Views
จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี
[แก้ไข] บุตรบุญธรรม
บุตรบุญธรรม หมายถึง ผู้ซึ่งไม่ใช่บุตรอันแท้จริงหรือผู้สืบสายโลหิตของบิดามารดา แต่ได้ดำเนินตามกฎหมายจนกระทั่ง ผู้นั้นเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย
การรับบุตรบุญธรรมต้องได้รับความยินยอมจากบิดามารดาของผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรมด้วย ในกรณีที่บิดามารดาคนใดคนหนึ่งตายหรืออถูกถอนอำนาจปกครองก็ให้ขอความยินยอมจากที่มีอำนาจปกครองที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ได้
สำหรับหน้าที่ระหว่างผู้รับบุตรบุญธรรม และบุตรบุญธรรมย่อมเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ ๕ ว่าด้วยครอบครัว
บุคคลที่จะรับบุตรบุญธรรมได้ต้องมีอายุไม่น้อยกว่ายี่สิบห้าปีและต้องมีอายุมากกว่าผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรมไม่น้อยกว่าสิบห้าปี นอกจากนั้น การรับบุตรบุญธรรมที่ยังเป็นผู้เยาว์ต้องได้รับความยินยอมจากบิดามารดา หรือบิดาหรือมารดาหากบุคคลอีกคนหนึ่งได้ถึงแก่ความตายไปแล้ว หรือได้ถูกถอนอำนาจการปกครองก็ ต้องขอความยินยอมจากบิดาหรือมารดาที่ยังมีอำนาจปกครองอยู่
ในกรณีที่ผู้จะรับบุตรบุญธรรมหรือผู้จะเป็นบุตรบุญธรรมมีคู่สมรส ต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสเสียก่อน หากคู่สมรสไม่ยินยอม หรือเป็นกรณีที่หาตัวไม่พบเพราะไปเสีย จากภูมิลำเนาเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปีต้องร้องขอศาลเพื่อให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตแทนการให้ความยินยอมของคู่สมรส อย่างไรก็ตามเป็นข้อสังเกตว่าผู้เยาว์จะเป็นบุตรบุญธรรม ผู้รับบุตรบุญธรรมหลายคนไม่ได้ เว้นแต่เป็นบุตรบุญธรรมของคู่สมรสของผู้รับบุตรบุญธรรมนั้นเช่นนี้ทำได้ โดยไม่รับความยินยอมจากคู่สมรสที่ได้รับบุตรบุญธรรมนั้นเสียก่อน และกรณีนี้ไม่จำต้องได้รับความยินยอมจากบิดามารดาของผู้เยาว์แต่อย่างใด การรับบุตรบุญธรรมนั้นจะสมบูรณ์ได้ต้องทำการจดทะเบียนการรับบุตรบุญธรรม และทำให้บุตร บุญธรรมมีฐานะเช่นเดียวกับบุตรชอบด้วยกฎหมายสิทธิหน้าที่ต่างๆของบุตรบุญธรรมก็คือ ยังคงมีสิทธิหน้าที่ต่อครอบครัวเดิมของตน เพียงแต่บิดามารดาหมดอำนาจปกครอง ลงไปเท่านั้น การฟ้องขอเลิกรับบุตรบุญธรรมสามารถกระทำได้แต่ต้องภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด กล่าวคือภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ผู้ขอเลิกการรับบุตรบุญธรรมรู้หรือควรได้รู้ข้อ เท็จจริงอันเป็นเหตุให้เลิกการนั้นหรือไม่เกินสิบปีนับแต่เหตุนั้นเกิดขึ้น เช่น บุตรบุญธรรมขับไล่ผู้รับบุตรบุญธรรมออกจากบ้าน เป็นต้น
[แก้ไข] การจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม มีวิธีปฏิบัติ 2 กรณี คือ
[แก้ไข] 1. การจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม กรณีผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรมบรรลุนิติภาวะ
- ผู้ที่จะรับบุตรบุญธรรม และบุตรบุญธรรม ยื่นคำร้อง (ค.ร. 13) ต่อนายทะเบียน
- นายทะเบียนตรวจสอบคุณสมบัติตามเงื่อนไขแห่งกฎหมาย
- ผู้รับบุตรบุญธรรม และบุตรบุญธรรมที่มีคู่สมรสต้องนำคู่สมรสมาให้ความยินยอม
- นายทะเบียนรับจดทะเบียนให้ตามแบบ ค.ร. 14 เมื่อผู้ร้องได้ให้ถ้อยคำว่าได้ปฎิบัติตามเงื่อนไขแห่งกฎหมาย
- นายทะเบียนสำเนา ค.ร. 14 โดยใช้แบบ ค.ร. 15 ส่งนายทะเบียนกลาง
[แก้ไข] 2. การจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม การณีผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรมเป็นผู้เยาว์
- ชาวต่างประเทศที่มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย ให้ยื่นคำร้องตามแบบ บ.ธ.1 ณ ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม (กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ) สำหรับในเขตกทม. ต่างจังหวัดยื่นแบบ น.ธ.1 ที่ว่าการอำเภอ กิ่งอำเภอ หรือ ที่ทำการพัฒนาสังคมและ สวัสดิการจังหวัด พร้อมหนังสือยินยอมจากบุคคลผู้มีอำนาจยินยอม (พ.ร.บ. การรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม พ.ศ. 2522 ม. 20)
- อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ หรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี จะพิจารณาสั่งให้ ผู้ที่จะรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม นำเด็กไปทดลองเลี้ยงดู ไม่น้อยกว่า 6 เดือน (พ.ร.บ. การรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม พ.ศ. 2522 ม.23 โดยมีเจ้าหน้าที่คอยดู และตรวจเยี่ยม
- ผู้รับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดา พี่ร่วมบิดาหรือมารดา ทวด ปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา หรือผู้ปกครอง ของผู้ที่จะเป็นบุตรบุญะรรม หรือเป็นบุคคลอื่นตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ไม่ต้องทดลองเลี้ยงดู (พ.ร.บ. การ รับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม (ฉบับที่ 21) พ.ศ. 2533 ม.19 วรรค 2)
- เมื่อคณะกรรมการทดลองเลี้ยงดูอนุมัติให้มีการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม และผู้ที่จะรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม ต้องยื่นคำร้อง (ค.ร. 13) ขอจดทะเบียนต่อนายทะเบียน ภายใน 6 เดือน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำอนุมัติ มิฉะนันจะถือว่าสละสิทธิ์ นายทะเบียนตรวจสอบ คุณสมบัติตามเงื่อนไขแห่งกฎหมาย
- ผู้ที่จะรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม มีคู่สมรสต้องนำคู่สมรสมาให้ความยินยอม
- เด็๋กที่จะเป็นบุตรบุญธรรม อายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี ต้องลงนามในช่องผู้ร้องขอจดทะเบียนด้วย (ม.1598/20)
- นายทะเบียนจดทะเบียนให้ตามแบบ ค.ร.14 และสำเนาโดยใช้แบบ ค.ร.15 ส่งนายทะเบียนกลาง กรณีเด็กที่เป็นบุตรบุญธรรม ไร้เดียงสา และบิดามารดาหรือผู้แทนโดยชอบธรรมได้ลงนามแสดงความยินยอมขณะที่ยื่นเรื่องราว ตามแบบ บ.ธ.5 แล้ว บิดามารดาหรือผู้แทนฯ ไม่ต้องมาแสดงความยินยอมและลงนามในคำร้อง (ค.ร.13) อีก (น.ส.ที่ มท.0402/ว ลว.12 ธค. 29 ข้อ2)
[แก้ไข] ผลที่เกิดจากการจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม
- บุตรบุญธรรมมีสิทธ์ใช้ชื่อสกุล และมีสิทธิ์รับมรดกของผู้รับบุตรบุญธรรม แต่ผู้รับบุตรบุญธรรมไม่มีสิทธิ์รับมรดกของบุตรบุญธรรม
- ผู้รับบุตรบุญธรรมมีอำนาจปกครอง ให้ความอุปการะเลี้ยงดูและถือว่าบุตรบุญธรรม เป็นผู้สืบสันดานของผู้รับบุตรบุญธรรม เสมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายนับแต่วันที่จดทะเบียน
- บิดามารดาโดยกำเนิดหมดอำนาจปกครองแต่วันจดทะเบียน แต่ไม่ขาดจากการเป็นบิดามารดา และบุตรบุญธรรมไม่สูญสิทธิ และหน้าที่ในครอบครัวที่กำเนิดมา
[แก้ไข] การจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม
“บุตรบุญธรรม” ตามกฎหมาย หมายถึงบุตรของคนอื่น ที่ท่านขอมาเลี้ยงดูเสมือนบุตรของตนการรับบุตรบุญธรรม จะต้องจดทะเบียนจึงจะสมบูรณ์ตามกฎหมาย
[แก้ไข] หลักฐานที่ต้องนำไปแสดงต่อนายทะเบียน
- บัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านของทุกฝ่าย
- ใบสูติบัตรของผู้จะเป็นบุตรบุญธรรม
- หนังสือแจ้งมติของคณะกรรมการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมจากกรมประชาสงเคราะห์หรือผู้ว่าราชการจังหวัด (กรณีผู้เยาว์)
- ใบสำคัญการสมรสของผู้รับบุตรบุญธรรม และของบุตรบุญธรรม (ถ้ามี)
- พยานบุคคล 2 คน (ถ้ามี)
[แก้ไข] หลักเกณฑ์ของผู้ที่จะรับบุตรบุญธรรมและผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรม
- ผู้รับจะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี และจะต้องมีอายุแก่กว่าผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรมอย่างน้อย 15 ปี
- ผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรมยังไม่บรรลุนิติภาวะ ต้องได้รับ
- 2.1 ความยินยอมจากบิดามารดา
- 2.2 แต่ถ้าบิดาหรือมารดาฝ่ายใดเสียชีวิต ให้นำใบมรณบัตรมาแสดง และต้องได้รับความยินยอมจากบิดาหรือมารดาฝ่ายที่ยังมีชีวิตอยู่หรือมิฉะนั้น ก็ต้องได้รับ
- 2.3 ความยินยอมของผู้มีอำนาจให้ความยินยอม หรือ
- 2.4 ศาลมีคำสั่งให้จดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม
- 3. ถ้าผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรมอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี ต้องลงนามให้ความยินยอมในการเป็นบุตรบุญธรรมของตนด้วย
- 4. ผู้ที่จะรับบุตรบุญธรรมและผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรม ถ้ามีคู่สมรสต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสก่อน เว้นแต่
- 4.1 คู่สมรสไม่สามารถแสดงเจตนาให้ความยินยอมได้ เช่น วิกลจริต หรือ
- 4.2 ไปเสียจากภูมิลำเนาถิ่นที่อยู่ และไม่มีใครได้ข่าวคราวเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี ต้องร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่ง
- 5. กรณีที่ผู้จะเป็นบุตรบุญธรรมเป็นผู้เยาว์ ผู้ขอรับบุตรบุญธรรมต้องยื่นคำขอ แสดงความประสงค์ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมพร้อมหนังสือแสดงความยินยอมของผู้มีอำนาจให้ความยินยอม ณ ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม กรมประชาสงเคราะห์ หรือ ณ ที่ว่าการอำเภอ กิ่งอำเภอหรือที่ทำการประชาสงเคราะห์จังหวัด แล้วอธิบดีกรมประชาสงเคราะห์หรือผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วแต่กรณี จะให้ผู้ขอรับบุตรบุญธรรมรับบุตรไปทดลองเลี้ยงด้วยตนเอง เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือนก่อนอนุมัติให้จดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม ยกเว้นกรณีผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมเป็นพี่ร่วมบิดามารดา หรือเป็นพี่ร่วมบิดาหรือมารดา ทวด ปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา หรือผู้ปกครองตามกฎหมายของผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรม ไม่ต้องรับเด็กไปทดลองเลี้ยงดู
- 6. ผู้เยาว์ที่เป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลใดอยู่ จะเป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลอื่นอีกในขณะเดียวกันไม่ได้ เว้นแต่เป็นบุตรบุญธรรมของคู่สมรสของผู้รับบุตรบุญธรรม
- 7. พระภิกษุจะจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมไม่ได้
- 8. ผู้ที่จะรับบุตรบุญธรรมต้องไม่เป็นบุคคลที่ต้องห้ามตามที่ศาลสั่งไม่ให้รับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม
[แก้ไข] วิธีการจดทะเบียน
ในการจดทะเบียนผู้รับและผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรมต้องมาพร้อมกัน ณ สำนักทะเบียน และให้นายทะเบียนบันทึกการแสดงยินยอมไว้เมื่อนายทะเบียนได้ตรวจสอบหลักฐานต่าง ๆ ถูกต้องก็จดทะเบียนให้ ถ้าปรากฏว่าผิดเงื่อนไข ก็ห้ามมิให้จดทะเบียน ในการรับจดทะเบียน ถ้าบุตรบุญธรรมไม่สามารถลงนามด้วยตนเองได้ โดยเหตุยังไม่เดียงสา ให้บิดาหรือมารดาหรือผู้แทนโดยชอบธรรมลงนามแทน ถ้าผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรมอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี ให้ผู้ที่เป็นบุตรบุญธรรมลงนามเอง
[แก้ไข] ผลของการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม
1. บุตรบุญธรรมย่อมมีฐานะอย่างเดียวอย่างเดียวกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้รับบุตรบุญธรรม แต่ไม่สูญสิทธิและหน้าที่ในครอบครัวที่ได้กำเนิดมา
2. บิดาหรือมารดาโดยกำเนิดหมดอำนาจปกครองบุตร นับแต่วันจดทะเบียนเป็นบุตรบุญธรรม แต่ไม่ขาดจากการเป็นบิดามารดา
3. ผู้เป็นบุตรบุญธรรมจะมีอำนาจปกครองให้ความอุปการะเลี้ยงดูเสมือนเป็นบุตรที่ถูกต้องตามกฎหมาย
4. ผู้เป็นบุตรบุญธรรมใช้สิทธิใช้ชื่อสกุลและผู้รับมรดกของผู้รับบุตรบุญธรรม แต่ผู้รับบุตรบุญธรรมไม่มีสิทธิรับมรดกของผู้เป็นบุตรบุญธรรม
5. เมื่อนายทะเบียนจดทะเบียนแล้ว จะเพิกถอนเองไม่ได้ นอกจากคำพิพากษาของศาล
6. เมื่อการรับบุตรบุญธรรมเลิกแล้ว บุตรบุญธรรมย่อมกลับคืนไปอยู่ในความปกครองดูแลของบิดามารดาเดิม
[แก้ไข] ก. หลักเกณฑ์และคุณสมบัติในการรับบุตรบุญธรรม
- ผู้ที่จะรับบุตรบุญธรรมต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี
- ผู้รับบุตรบุญธรรมต้องมีอายุมากกว่าผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรมอย่างน้อย 15 ปี
- ในการรับบุคคลที่มีอายุมากกว่า 15 ปีเป็นบุตรบุญธรรม ต้องให้บุคคลนั้นให้ความยินยอมด้วย
- ในการรับบุคคลที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเป็นบุตรบุญธรรม จะทำได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอมจากบิดาและมารดาของผู้เยาว์นั้นก่อน ในกรณีที่ผู้เยาว์นั้นถูกทอดทิ้งและอยู่ในความดูแลของสถานสงเคราะห์เด็ก ให้ขอความยินยอมจากผู้มีอำนาจในสถานสงเคราะห์เด็กนั้นแทน
- กรณีผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรมมีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ผู้ที่จะรับบุตรบุญธรรมและผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรมสามารถขอจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมที่อำเภอที่ตนมีภูมิลำเนาได้เลย ทั้งนี้ ไม่มีการจำกัดอายุของผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรม
- ในกรณีที่ผู้รับบุตรบุญธรรมหรือผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรมมีคู่สมรสแล้ว ต้องให้คู่สมรสให้ความยินยอมด้วย
- ผู้เยาว์เป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลใดบุคคลหนึ่งอยู่ จะเป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลอื่นอีกในขณะเดียวกันไม่ได้ เว้นแต่จะเป็นบุตรบุญธรรมของคู่สมรสของผู้รับบุตรบุญธรรม
- หากผู้ขอรับเป็นชาวต่างชาติจะต้องมีคู่สมรส ยกเว้นผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมที่เป็นผู้มีสัญชาติไทย
- ต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติที่จะรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมได้ตามกฎหมายของประเทศที่ผู้ขอรับมีภูมิลำเนาอยู่
- การรับบุตรบุญธรรมจะสมบูรณ์ได้ ก็ต่อเมื่อได้จดทะเบียนตามกฎหมายไทยแล้วเท่านั้น
[แก้ไข] ข. การเตรียมเอกสารเพื่อดำเนินการขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม
[แก้ไข] 1.เอกสารที่ฝ่ายผู้ขอรับเด็กต้องเตรียมที่ประเทศเยอรมนี
สำหรับในประเทศเยอรมนี ขอแนะนำให้ผู้ประสงค์ขอรับเด็กไทยเป็นบุตรบุญธรรมติดต่อผ่านสำนักงานคุ้มครองเด็กและเยาวชนประจำรัฐที่ผู้ขอมีภูมิลำเนาอยู่ (Landesjugendamt) เพื่อประโยชน์ในการขอรับการตรวจลงตราเข้าประเทศเยอรมนีให้กับเด็กที่จะรับมาเป็นบุตรบุญธรรม โดยควรติดต่อไปยังกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ไปพร้อมกันด้วย
ผู้ประสงค์ขอรับเด็กไทยเป็นบุตรบุญธรรมต้องยื่นแบบคำขอเด็กไทยเป็นบุตรบุญธรรมพร้อมกับคู่สมรส โดยต้องยื่นเอกสารดังรายการต่อไปนี้
- แบบคำขอรับบุตรบุญธรรม
- สำเนาหนังสือเดินทาง หรือ เอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง หรือ ใบสำคัญถิ่นที่อยู่
- เอกสารรับรองการสมรส (ทะเบียนการสมรส)
- คำพิพากษาหย่า หรือ ทะเบียนหย่า (กรณีได้เคยสมรสมาก่อน)
- ใบรับรองแพทย์ซึ่งแสดงว่ามีร่างกายและจิตใจสมบูรณ์
- เอกสารรับรองการทำงานและรายได้
- เอกสารรับรองการเงินย้อนหลังไปไม่เกิน 6 เดือน
- เอกสารรับรองทรัพย์สิน
- รูปถ่ายของผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมและคู่สมรสสีขนาด 4.5 x 6.0 ซ.ม. ซึ่งถ่ายมาแล้วไม่เกิน 6 เดือน จำนวนคนละ 4 รูป
- หนังสือแสดงความยินยอมของคู่สมรสหรือคำสั่งอนุญาตของศาลแทนการให้ความยินยอมของคู่สมรส
- เอกสารรับรองความประพฤติและความเหมาะสมทั่วไปของผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมจากผู้เชื่อถือได้อย่างน้อย 2 คน
- รายงานการศึกษาสภาพครอบครัวของผู้รับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม
- เอกสารการตรวจคนเข้าเมืองที่ประเทศเยอรมนีรับรองการอนุญาตให้เด็กเข้าประเทศเยอรมนีได้
- เอกสารจากหน่วยงานเยอรมันที่เกี่ยวข้องที่รับรองว่าผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมมีคุณสมบัติและความเหมาะสมที่สามารถรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมได้ตามกฎหมายของประเทศเยอรมัน
- หนังสือรับรองว่าจะทำการควบคุมการทดลองเลี้ยงดูเด็กและส่งรายงานผลการทดลองเลี้ยงดูมาให้กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ไม่เกิน 2 เดือนต่อครั้ง เป็นระยะเวลา 6 เดือน
- กรณีการติดต่อผ่านองค์การสวัสดิภาพเด็กเอกชนจะต้องมีสำเนาใบอนุญาตขององค์การและหนังสือจากหน่วยงานรัฐบาลซึ่งรับรององค์การนั้นๆ ด้วย
- หนังสือรับรองดำเนินการตามกฎหมายไทย (เอกสารที่ผู้ขอรับบุตรบุญธรรมชาวต่างชาติต้องกรอกให้คำสัญญาว่าจะจดทะเบียนบุตรบุญธรรมให้ถูกต้องทั้งตามกฎหมายไทยและกฎหมายเยอรมัน)
เอกสารทุกฉบับข้างต้น (หากเป็นภาษาเยอรมันต้องแปลเป็นภาษาไทยก่อน โดยล่ามที่ได้รับอนุญาตจากศาลเยอรมัน หากเป็นภาษาอังกฤษไม่ต้องแปลเป็นภาษาไทยแต่อย่างใด) ต้องนำมารับรองที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน หรือ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต ก่อนนำส่งไปยังกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (ตามที่อยู่ข้างล่าง)
[แก้ไข] 2.เอกสารของฝ่ายที่จะยกเด็กให้ (บิดามารดาเด็ก หรือ ผู้ปกครองโดยชอบตามกฎหมาย)
- บัตรประจำตัวประชาชนของบิดาและมารดา หรือของผู้ปกครองโดยชอบตามกฎหมาย
- ทะเบียนบ้าน
- ทะเบียนสมรส
- ทะเบียนหย่า หรือ คำสั่งศาลให้หย่า
- หนังสือรับรองจากสำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอ หรือกิ่งอำเภอ ตามแบบ ปค. 14 รับรองว่าบิดา มารดาเด็กมิได้จดทะเบียนสมรสกัน บิดาเด็กไม่ได้จดทะเบียนรับรองบุตร และได้เลิกร้างกันเป็นเวลานานกี่ปีด้วย
- หนังสือแสดงความยินยอมของบิดามารดาหรือของผู้ปกครองโดยชอบตามกฎหมายให้ความยินยอม (แบบ บธ.5)
- บันทึกสอบปากคำตามแบบ ปค. 14
- รูปถ่ายขนาด 4.5 x 6.0 ซ.ม. ของบิดาและมารดาเด็กคนละ 1 รูป
- เอกสารอื่นๆ (หากมี หรือ จำเป็นต้องขอเพิ่มแล้วแต่กรณี)
[แก้ไข] 3.เอกสารของฝ่ายเด็กที่จะเป็นบุตรบุญธรรม
- สูติบัตร
- ทะเบียนบ้าน
- รูปถ่ายขนาด 4.5 x 6.0 ซ.ม. 1 รูป
- หนังสือแสดงความยินยอมของเด็กที่จะเป็นบุตรบุญธรรม (แบบ บธ.6) หากเด็กมีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป
- เอกสารอื่นๆ (หากมี หรือ จำเป็นต้องขอเพิ่มแล้วแต่กรณี)
[แก้ไข] ค. การนำส่งคำร้องขอพร้อมเอกสารประกอบ
หลังจากที่เตรียมเอกสารตามรายการข้างต้นเรียบร้อยแล้ว สามารถดำเนินการต่อไปได้ดังนี้
1.ขอให้สถานคุ้มครองเด็กและเยาวชนของรัฐ (Landesjugendamt) เป็นผู้ติดต่อกับกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เพื่อขอให้ดำเนินการพิจารณาอนุมัติ ตามที่อยู่ดังนี้
- กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม (Child Adoption Centre)
255 ถนนราชวิถี กรุงเทพมหานคร 10400
- โทร. (+66) 2 354-7500, (+66) 2 354-7511 แฟกซ์ (+66) 2 247 9480
- อีเมล์: adoption@lox.info.co.th หรือ
2.ยื่นคำร้องพร้อมเอกสารประกอบด้วยตัวเองที่ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมตามที่อยู่ข้างต้น
[แก้ไข] ง. ขั้นตอนการดำเนินเรื่องในประเทศไทย
1.เมื่อเอกสารหลักฐานต่างๆ สมบูรณ์แล้ว พนักงานเจ้าหน้าที่จะพิจารณาว่า ผู้ขอรับเด็กมีคุณสมบัติตามกฎหมายหรือไม่ หากพบว่ามีคุณสมบัติเหมาะสม มีฐานะความเป็นอยู่ดี มีอุปนิสัยดี ความประพฤติดี อาชีพรายได้ดี ฐานะของครอบครัวดี ตลอดจนสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจสมบูรณ์ เหมาะสมที่จะรับเด็กไปอุปการะเลี้ยงดูได้ ก็จะประมวลรายละเอียดเสนออธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พิจารณาก่อนนำเสนอต่อคณะกรรมการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมพิจารณาอนุมัติคุณสมบัติผู้ขอรับเด็ก หากเป็นกรณีที่มอบเด็กให้กันเอง คณะกรรมการฯ จะพิจารณาเด็กควบคู่กันไปในคราวเดียวกันด้วย
2.กรณีขอรับเด็กกำพร้าของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เมื่อคณะกรรมการรับเด็กเป็นบุตรธรรมพิจารณาอนุมัติคุณสมบัติผู้ขอรับเด็กแล้ว คณะกรรมการคัดเลือกเด็กให้เป็นบุตรบุญธรรมจะพิจารณาคัดเลือกเด็กของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการให้แก่ผู้ขอรับตามบัญชีก่อนหลัง
4.กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการจะแจ้งประวัติเด็กพร้อมรูปถ่ายให้ผู้ขอรับพิจารณาผ่านหน่วยงานเยอรมันที่ติดต่อเรื่องการขอรับเด็กไทยเป็นบุตรบุญธรรมมา
54เมื่อผู้ขอรับแจ้งตอบรับเด็กให้กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการทราบแล้ว เจ้าหน้าที่จะเสนอให้คณะกรรมการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมพิจารณาให้ผู้ขอรับรับเด็กไปทดลองเลี้ยงดูโดยขออนุญาตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ก่อนนำเด็กออกไปนอกราชอาณาจักรเพื่อทดลองเลี้ยงดู
5.เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์อนุญาต กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการจะนัดหมายให้ผู้ขอรับเด็กมารับการสัมภาษณ์จากคณะกรรมการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมและรับเด็กไปทดลองเลี้ยงดูเป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือน โดยหน่วยงานที่ติดต่อเรื่องมา หรือ สถานทูต/สถานกงสุล จะทำการควบคุมการทดลองเลี้ยงดูและส่งรายงานผลการทดลองเลี้ยงดูมาให้กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ 2 เดือนต่อครั้ง เป็นระยะเวลา 6 เดือน
6.เมื่อทดลองเลี้ยงดูมาครบ 6 เดือน และมีรายงานผลการทดลองเลี้ยงดูครบ 3 ครั้ง ซึ่งหากว่าผลการทดลองเลี้ยงดูเป็นที่น่าพอใจ เด็กอาศัยกับครอบครัวของผู้ขอรับอย่างมีความสุข เจ้าหน้าที่จะสรุปรายงานเสนอต่อคณะกรรมการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม เพื่อพิจารณาอนุมัติให้ผู้ขอรับไปดำเนินการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมตามกฎหมายได้
7.ผู้ขอรับจะต้องไปดำเนินการขอจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม ณ สถานทูต หรือ สถานกงสุลไทยที่ผู้ขอรับเด็กมีภูมิลำเนาอยู่ โดยกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการจะมีหนังสือขอความร่วมมือจากกระทรวงต่างประเทศผ่านกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมกับแจ้งให้หน่วยงานเยอรมันผู้ติดต่อเรื่องการขอรับเด็กไทยเป็นบุตรบุญธรรมมาและผู้ขอรับเด็กได้ทราบพร้อมกันนั้นด้วย
กรณีที่ผู้ขอรับเด็กอยู่ในประเทศไทย การจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมสามารถดำเนินการได้ที่สำนักงานเขต ที่ว่าการอำเภอ หรือ ที่ว่าการกิ่งอำเภอ ซึ่งเป็นการร้องขอจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมได้เช่นเดียวกับการขอบุตรบุญธรรมไทย
8.สถานทูต หรือ สถานกงสุล จะนำส่งสำเนาเอกสารทะเบียนการรับบุตรบุญธรรม (คร. 14) จำนวน 1 ชุด ให้กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการเพื่อเป็นหลักฐานแสดงว่าการดำเนินการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมของผู้ขอรับเด็กได้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายบัญญัติไว้ทุกประการ
9.หากบิดามารดาบุญธรรมต้องการให้บุตรบุญธรรมมาใช้นามสกุลของตน หลังจากที่ได้ดำเนินการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมกับทางการไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สามารถทำได้โดยนำหลักฐานการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมไปยื่นที่อำเภอที่เด็กมีชื่อในทะเบียนบ้าน เพื่อขอแก้ไขนามสกุลในทะเบียนบ้าน และ ขอคัดสำเนาทะเบียนบ้านที่มีนามสกุลตามบิดามารดาบุญธรรมไปขอเปลี่ยนนามสกุลในหนังสือเดินทางต่อไป
[แก้ไข] จ. สิทธิและหน้าที่ของบุตรบุญธรรม
บุตรบุญธรรมที่ได้มีการจดทะเบียนโดยถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดแล้ว มีสิทธิและหน้าที่ต่อบิดามารดาบุญธรรมดังนี้ คือ
1.มีฐานะอย่างเดียวกับบุตรชอบด้วยกฎหมายของบิดามารดาบุญธรรม คือ มีสิทธิได้รับการอุปการะเลี้ยงดู ส่งเสียให้ได้รับการศึกษา มีสิทธิได้ใช้นามสกุลของบิดามารดาบุญธรรม และมีสิทธิได้รับมรดกเหมือนบุตรชอบด้วยกฎหมาย
2.มีหน้าที่ต้องอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาบุญธรรม ทำนองเดียวกับบุตรชอบด้วยกฎหมาย
[แก้ไข] ฉ. สิทธิและหน้าที่ของบิดามารดาบุญธรรม
1.บิดามารดาบุญธรรมมีสิทธิใช้อำนาจปกครองกับบุตรบุญธรรม ความสัมพันธ์ระหว่างบิดามารดาบุญธรรมกับบุตรบุญธรรมนั้น มีลักษณะคล้ายคลึงกับบิดามารดากับบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย เพราะฉะนั้นบุตรบุญธรรมจึงต้องอยู่ใต้อำนาจปกครองของบิดามารดาบุญธรรม คือ มีสิทธิกำหนดที่อยู่ของบุตรบุญธรรม ทำโทษบุตรบุญธรรมตามสมควรเพื่อว่ากล่าวสั่งสอน เป็นต้น
2.บิดามารดาบุญธรรมไม่มีสิทธิรับมรดกของบุตรบุญธรรมในฐานะที่เป็นทายาทโดยธรรม แต่สามารถรับมรดกในฐานะเป็นผู้รับพินัยกรรมแทน
3.บิดามารดาบุญธรรมมีหน้าที่ต้องอุปการะเลี้ยงดูบุตรบุญธรรมทำนองเดียวกับบิดามารดาซึ่งมีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูบุตรโดยชอบกฎหมาย
[แก้ไข] ช. การเลิกรับบุตรบุญธรรม
การเลิกรับบุตรบุญธรรม มีได้ 3 ประการคือ
1.การเลิกรับบุตรบุญธรรมโดยความตกลง เกิดจากความตกลงของผู้รับบุตรบุญธรรมกับบุตรบุญธรรมซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้ว จะตกลงกันเมื่อใดก็ได้ แต่จะสมบูรณ์ต่อเมื่อได้จดทะเบียนตามกฎหมายแล้ว
2.การเลิกเมื่อมีการสมรสกัน แม้ว่ากฎหมายจะห้ามผู้รับบุตรบุญธรรมสมรสกับบุตรบุญธรรมก็ตาม แต่เนื่องจากบุคคลทั้งสองไม่ได้มีความผูกพันทางสายโลหิต การสมรสโดยฝ่าฝืนเงื่อนไขดังกล่าวจึงไม่เสื่อมเสียหรือเป็นโมฆะแต่อย่างใด การสมรสดังกล่าวมีผลเป็นการยกเลิกการรับบุตรบุญธรรมตั้งแต่เวลาที่จดทะเบียนสมรสกัน โดยไม่ต้องจดทะเบียนเลิกรับบุตรบุญธรรมอีก
3.การเลิกรับบุตรบุญธรรมโดยคำสั่งศาล ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดสามารถนำคดีขึ้นฟ้องร้องต่อศาลเพื่อขอเลิกรับบุตรบุญธรรม โดยมีมูลเหตุตามที่กฎหมายกำหนด
[แก้ไข] ซ. องค์การสวัสดิภาพเด็ก
นอกจากการยื่นคำขอเด็กไทยเป็นบุตรบุญธรรมผ่านกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์แล้ว ยังสามารถยื่นคำร้องผ่านองค์การสวัสดิภาพเด็กเอกชนที่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการเพื่อให้มีการรับเด็กไทยเป็นบุตรบุญธรรมได้ ดังรายชื่อต่อไปนี้
1.สหทัยมูลนิธิ
- 850/33 สุขุมวิท 71 พระโขนง กรุงเทพมหานคร 10110
- โทร. (+66) 2 252-5209, (+66) 2 252-5213
2.มูลนิธิมิตรมวลเด็ก
- 25 ซอยร่วมฤดี 1 ถนนเพลิตจิต ปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
3.มูลนิธิสงเคราะห์เด็กพัทยา
- 440 หมู่ที่ 9 ถนนสุขุมวิท กม. 145
- ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี 20260
- โทร: (+66) 3871-6628 แฟกซ์: (+66) 3871-6629
- อีเมล์: fr-ray@redemptorists.or.th
4.มูลนิธิสงเคราะห์เด็กสภากาชาดไทย
- ตึกวชิราลงกรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10500
- องค์การสวัสดิภาพเด็กดังกล่าวข้างต้นอยู่ภายใต้การควบคุมของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
[แก้ไข] ญ. กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- พระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2533 และ
- กฎกระทรวง ฉบับที่ 9 (พ.ศ. 2543) ออกตามความในพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม พ.ศ. 2522
ขอขอบคุณข้อมูลจาก











