Views
จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี
พระราชพิธีพระศพ เจ้าฟ้า-เจ้าแผ่นดิน พระราชศพ ยึดตามโบราณราชประเพณีเริ่มตั้งแต่การประดิษฐานพระศพ ความรู้เรื่องพระเมรุ กระทั่งพระราชพิธีถวายพระเพลิง รวมไปถึงความรู้เกี่ยวกับยอดฉัตร
สารบัญ |
[แก้ไข] การประดิษฐานพระศพ
นายวิษณุ เครืองาม สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) อธิบายถึงพระราชพิธีพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ว่า เมื่อครั้งที่สิ้นพระชนม์ บางพระองค์จะตั้งพระศพไว้ที่วังที่ประทับ ในกรณีหากวังที่ประทับนั้นไม่เหมาะสมหรือคับแคบ อาจอัญเชิญพระศพประดิษฐานในวังพิเศษหรือวังกลาง อย่างเช่น กรณีพระมหิตราธิเบต อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ตั้งพระโกศไว้ที่วังสวนกุหลาบแทนวังสระปทุม อย่างไรก็ตาม สถานที่มีเกียรติสูงไม่ต่างจากวังคือพระที่นั่งทรงธรรมในวัดเบญจมพบิตร
สำหรับพระบรมวงศ์ตั้งแต่ชั้นสมเด็จเจ้าฟ้าขึ้นไปหรือพระบรมญาติ หากมีพระบรมโองการโปรดเกล้าฯตั้งพระโกศที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ซึ่งเป็นกรณีพิเศษจริงๆ สูงยิ่งจะพระราชทานแก่ผู้ใดได้ เพราะปกติพระที่นั่งดุสิตเป็นที่ประกอบการของพระเจ้าอยู่หัวเท่านั้น เช่นรัชกาล 1-6 และ 8 โดยในรัชกาลนี้เคยให้ตั้งพระเจ้าอยู่หัวอนันทมหิดล พระองค์แรก สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า (สมเด็จย่าของในหลวง) พระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 ก่อนหน้านี้ตั้งของสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี (สมเด็จย่า) และบัดนี้ให้ตั้งพระโกศพระศพพระพี่นางฯ ฉะนั้นหากได้รับพระราชทานพระเพลิงก็ต้องอัญเชิญพระศพมาไว้ที่เมรุกลางเมือง ที่ท้องสนามหลวง
นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังได้พระราชทานพระโกศทองใหญ่ ซึ่งพระโกศสูงสุดเท่าที่มีอยู่ในประเทศไทย และมีไว้สำหรับพระเจ้าอยู่หัว พระอัครมเหสีและพระบรมราชชนนี ให้พระศพพระพี่นางอีกด้วย
[แก้ไข] ความรู้เรื่องพระเมรุ
คำว่า เมรุหรือเม-รุ มาจากชื่อของภูเขา เขาพระสุเมรุ เป็นที่ประทับของพระผู้เป็นเจ้า ถือว่าพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศ์เป็นพระผู้เป็นเจ้าหรือพระญาติ เวลาจะเผาต้องเชิญศพ ในสถานที่พิเศษ โดยสมมติว่าเป็นเขาพระสุเมรุ เพื่อเชิญดวงวิญญาณกลับไป ตามอิทธิพลความเชื่อของขอม โดยกล่าวกันว่าแวดล้อมด้วยภูเขา 7 ลูกที่เรียกว่าสัตตบริวรรณ มีมณฑบอยู่ 4 แห่ง ปัดราชวัตรปักธง อาจสร้างไม่ถึงหรอก อาจสร้างพระที่นั่งทรงธรรม ศาลาลูกขุนสำหรับข้าราชการ ธรรมเนียมส่งพระวิญญาณกลับสู่สวรรค์ ดังนั้นจึงต้องก่อขึ้นให้เหมือนภูเขา แต่อาจแตกต่างในเรื่องเป็นศาลายกยอด กุฎาคาร ยอดแหลมหรือยอดปรางค์ ยอดพระปรางค์
ปกติแล้วระดับชั้นพระเจ้าอยู่หัว พระอัครมหาเหสี สมเด็จพระบรมราชชนนี เรียกพระเมรุว่าพระเมรุมาศ เจ้าฟ้าเรียกพระเมรุมีเครื่องยอด เช่น ปรางค์ เจดีย์ รูปปราสาท มณฑบ ประวัติศาสตร์ เครื่องยอดมีพระมณฑปเป็นของพระเจ้าอยู่หัว ให้ช่างคนสำคัญของแผ่นดิน ในอดีต สมเด็จเจ้าฟ้าฯกรมพระนริศรานุวัดติวงศ์ เป็นสถาปนิกคนสำคัญของแผ่นดินออกแบบพระเมรุ พระเมรุมาศ
คำว่า มาศ แปลว่าทอง ขณะเดียวกันก็ขาดสีสัญลักษณ์ประจำวันประสูติไม่ได้ พระบรมศพสมเด็จย่าพระราชสมภพในวันอาทิตย์ ตกแต่งสีแดง พระพี่นางประสูติในวันอาทิตย์ ก็ต้องมีสีแดง ตกแต่งหน้าบรรณหรือหน้ามุข หากเป็น กษัตรย์ จะเป็นสัญลักษณ์ประจำรัชกาล แต่เจ้านายจะเป็นสัญลักษณ์ประจำพระองค์หรือพระปรมาภิไธยย่อ พระโกศ มีเสา มีบันได แต่เดิมทำให้สูง เพื่อเทิดทูนอย่างมาก แต่ปัจจุบันเริ่มคำนึงถึงการใช้สอย ขั้นบันไดต้องสูงเท่าใดให้เหมาะสมกับเจ้านาย ทั้งนี้ พระเมรุของพระเจ้าพี่นางเธอฯ ทางผู้จัดทำได้คิดทางลาดเพื่อให้เสด็จพระราชดำเนินสะดวกขึ้น หรือลิพต์ยกเพื่อไม่ต้องเสด็จฯขึ้นบันได
ทั้งนี้ ระยะเวลาการก่อสร้างเมรุดังกล่าว คาดไม่ต่ำกว่า 4 เดือน หรืออาจใช้เวลาประมาณ 6-8 เดือน โดยพยายามให้วันพระราชทานเพลิงไม่อยู่ในช่วงหน้าฝน โดยต้องรอพระบรมราชโองการโปรดเกล้า หากเป็นเดือนเมษายน ทางช่างผู้จัดทำก็ต้องระดมช่างทุกคนและเร่งฝีมือเต็ม หรือหากโปรดเกล้าฯ หลังจากนั้น อาจต้องรอพ้นหน้าฝน ซึ่งเป็นประมาณเดือนกันยายนที่จะถึง
[แก้ไข] การพระราชทานพระเพลิง
ส่วนถวายพระเพลิง กรณีเจ้านายทั่วไป อาจตั้งเมรุขนาดไม่ใหญ่โตที่ท้องสนามหลวง หรือที่คนสมัยก่อนรู้จักกันในชื่อทุ่งพระเมรุหรือเมรุกลางเมือง เพราะประชาชนทุกทิศสามารถเข้าร่วมงานได้ เมื่อใช้เสร็จก็ต้อง เพราะไม่ถือเป็นเรื่องมงคลของบ้านเมือง แต่รัชกาลปัจจุบันสร้างเมรุหลวงที่วัดเทพศิรินทร์ ชื่อเมรุหน้าพลับพลาอิสรยาภรณ์
เมื่อถึงเวลาถวายพระเพลิงหรือพระราชทานพระเพลิง จะอัญเชิญพระโกศมาเปลื้องบางอย่างออกในหอเปลื้อง และเชิญพระศพลงในพระเกศที่ทำขึ้นใหม่ ซึ่งเป็นโกศไม้จันทน์แกะสลัก ที่ไว้สำหรับเผาจริงๆ ซึ่งที่ผ่านมา งานสมเด็จย่านำเข้าไม้ชนิดนี้จากต่างประเทศ เช่น อินเดีย พม่า ส่วนฟืนก็ต้องใช้ไม้จันทน์หอมเช่นกัน และไม้อื่นประกอบด้วย เนื่องจากไม้จันทน์เป็นไม้ที่ส่งกลิ่นหอม จะช่วยกลบกลิ่นอื่นๆ ด้วย ยิ่งเป็นการเผากลางเมืองด้วย เป็นเชิ้อเพลิงที่ดี
[แก้ไข] ความหมายเกี่ยวกับฉัตร
สำหรับฉัตรแต่ละชั้นแสดงถึงเครื่องประกอบอิสริยยศของเจ้านาย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมทย์ ให้ความหมายว่าฉัตรคือร่ม เมื่อพระเจ้าอยู่หัวยกทัพไปตีเมืองใด เมื่อชนะก็นำร่มหรือฉัตรของเมืองที่ยึดได้มา ทั้งนี้ได้กำหนดฉัตรสูงสุดไว้ 9 ชั้น โดยฉัตรสีขาวเป็นฉัตรที่สูงชั้นที่สุด เรียกว่า เศวตฉัตร มี 5 ชั้น 7 ชั้นและ 9 ชั้น โดยฉัตรสีขาว 9 ชั้น เรียกว่านพดลมหาเศวตฉัตร ใช้กับพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมราชินี ส่วน 7 ชั้นใช้กับพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร และสมเด็จพระเทพฯเรียก สัตตปดล ฉัตร 5 ชั้นใช้กับสมเด็จเจ้าฟ้าและสมเด็จพระสังฆราช แต่ทั้งนี้ โปรดเกล้าฯให้เลื่อนลำดับได้ อย่างเช่นกรณีพระพี่นางฯ ดำรงพระอิศริยยศเสมอด้วยฉัตร 5 ชั้น แต่ต่อมา พระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เลื่อนชั้นเป็นฉัตร 7 ชั้น
ขอขอบคุณข้อมูลจาก















