกและลำปาง ตามลำดับเมื่ออายุ 16 ปี ขณะอยู่ลำปางเธอได้เข้าร่วมประกวดนางสาวลำปาง และพิชิตชัยชนะเป็นนางสาวลำปางก่อน ที่จะเข้าร่วมประกวดนางสาวไทยเพียง 2 ปีต่อจากนั้นจึงเข้าร่วมประกวดนางสาวไทย ในนามของกระทรวงการคลัง ในขณะที่ครองตำแหน่งนางสาวไทย เป็นคนแรกที่ได้รับการขับกล่อมในคืนวันรับตำแหน่งด้วยเพลง นางฟ้าจำแลง โดยมี ครูเอื้อ สุนทรสนาน เป็นผู้ประพันธ์ คำร้องและทำนอง ซึ่งเพลงนางฟ้าจำแลง นับเป็นเพลงอมตะของการประกวดนางสาวไทยมาจวบจนปัจจุบัน

[แก้ไข] 13. พ.ศ. 2497 - สุชีลา ศรีสมบูรณ์

ภาพ:Pppp13.jpg

        ขณะสวมมงกุฎนางสาวไทยเธอมีอายุ 17 ปีบริบูรณ์และได้รับขนานนามจากหนังสือพิมพ์ว่า 'แสนซนคนสวย' จากการเทรนของเทรนเนอร์อดีตรองนางสาวไทย 2493 คือ ศรีสมร อรรถไกวัลวที หลังจากครองตำแหน่งนางสาวไทย เธอได้ใช้ชีวิตคู่กับนักธุรกิจเจ้าของโรงแรมชากังราว จังหวัดกำแพงเพชร มีบุตรชายรวม 2 คน

[แก้ไข] นางสาวไทย ยุคที่ 3 (พ.ศ. 2507 - พ.ศ. 2515)

        จากการที่งานเฉลิมฉลองรัฐธรรมนูญได้ถูกยกเลิกไปนั้น ทำให้การประกวดนางสาวไทยไม่ได้จัดขึ้นด้วย เช่นกัน ถึงแม้จะไม่มีการประกวด นางสาวไทยในช่วงเวลาดังกล่าว แต่มักจะมีการจัดในระดับท้องถิ่น หรือการประกวดเนื่องในโอกาสหรือวาระพิเศษต่าง ๆ เช่น การประกวดเทพีลุมพินี ที่สนามมวยลุมพินี , การประกวดนางสาวไทย โทรทัศน์ช่อง 4 , การประกวดนางงามตุ๊กตาทอง ในงานประกวดภาพยนตร์ตุ๊กตาทอง , การประกวดสาวงาม องค์กฐินชิงถ้วยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นต้น

        ต่อมาในปี พ.ศ. 2504 สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ทดลองจัดการประกวด "นางงามวชิราวุธ" ขึ้นในงานวชิราวุธานุสรณ์ ซึ่งเป็นงานที่สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดขึ้นโดยมี วัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนชาวไทย ได้น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ องค์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และ อีกวัตถุประสงค์คือ เพื่อสร้างความบันเทิง แก่ประชาชนผู้มาเที่ยวงาน ส่วนสถานที่จัดงานคือบริเวณพระราชอุทยานสราญรมย์ จากการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งมีความสัมพันธ์กับ จุดมุ่งหมายของการจัดประกวด นางสาวไทย ซึ่งเป็นการประชาสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยการใช้ตำแหน่งนางสาวไทย เป็นสื่อเผยแพร่ชื่อเสียง ให้แก่ประเทศ และ ใช้รูปแบบของการเข้าร่วมประกวดนางงาม ระดับชาติทำให้ชาวต่างชาติรู้จักประเทศไทยมากยิ่งขึ้น ดังนั้นในปี พ.ศ. 2507 คณะกรรมการการจัดงานวชิราวุธานุสรณ์ ได้มีการเปลี่ยนชื่อการประกวดมาเป็นการประกวด "นางสาวไทย "

        การประกวดนางสาวไทยในยุคที่ 3 ถือได้ว่าเป็นยุคแห่งการประชาสัมพันธ์ชื่อเสียงประเทศไทยโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้นางสาวไทยเป็นสื่อเผยแพร่ชื่อเสียงของประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย และสร้างภาพพจน์ให้ชาวโลกรู้จักประเทศไทยมากยิ่งขึ้น

[แก้ไข] 14. พ.ศ. 2507 - อาภัสรา หงสกุล

ภาพ:Mi14.jpg

        'อาภัสรา'เป็นสตรีไทยคนแรก ที่สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้มอบให้องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรืออ.ส.ท.เป็นผู้ลงนามในสัญญากับบริษัทมิสยูนิเวิร์ส เพื่อเข้าร่วมประกวดนางงามจักรวาลในปีถัดมา คือพ.ศ.2508และเธอก็มิทำให้ชาวไทยทั้งประเทศผิดหวัง โดยสามารถพิชิตใจกรรมการชาวต่างชาติเป็นเอกฉันท์ ให้ดำรงตำแหน่งนางงามจักรวาล2508(1965) 'อาภัสรา' เป็นนางงามจักรวาล คนที่ 14 ของโลกและเป็นนางงามจักรวาลคนแรกของไทย ปัจจุบัน อาภัสรา มีบุตรชาย 2 คน และได้ดำเนินธุรกิจด้านความงามในธุรกิจสปา ในชื่อ 'อาภัสรา สลิมมิ่ง แอนด์ สปา'ย่านรัชดาฯ

[แก้ไข] 15. พ.ศ. 2508 - จีรนันทน์ เศวตนันทน์

ภาพ:Mi15.jpg

        'จีรนันทน์'หรือ'เล็ก'นางสาวไทย วัย 24 ปี เป็นนางสาวไทยที่มีความสง่างามด้วยความงามสะพรั่งของวัยสาว เธอเป็นผู้สมัครเข้าประกวดนางสาวไทยเป็นคนสุดท้าย จากการเรียกตัวให้กลับจากประเทศอังกฤษโดยบิดา หลังจากที่เดินทางไปเรียนทางด้านภาษาและเปียโนควบคู่กันไป เป็นระยะเวลา 3 ปี ก่อนกลับมาร่วมประกวดนางสาวไทย จากการทาบทามของ คุณสนิท โชติกเสถียร เข้าประกวดนางสาวไทยในนามราชตฤณมัย สมาคมเป็นผู้ส่งเข้าประกวดและคว้าตำแหน่งไปในที่สุด โดยไม่มีเวลาเตรียมตัวเข้าประกวดมากนัก และในปีถัดมาเธอได้เข้าร่วมประกวดนางงามจักรวาลประจำปี 2509(1966)ณ ไมอามี่ บีช รัฐฟลอริดา โดยสามารถพิชิตตำแหน่งรองนางงามจักรวาลอันดับ2 มาฝากคนไทยซึ่งมีนางงามสวีเดนเป็นผู้ครองมงกุฎนางงามจักรวาล

[แก้ไข] 16. พ.ศ. 2509 - ประภัสสร พานิชกุล

ภาพ:Mi16.jpg

        'ประภัสสร'หรือ'แดง'เป็นลูกกำพร้าเติบโตโดยการดูแลของน้าสาว เธอสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเสริมสวยดาวรุ่ง ก่อนเข้าร่วมประกวดนางสาวไทย เธอได้รับตำแหน่งนางงามบ้านหมี่จังหวัดลพบุรีมาก่อน ขณะดำรงตำแหน่งนางสาวไทย เธอมิได้เดินทางไปร่วมประกวดนางงามจักรวาล เนื่องจากอายุเธอไม่ถึงเกณฑ์ของกองประกวดนางงามจักรวาล แต่ยังมีโอกาสเป็นตัวแทนประเทศได้เข้าร่วมประกวดนางงาม ที่ประเทศออสเตรเลียและเธอก็ได้รับตำแหน่งนางงามผู้สง่างาม มาฝากคนไทยอีกด้วย ประภัสสร หรือ จิตประภัสสรในปัจจุบันเธอมีชีวิตครอบครัวที่อบอุ่นกับ พล.ต.ต.เทอดพงษ์ เทียนสุวรรณ มีทายาทด้วยกัน 3คน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ กรุณพล เทียนสุวรรณ นักแสดงหนุ่มชื่อดัง และมีร้านอาหารจิตประภัสสร ย่านประชาชื่น เป็นธุรกิจเล็กๆ ที่เธอทำมานานอีกด้วย

[แก้ไข] 17. พ.ศ. 2510 - อภันตรี ประยุทธเสนีย์

ภาพ:Mi17.jpg

        'อภันตรี' หรือ 'ปุ้ย' เป็นบุตรีของนายทหาร ร่วมประกวดนางสาวไทยในนามราชตฤณมัย สมาคมเป็นผู้ส่งเข้าประกวด โดยเธอมิเคยผ่านเวทีประกวดนางงามมาก่อน เธอมีดวงตาที่กลม ใบหน้าหวานงดงาม ครองตำแหน่งนางสาวไทยคนที่ 17 เมื่ออายุ 19 ปี ในปีถัดมา อภันตรีเข้าร่วมประกวดนางงามจักรวาล ณ ไมอามี่ บีช รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา แม้ว่าเธอจะพลาดตำแหน่งนางงามจักรวาล แต่เธอก็เป็นผู้หนึ่งที่เข้ารอบ 15 คนสุดท้าย ด้วยความสง่างามและสะดุดตาผู้ที่ได้พบเห็น และเป็นที่กล่าวขวัญถึงอย่างมากปัจจุบัน อภันตรี มีบุตรสาว 1 คน และเธอยังคงความงามเช่นเดิม โดยมีตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงใน ททท. หรือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

[แก้ไข] 18. พ.ศ. 2511 - แสงเดือน แม้นวงศ์

ภาพ:Mi18.jpg

        'แสงเดือน'สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนศึกษานารี และเข้าทำงานเป็นพนักงานฝึกหัด ณ ธนาคารออมสินก่อนเข้าร่วมประกวดนางสาวไทย ในการประกวดนางงามจักรวาล ที่หาดไมอามี่ในปี 2512เธอสามารถพิชิตตำแหน่งชนะเลิศ นางงามผู้แต่งกายในชุดประจำชาติยอดเยี่ยม ด้วยชุดไทยตามแบบละคร รำสวมชฎาเป็นที่สะดุดตาแก่ผู้ชมทั่วโลกเป็นอย่างยิ่ง ปัจจุบันหลังจาก แสงเดือน สมรสกับ นิเวศน์ พร้อมพันธุ์ โดยมีพยานรักเป็นธิดา 2 คน นอกจากจะเป็นแม่ศรีเรือนแล้ว ยังดำเนินงานเกี่ยวกับการสร้างพระพุทธรูปอีกด้วย

[แก้ไข] 19. พ.ศ. 2512 - วารุณี แสงศิรินาวิน

ภาพ:Mi19.jpg

        'วารุณี'หรือ'เปีย'เป็นนางสาวไทยคนที่19 ของประเทศไทยเป็นชาวกรุงเทพฯโดยกำเนิดเกิดและเติบโต ย่านมหานาคเธอเป็นผู้ที่ได้ดำรงตำแหน่งนางสาวไทยถึง 2 ปีติดต่อกันเนื่องจากในปีถัดมาสถานการณ์สงครามอินโดจีน อยู่ในภาวะรุนแรงด้วยเหตุผลของความไม่เหมาะสม ที่จะจัดงานสนุกสนานบันเทิงคณะกรรมการจัดงานวชิราวุธอนุสรณ์ จึงมีมติให้งดการประกวดนางสาวไทยไป 1 ปี เธอได้ร่วมกับนางสาวไทยรุ่นพี่ไปร่วมงานเอกซโป 1970 ที่ประเทศญี่ปุ่นทั้งยังเข้าร่วมประกวดนางงามจักรวาลในปี 2514 โดยเป็นสาวงามผู้มีอายุน้อยที่สุดของการประกวดครั้งนั้น ปัจจุบันในวันนี้ของวารุณี มีความสุขอยู่ที่การทำงานในธุรกิจของครอบครัว เกี่ยวกับสิ่งทอรวมทั้งการทำหน้าที่เป็นศรีภรรยาของ ตรีทิพย์ เตลาน

[แก้ไข] 20. พ.ศ. 2514 - นิภาภัทร สุดศิริ

ภาพ:Mi20.jpg

        'นิภาภัทร'หรือ'เล็ก'ได้รับการสนับสนุนเข้าประกวด โดยบริษัท เสริมสุข จำกัด'เป๊ปซี่'เป็นผู้ส่งเข้าประกวดก่อนเข้าประกวดเธอเป็นนางฟ้า ของบริษัท การบินไทย เธอมีเรือนร่างที่สูงโปร่งถึง170เซนติเมตรในปีถัดมา 'นิภาภัทร'ได้เดินทางไปประกวดนางงามจักรวาล ณ ประเทศเปอร์โตริโก แม้ว่าจะไม่ได้ตำแหน่งสูงสุดของการประกวด แต่รอยยิ้มอันประทับใจแก่ผู้พบเห็นทั่วไป ต่างกล่าวขวัญถึงมิสไทยแลนด์ อย่างชื่นชมตลอดการเก็บตัวของการประกวดในครั้งนั้น ปัจจุบัน หลังจากสมรสกับ จตุพร สีหนาทกถากุล นักธุรกิจผู้มีกิจการหลายสิบอย่าง เช่น โรงแรมแลนด์มาร์ค สุขุมวิท, โรงแรมสยาม เพชรบุรีตัดใหม่, บริษัท สีหนาท ก่อสร้าง เป็นต้น นิภาภัทร ได้ออกจากบริษัท การบินไทยและมาดำเนินธุรกิจกับครอบครัวอย่างเต็มตัว

[แก้ไข] 21. พ.ศ. 2515 - กนกอร บุญมา

ภาพ:Mi21.jpg

        'กนกอร'หรือ'วัชรี เภามา'พื้นเพเดิมเป็นชาวแปดริ้ว จังหวัดฉะเชิงเทรา อดีตนักเรียนเสริมสวยจากโรงเรียนเสริมสวยแอนนา เข้าร่วมประกวดนางสาวไทยโดยการชักชวนของอาจารย์อรุณี สามโกเศศ เจ้าของโรงเรียนเสริมสวยแอนนา เธอเป็นนางสาวไทยคนที่ 21 ของประเทศไทย เธอเข้าร่วมประกวดนางงามจักรวาลที่ประเทศกรีซ ในปี2516ร่วมกับสาวงามอีกเกือบร้อยประเทศทั่วโลก แม้ว่าจะไม่ได้รับตำแหน่งใดๆ กลับมาแต่เธอก็ได้ฝากรอยยิ้มและไมตรีจิตอันดีงามของชาวไทย ไปเผยแพร่แก่ชาวโลกอย่างดียิ่งปัจจุบันหลังจากสมรสกับ สุวิทย์ พงษ์จรัสพันธุ์ เมื่อ 18 พฤษภาคม 2518 แล้วกนกอรได้มาเป็นแม่บ้านอย่างเต็มตัวรวมไปถึงช่วยดำเนินธุรกิจ ปั๊มน้ำมันเชลล์สุรนารีบริการและห้างหุ้นส่วนจำกัดอุปกรณ์ค้าไม้ ของสามีที่อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา

[แก้ไข] นางสาวไทย ยุคที่ 4 (พ.ศ.2527- พ.ศ.2542)

[แก้ไข] 22. นางสาวไทย 2527 - สาวิณี ประการะนัง

ภาพ:Mi22.jpg

        สาวอิมพอร์ตจากสหรัฐอเมริกาที่กลับบ้านมา เพื่อพิชิตมงกุฎนางสาวไทยไปครองสาวิณีเป็นสาวไทยแท้ วัย 19ปี สูง 167 เซนติเมตร เกิดในเมืองไทยแต่ไปเติบโตที่สหรัฐอเมริกา ก่อนพิชิตมงกุฎนางสาวไทย สาวิณีหรือจ๊ะเอ๋ เคยพิชิตมงกุฎธิดาโดมแอลเอมาก่อน

[แก้ไข] 23. นางสาวไทย 2528 - ธารทิพย์ พงษ์สุข

ภาพ:Mi23.jpg

        สาวจังหวัดน่านได้รับตำแหน่งนางสาวไทยตอนอายุ 18 ปี สูง 165เซนติเมตร อดีตเคยเป็นประชาสัมพันธ์โรงพยาบาลจังหวัดน่าน เคยพิชิตตำแหน่งนางสาวน่าน มิสไทยเทรดเตอร์และรองนางงามพัทยา นับเป็นสาวเหนือคนที่ 3 ที่พิชิตตำแหน่งนางสาวไทย

[แก้ไข] 24. นางสาวไทย 2529 - ทวีพร คลังพลอย

ภาพ:Mi24.jpg

        สาวจากนครสวรรค์ ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 คณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ไม่เคยผ่านการประกวดนางงามจากเวทีไหนมาก่อน นับเป็นนางสาวไทยที่เรียกว่าเป็นม้ามืดที่สุด แต่เธอก็สามารถพิชิตมงกุฎนางสาวไทยไปครอง ด้วยบุคลิกภาพที่แปลกตาไปจากนางสาวไทยคนอื่นๆ ปีนี้นับเป็นปีแรกที่มีการเปลี่ยนแปลงสถานที่การจัดประกวด จากกลางแจ้งมาจัดในโรงแรมแทน

[แก้ไข] 25. นางสาวไทย 2530 - ชุติมา นัยนา

ภาพ:Mi25.jpg

        นางสาวไทยคนแรกที่คว้าตำแหน่งนางสาวไทย และขวัญใจช่างภาพเคยได้รับตำแหน่งนางสาวถิ่นไทยงาม จังหวัดเชียงรายเอ้เป็นสาวกรุงเทพฯ ได้รับตำแหน่งตอนเป็นนักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เธอเป็นดาวขวัญใจคณะของมหาวิทยาลัย นับเป็นนางสาวไทยคนแรกของยุคนี้ที่ก้าวสู่วงการบันเทิง เริ่มจากการเป็นนางเอกละครทั้งที่ยังอยู่ในช่วงดำรงตำแหน่ง

[แก้ไข] 26. นางสาวไทย 2531 - ภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก

ภาพ:Mi26.jpg

        อดีตขวัญใจอำนวยศิลป์ และรองธิดาโดมแอลเอ ภรณ์ทิพย์ หรือพี่ปุ๋ยของน้องๆ สาวอิมพอร์ตคนที่ 2 ในยุคปัจจุบันที่เดินทางมาจากสหรัฐอเมริกา เพื่อมาพิชิตมงกุฎนางสาวไทย ตอนอายุ 20 ปี เกิดที่ประเทศไทยและย้ายไปอยู่ทิ่อเมริกาตั้งแต่ 2 ขวบ นับว่าเป็นนางสาวไทย ที่ปลุกกระแสการประกวดนางงามในเมืองไทย ให้เฟื่องฟูอีกครั้งเนื่องจากได้ไปพิชิตมงกุฏนางงาม จักรวาลคนที่ 37 ที่ประเทศไต้หวัน

[แก้ไข] 27. นางสาวไทย 2532 - ยลดา รองหานาม

ภาพ:Mi27.jpg

        นักศึกษานาฏศิลป์วัย 18 ปี สูง 171 เซนติเมตร ได้รับตำแหน่งนางสาวไทยควบกับตำแหน่งขวัญใจช่างภาพ เป็นนางสาวไทยที่สูงที่สุดตั้งแต่มีการประกวดมา เธอได้รับตำแหน่งรองอันดับ 1 ชุดแต่งกายยอดเยี่ยมในการประกวดนางงามจักรวาล ที่ประเทศเม็กซิโก

[แก้ไข] 28. นางสาวไทย 2533 - ภัสราภรณ์ ชัยมงคล

ภาพ:Mi28.jpg

        สาวจังหวัดสงขลา ได้รับฉายาจากการประกวดว่า หมวยอินเตอร์ เคยได้รับตำแหน่งนางสาวแพร่ ธิดาปราจีน และรองมิสเฮาส์ซิ่ง เธอเป็นนักศึกษาสาขาการตลาดสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตจักรพงษภูวนาท เป็นนางสาวไทยคนแรกและคนเดียวในปัจจุบันที่คว้าตำแหน่งขวัญใจช่างภาพจากการประกวดนางงามจักรวาล หลังจบการศึกษาระดับปริญญาตรี ภัสราภรณ์ศึกษาต่อในระดับปริญญาโทที่ Middlesex University ประเทศอังกฤษ

[แก้ไข] 29. นางสาวไทย 2534 - จิระประภา เศวตนันทน์

ภาพ:Mis29.jpg

        นักศึกษามหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น หลานสาวของอาเล็ก จีรนันทน์ เศวตนันทน์ นางสาวไทยปี 2508 เธอเคยได้รับตำแหน่ง นางงามสันติภาพจังหวัดกาญจนบุรีและตำแหน่งมิสพัทยา มาก่อนในการประกวดรอบสุดท้ายคะแนนของเธอเท่ากับรองนางสาวไทยอันดับ 1 คือ วรรณิดา กุญชร แต่ได้รับการตัดสินชี้ขาดให้คว้ามงกุฎนางสาวไทย โดยคุณหญิงพันธุ์เครือ ยงใจยุทธ ประธานกรรมการตัดสินในปีนี้

[แก้ไข] 30. นางสาวไทย 2535 - อรอนงค์ ปัญญาวงศ์

ภาพ:Mi30.jpg

        นักศึกษามหาวิทยาลันนาฎศิลป์เชียงใหม่ เคยเป็นเทพีสงกรานต์และแม่หญิงถีบรถกางจ้องเชียงใหม่ เป็นนางสาวไทยที่ก้าวเข้ามามีชื่องเสียงในวงการบันเทิง ในบทบาทของพิธีกรและนักแสดง เมื่อครั้งประกวดนางสาวจักรวาลที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ หลังพ้นจากตำแหน่งได้เข้ามาศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

[แก้ไข] 31. นางสาวไทย 2536 - ฉัตฑริกา อุบลศิริ

ภาพ:Mis31.jpg

        นักศึกษาชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยสยาม ได้รับตำแหน่งตอนอายุ 20 ปี ส่วนสูง 170เซนติเมตร เคยได้รับตำแหน่งนางนพมาศ ศูนย์ศิลปาชีพบางไทย พระนครศรีอยุธยามาก่อน การประกวดในปีนี้ มีการเปลี่ยนแปลงจำนวนตำแหน่งรองนางสาวไทย จาก 4 ตำแหน่ง ลงเหลือแค่ 2 ตำแหน่ง

[แก้ไข] 32. นางสาวไทย 2537 - อารียา สิริโสภา

ภาพ:Mi32.jpg

        สาวอิมพอร์ตจากมิชิแกน สหรัฐอเมริกา จบการศึกษาด้านสื่อสารมวลชน วิชาเอกด้านการหนังสือพิมพ์จาก MICHIGAN STATE UNIVERSITY นอกจากตำแหน่งนางสาวไทย น้องป๊อปยังได้รับตำแหน่งนางงามยิ้มสวย จากการประกวดนางงามที่ประเทศฟิลิปปินส์ เธอได้รับการกล่าวขานว่าเป็นนางสาวไทยที่สมบูรณ์แบบที่สุดคนหนึ่งจากเวทีการประกวดนางสาวไทย

[แก้ไข] 33. นางสาวไทย 2538 - ภาวดี วิเชียรรัตน์

ภาพ:Mi33.jpg

        มะปราง สาวอายุ 20 ปี สูง 168 เซนติเมตร เกิดที่กรุงเทพฯ แล้วย้ายไปตั้งรกรากอยู่ที่ลอสแองเจลิส เคยได้รับตำแหน่งธิดาโดมแอลเอและกุลสตรีสงกรานต์วัดไทย ในแอลเอ เธอได้รับฉายาว่า น้องป๊อปสอง ตอนได้รับตำแหน่งนางสาวไทยใหม่ๆ ภาวดีเป็นนางสาวไทยคนเดียวที่ดำรงตำแหน่งนางสาวไทย 2 ปีซ้อน เพราะปี 2539 นั้นไม่มีการจัดประกวดนางสาวไทย เนื่องจากมีพิธีถวายพระเพลิง พระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

[แก้ไข] 34. นางสาวไทย 2540 - สรวงสุดา ลาวัณย์ประเสริฐ

ภาพ:Mi34.jpg

        สาวจากอำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก นักศึกษาชั้นปีที่ 2 เอกบรรณารักษ์และสารนิเทศ คณะมนุษยศาสตร์ สถาบันราชภัฏ จันทรเกษม เคยได้รับตำแหน่งนางงามมิตรภาพไทย – ลาว นางสงกรานต์วิสุทธิกษัตริย์ นางงามสันติภาพ จังหวัดกาญจนบุรี และนางงามระยอง นอกจากนี้ยังได้รับตำแหน่งนางงามผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่นอีกด้วย นับเป็นนางสาวไทยที่ได้รับการฝึกฝนเพื่อเข้าประกวดอย่างยาวนาน ซึ่งครั้งหนึ่งเธอเคยเข้าประกวดเมื่อปี 2537 แต่อายุไม่ถึงเกณฑ์

[แก้ไข] 35. นางสาวไทย 2541 - ชลิดา เถาว์ชาลี

ภาพ:Mis35.jpg

        สาวอิมพอร์ตจากเมืองชิคาโก รัฐอินลินอยส์ สหรัฐอเมริกา ได้รับตำแหน่งสาวเจ้าเสน่ห์ในการประกวดด้วย เคยใช้ชีวิตในวัยเด็กกับบิดาของเธอ ดร.ชัชว์ เถาว์ชาลี ที่สหรัฐอเมริกา ก่อนกลับมาอยู่เมืองไทยจนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 แล้วกลับไปศึกษาต่อจนจบการศึกษาด้านพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยออโรร่า รัฐอิลินอยส์สหรัฐอเมริกา เคยได้รับตำแหน่งเทพีสงกรานต์วัดไทยในชิคาโกมาก่อน

[แก้ไข] 36. นางสาวไทย 2542 - อภิสมัย ศรีรังสรรค์

ภาพ:Mi36.jpg

        หมอเบิร์ดมีตำแหน่งแพทย์ระดับ 4 จากกรมสุขภาพจิต จบการศึกษาคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้รับตำแหน่งขวัญใจช่างภาพและสาวเจ้าเสน่ห์ นับเป็นคุณหมอนางสาวไทยคนแรกของประเทศ เคยได้รับตำแหน่งมิสไลก้าและเป็นนางสาวไทยคนสุดท้าย ที่ได้เป็นตัวแทนไปประกวดนางงามจักรวาล เนื่องจากบทบาท และหน้าที่ของนางสาวไทยที่เปลี่ยนไป ตามสภาพสังคมและยุคสมัย

[แก้ไข] นางสาวไทย ยุคปัจจุบัน (พ.ศ.2543 - พ.ศ.2549)

[แก้ไข] 37. นางสาวไทย 2543 - ปนัดดา วงศ์ผู้ดี

ภาพ:Mi37.jpg

        อาจารย์บุ๋มจากคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา จังหวัดชลบุรี เป็นปีแรกที่นางสาวไทยดำรงตำแหน่งทูตวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว เพื่อประชาสัมพันธ์ประเทศไทย ให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ปนัดดาได้รับตำแหน่งขวัญใจช่างภาพ และเป็นนางสาวไทยคนแรกที่ได้รับตำแหน่ง ขณะจบการศึกษาปริญญาโท สาขาธุรกิจระหว่างประเทศมหาวิทยาลัยวอลลองกอง ประเทศออสเตรเลีย

[แก้ไข] 38. นางสาวไทย 2544 - สุจิรา อรุณพิพัฒน์

ภาพ:Mi38.jpg

        ได้รับตำแหน่งขณะศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาออกแบบพัสตรากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สาวน้อยวัย 19 ปี บุคลิกร่าเริงสดใส ได้รับการตัดสินให้เป็นนางสาวไทย นับได้ว่าสุจิราได้เปลี่ยนภาพลักษณ์ของนางสาวไทยที่เคยเคร่งขรึม มาสู่แนววัยรุ่นสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว

[แก้ไข] 39. นางสาวไทย 2545 - ปฎิพร สิทธิพงศ์

ภาพ:Mi39.jpg

        จบทางด้านเศรษฐศาสตร์ จาก Boston University กำลังหางานทำในกรุงเทพ แต่ก็มาได้ตำแหน่งอันทรงเกียรติเสียก่อน อย่างไรก็ตามบุคลิกของปฏิพร ทำให้ภาพของนางสาวไทยยุคปัจจุบันต้องเป็นผู้ที่รอบรู้ งามทั้งหน้าตาและสติปัญญา นอกจากนี้ การประกวดในปีนี้ยังริเริ่มให้มีคะแนนสะสม จากความสามารถของระดับสติปัญญาอีกด้วย

[แก้ไข] 40. นางสาวไทย 2546 - ชาลิสา บุญครองทรัพย์

ภาพ:Mi40.jpg

        ได้รับตำแหน่งตอนอายุ 19 ปี ส่วนสูง 165 เซนติเมตร จบการศึกษาจาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ เอกการละคร และศึกษาต่อปริญญาโททางด้านจิตวิทยา ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บิดาเป็นเจ้าของธุรกิจบริษัท สปอร์ตโทรฟี่ นำเข้าและผลิตถ้วยรางวัล ในปีนั้น ‘หมิง’ ยังกวาดไปถึง 4 รางวัลบนเวทีนี้ ทั้งตำแหน่งนางสาวไทย, ขวัญใจช่างภาพสื่อมวลชน, ผู้หญิงที่มีบุคลิกมาดมั่นแห่งปี และนางงามผมสวย หมิง ค่อนข้างได้เปรียบในด้านความกล้าแสดงออก และจุดเด่นที่น่าสนใจของเธอคือ ร่าเริง แจ่มใส จึงทำให้เธอเป็นนางสาวไทยคนที่ 40

[แก้ไข] 41. นางสาวไทย 2547 - สิรินทร์ยา สัตยาศัย

ภาพ:Mi41.jpg

        จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล คณะการจัดการอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ภาคภาษาอังกฤษ เป็นชาวกรุงเทพฯ มีพี่สาว 1 คน เป็นลูกสาวของ ดร.นพ สัตยาศัย อดีตอาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเป็นเจ้าของสนามไดรฟ์กอล์ฟ ส่วนคุณแม่ชื่อนางศิริวัลย์ ปัจจุบันเปิดร้านอาหารไทยอยู่ที่สหรัฐอเมริกา ได้ชื่อว่าเป็นม้ามืดในการประกวด เพราะสามารถเบียดตัวเก็ง จนได้ตำแหน่งจากการที่ตอบคำถามได้อย่างฉะฉาน โดดเด่นกว่าใคร ฝ้าย ครองตำแหน่งนางสาวไทยด้วยวัย 23 ปี และครองตำแหน่งถึง 2 ปี เนื่องจากในปี 2548 ไม่มีการประกวดนางสาวไทย

[แก้ไข] 42. นางสาวไทย 2549 - ลลนา ก้องธรนินทร์

ภาพ:Mi42.jpg

ขณะได้รับตำแหน่งนางสาวไทยกำลังศึกษาอยู่ระดับชั้นปีที่ 1 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นลูกสาวคนที่ 2 ในจำนวนพี่น้อง 3 คน บิดาคือ นายสุเทพ ก้องธรนินทร์ เจ้าของธุรกิจอุตสาหกรรมเหล็ก มารดาคือ นางวินิตตา ก้องธรนินทร์ เจ้าของรายการข่าวภาคภาษาอังกฤษ ในปีนั้นเจี๊ยบยังได้ตำแหน่งขวัญใจช่างภาพสื่อมวลชน และขวัญใจประชาชน จากการโหวตผ่านเอสเอ็มเอสจากประชาชน

[แก้ไข] นางสาวไทยสู่นางงามจักรวาล

[แก้ไข] อาภัสรา หงสกุล

ภาพ:Arpasra.jpg

        จบชื่อเล่น "ปุ๊ก" นางสาวไทย ปี พ.ศ. 2507คนที่ 14 ครองมงกุฎนางงามจักรวาลปี 2508 เป็นนางงามจักรวาลคนที่ 14 และคนที่ 2 ของเอเซีย ซึ่ง อากิโกะ โคจิมะ นางงามญี่ปุ่นเป็นสาวเอเซียคนแรกที่ครองตำแหน่งนี้เมื่อ ค.ศ. 1959 สำหรับอาภัสรา เป็นสาวไทยคนที่ 3 ที่เป็นตัวแทนของประเทศไทย ต่อจากอมรา อัศวนนท์ รองนางสาวไทยปีพ.ศ 2496 และเป็นตัวแทนคนแรกเข้าร่วมประกวดนางงามจักรวาลปีพ.ศ. 2497 และสดใส วานิชวัฒนา ในครั้งนั้น บริษัทน้ำมันเชลล์ เป็นเจ้าภาพ อาภัสรา หงสกุล มีส่วนสูง 164 ซม. (5 ฟุต 7 นิ้ว) สัดส่วน 35-23-35 ซม. ก่อนหน้านี้ศึกษาอยู่ที่ ปีนังคอนแวนต์ ประเทศมาเลเซีย

        จบโดยในปีที่อาภัสราได้รับตำแหน่งนางงามจักรวาลนั้น ได้จัดการประกวดที่หาดไมอามี รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา โดยรองนางงามจัรวาลคนที่ 1 คือ นางงามจากฟินแลนด์ ,ที่ 2 นางงามจากสหรัฐ , ที่ 3 นางงามจาก สวีเดน ,ที่ 4 นางงามจากฮอลแลนด์

        จบอาภัสรา หงสกุล เกิดเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2490 ที่กรุงเทพ เป็นบุตรคนที่ 2 ในจำนวน 5 คนของ นาวาเอกเพิ่ม หงสกุล และ นางเกยูร หงสกุล เป็นสาวไทยคนแรกที่ได้ครองมงกุฎนางงามจักรวาล มีบุตรชายสองคน ที่เกิดกับ หม่อมราชวงศ์เกียรติคุณ กิติยากร และนายสุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ คือ หม่อมหลวงรุ่งคุณ กิติยากร และนายภัสสรกรณ์ จิราธิวัฒน์

[แก้ไข] ภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก

ภาพ:Thailandmu1988sv3.jpg

        จบภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก (เกิด 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2511 ที่ ฉะเชิงเทรา) อดีตนางงามจักรวาลของไทย คนที่ 2 รวมทั้งตำแหน่งนางสาวไทยปีพ.ศ. 2531 ได้เข้าร่วมการประกวดนางงามจักรวาล คุณภรณ์ทิพย์ยังดำรงตำแหน่ง ผู้แทนองค์การสหประชาชาติสำหรับโครงการช่วยเหลือเด็กและสตรีในระดับนานาชาติ และเป็นประธานตั้งมูลนิธิช่วยเหลือเด็กอีกหลายแห่ง นอกเหนือจากการเป็นนางแบบ นักร้อง นักแสดงกิตติมศักดิ์ และนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ

[แก้ไข] ข้อมูลส่วนบุคคล (ข้อมูลปี พ.ศ. 2531)

ชื่อจริง : พรทิพย์ นาคหิรัญกนก (Porntip Nakhirunkanok) หรือ ปุ๋ย (Booie หรือ Bui)

เกิด : 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2511 ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ประเทศไทย

สีตาผม : ดำ

ส่วนสูง : 172 เซนติเมตร หรือ 5 ฟุต 8 นิ้ว

น้ำหนัก : 114 ปอนด์

การศึกษา : ปริญญามหาบัณฑิตด้านจิตวิทยา มหาวิทยาลัยเปปเปอร์ไดน์ (Pepperdine University|Pepperdine University) สหรัฐอเมริกา

[แก้ไข] การประกวดนางงามจักรวาลปีค.ศ. 1988

        จบการประกวดนางงามจักรวาลปี 1988 จัดขึ้น ณประเทศไต้หวัน มีผู้เข้าประกวด 66 คน ตัวเก็งการประกวดในสายตาสื่อมวลชนคือ นางงามสหรัฐฯ นางงามเม็กซิโก นางงามสาธารณรัฐโดมินิกัน นางงามนิวซีแลนด์ และนางงามไทย (คุณภรณ์ทิพย์)ในการประกวดรอบแรกคุณภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนกทำคะแนนในชุดว่ายน้ำได้ลำดับที่ 11 แต่เมื่อรวมคะแนนจากชุดราตรีและการสัมภาษณ์แล้วสามารถเข้ารอบสิบคนสุดท้ายมาในลำดับที่ 4 ทำคำแนนตามหลัง นางงามสหรัฐฯ นางงามสาธารณรัฐโดมินิกัน และนางงามเกาหลี ในการประกวดรอบ 10 คนคุณภรณ์ทิพย์สร้างความประทับใจให้กับกรรมการอย่างมากระหว่างช่วงการประกวดรอบสัมภาษณ์ซึ่งทำให้เธอกวาดชัยชนะทั้งสามรอบ และกลายเป็นผู้ชนะอย่างขาดลอยของการประกวด นอกจากได้รับมงกุฏแล้วคุณภรณ์ทิพย์ยังได้รับรางวัลชุดประจำชาติยอดเยี่ยมอีกด้วย

[แก้ไข] ผลงานสำคัญ

นางสาวไทยประจำพุทธศักราช 2531

ครองตำแหน่งนางงามจักรวาลคนที่ 37 เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2531

นางแบบขึ้นปกให้กับนิตยสารต่าง ๆ มากกว่า 90 ฉบับ ทั้งในและต่างประเทศ

ตัวแทนโฆษณาสินค้า ต่าง ๆ ระดับโลกเช่น เรฟลอน เปปซี่ (ประเทศไทย) ชุดว่ายน้ำแคทาลิน่า วิดัล แซซูน คริสเตียน ดิออร์ และลาแมร์ รวมถึงผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เกี่ยวกับความงามในประเทศไทย

ผู้แทนโปรโมทการท่องเที่ยวประเทศไทย ในสหรัฐ เมกซิโก โคลัมเบีย ไต้หวัน เกาหลี และประเทศไทย

เจ้าของมูลนิธิสำหรับเด้ก "ปีกนางฟ้า หรือ แองเจิล วิงส์"

เคยเป็นโฆษกหลักรายการระดับโลกอย่าง "หกสิบนาที ภาคประเทศไทย (60 Minutes II in Thailand)"

เป็นทูตสันทวไมตรีกองทุนประชาคมของสหประชาชาติ

เป็นโฆษกรณรงค์โครงการเฟสทูเฟสสากล ของสหประชาชาติ

[แก้ไข] ปัจจุบัน

        จบคุณภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก สมรสกับนักธุรกิจชาวอเมริกัน เฮิร์บ ไซมอน เจ้าของบริษัทพัฒนาไซมอน หนึ่งในหุ้นใหญ่ของธุรกิจขนาดใหญ่ของสหรัฐอเมริกา เช่น ห้างนอร์ดสตอร์ม มีบุตรชายหนึ่งคนชื่อ ฌอน ไซมอน และอาศัยอยู่ที่รัฐลอสแองเจิลลิส สหรัฐอเมริกา แต่ยังคงเดินทางไปกลับประเทศไทย เพื่อช่วยเหลือการกุศลอยู่เป็นประจำ อีกทั้งยังดำรงตำแหน่งทูตสันฑวไมตรีให้กับ โครงการเกี่ยวกับผู้หญิงและเด็กภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยความร่วมมือกับสหประชาติ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก

-www.missthailandcontest.com

-วิกิพีเดีย

-www.missthailandcontest.com/missthailandProfile

-วิกิพีเดีย/อาภัสรา หงสกุล


ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต

 
 
 
   Hosted by kapook.com