Views
จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี
วัตถุมงคลในพุทธศาสนา หรือเรียกกันโดยทั่วไปว่า พระเครื่องราง หรือ พระเครื่อง คือรูปสมมติของพระพุทธเจ้ามีขนาดเล็ก สร้างไว้สำหรับบรรจุไว้ในพุทธเจดีย์ เพื่อเป็นที่ระลึกถึงพระพุทธเจ้า และเพื่อสืบทอดพระศาสนา
สารบัญ |
[แก้ไข] ประวัติการสร้าง
สันนิษฐานว่าสร้างภายหลังการสร้างพระพุทธรูป (ราว พ.ศ. 500)ปรากฏเห็นเป็นหลักฐานชัดเจนในในสมัยทวารวดี (ราว พ.ศ. 400-พ.ศ. 1200)และ สมัยศรีวิชัย (พ.ศ. 1300) โดยสร้างพระเครื่องขึ้นเพื่อเป็นของที่ระลึกสำหรับผู้ที่มาเคารพสังเวชนียสถาน เพื่อให้ระลึกถึงพระพุทธเจ้า ส่วนความหมายของคำว่าพระเครื่องในประเทศไทยนั้น เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ที่ท่านสั่งเครื่องจักรจากยุโรปมาเพื่อผลิตเหรียญกษาปณ์ ทำให้มีการผลิตเหรียญของเกจิอาจารย์ขึ้น ทำให้เรียกว่าพระที่ทำจากเครื่องจักรว่าพระเครื่องหรือ เรียกพระองค์เล็กๆที่เป็นพระพิมพ์เรียกเหมือนกันว่าพระเครื่อง
ข้อความนี้เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ปรากฏอยู่ในพระไตรปิฎก ซึ่งได้ยกเนื้อความเพียงบางส่วนมาให้พุทธศาสนิกชนได้ศึกษาเปรียบเทียบ
วัตถุทั้งหมดไม่ว่ารูปอะไรก็เป็นอย่างนี้...ไม่มีข้อยกเว้น (รวมทั้งพระพุทธรูป) เล่ม 66 หน้า 153
พระสมณะครั้นรู้รูปอย่างนี้แล้วจึงพิจารณารูป คือ พิจารณาโดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นโรค เป็นดังหัวฝี เป็นดังลูกศร เป็นของลำบาก เป็นอาพาธ เป็นอย่างอื่น เป็นของชำรุด เป็นเสนียดเป็นอุบาทว์ เป็นภัย เป็นอุปสรรค เป็นของหวั่นไหว เป็นของแตกพัง เป็นของไม่ยั่งยืน เป็นของไม่มีที่ซ่อนเร้น เป็นของไม่มีที่พึ่ง เป็นของว่าง เป็นของเปล่า เป็นของสูญ เป็นอนัตตา เป็นโทษ เป็นของมีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดา เป็นของไม่มีแก่นสาร เป็นมูลแห่งความลำบาก เป็นดังเพชฌฆาต เป็นของปราศจากความเจริญ เป็นของมีอาสวะ (เป็นของหมักดอง) เป็นของอันเหตุปัจจัยปรุงแต่ง เป็นเหยื่อแห่งมาร เป็นของมีชาติเป็นธรรมดา เป็นของมีชราเป็นธรรมดา เป็นของมีพยาธิ (ความเจ็บป่วย) เป็นธรรมดา เป็นของมีมรณะเป็นธรรมดา เป็นของมีความโศก ความรำพัน ความเจ็บกาย ความเจ็บใจและความแค้นใจเป็นธรรมดา เป็นของมีความเศร้าหมองเป็นธรรมดา เป็นเหตุเกิดแห่งทุกข์ เป็นของดับไป เป็นของชวนให้หลงแช่มชื่น เป็นอาทีนพ (เป็นของมีโทษ) เป็นนิสสรณะ (เป็นของต้องพรากจากไป)
วัตถุทั้งหลายรวมทั้งพระพุทธรูปพระพุทธเจ้าไม่ให้เอาเป็นที่พึ่ง เล่ม 27 หน้า 90
บทว่า อตฺตทีปา ความว่า ท่านทั้งหลายจงทำตนให้เป็นเกาะ เป็นที่ต้านทาน เป็นที่เร้น เป็นคติที่ไปในเบื้องหน้าเป็นที่พึ่งอยู่เถิด.
อนญฺญสรณา นี้ เป็นคำห้ามพึ่งผู้อื่น ด้วยว่าผู้อื่นเป็นที่พึ่งไม่ได้ เพราะคนหนึ่งจะพยายามทำอีกคนหนึ่งให้บริสุทธิ์หาได้ไม่ สมจริงดังที่ตรัสไว้ว่า ตนนั่นแลเป็นที่พึ่งของตน คนอื่นใครเล่าจะเป็นที่พึ่งได้
เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า อนญฺญสรณา ไม่มีสิ่งอื่นเป็นสรณะ
ถามว่า ก็ในที่นี้ อะไรชื่อว่าตน ? ตอบว่า ธรรมที่เป็นโลกิยะและเป็นโลกุตตระ (ชื่อว่าตน).
ด้วยเหตุนั้นนั่นแล พระองค์จึงตรัสว่า ธมฺมทีปา ธมฺมสรณา อนญฺญสรณา มีธรรมเป็นเกาะ มีธรรมเป็นสรณะ ไม่มีสิ่งอื่นเป็นสรณะ
เล่ม 30 หน้า 444
...ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุพวกใดพวกหนึ่งในบัดนี้ก็ดี ในกาลที่ล่วงไปแล้วก็ดี จักเป็นผู้มีตนเป็นเกาะ มีตนเป็นที่พึ่ง ไม่มีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่ง คือ มีธรรมเป็นเกาะ มีธรรมเป็นที่พึ่ง ไม่มีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่งอยู่ ภิกษุเหล่านี้นั้นเป็นผู้ใคร่ต่อการศึกษา จักเป็นผู้เลิศ.
พระพุทธรูปที่ทำกันเกร่ออยู่ตอนนี้ พระพุทธเจ้าก็ไม่เคยบัญญัติ – ไม่เคยกล่าว – ไม่เคยแสดงว่าให้ชาวพุทธพากันทำขึ้นมาได้ แล้วชาวพุทธจะทำกันไปทำไม ? แล้วชาวพุทธจะกราบไหว้กันไปทำไม ? แล้วชาวพุทธจะเคารพไปเพื่ออะไร ? เล่ม 32 หน้า 176
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุพวกที่แสดง สิ่งที่เป็นธรรมว่า เป็นอธรรม.... ภิกษุพวกที่แสดง สิ่งที่มิใช่วินัย ว่า เป็นวินัย… ภิกษุพวกที่แสดง วินัยว่า มิใช่วินัย…
ภิกษุพวกที่แสดง คำพูดอันตถาคตมิได้ภาษิตไว้ - มิได้กล่าวไว้ว่า เป็นคำพูดที่ตถาคตภาษิตไว้ – กล่าวไว้… ภิกษุพวกที่แสดง คำพูดอันตถาคตได้ภาษิตไว้ - กล่าวไว้ว่า เป็นคำพูดที่ตถาคตมิได้ภาษิตไว้ – มิได้กล่าวไว้ …
ภิกษุพวกที่แสดง กรรมอันตถาคตมิได้สั่งสมว่า ตถาคตสั่งสม…. ภิกษุพวกที่แสดง กรรมอันตถาคตได้สั่งสมไว้ว่า ตถาคตมิได้สั่งสมไว้ …. ภิกษุพวกที่แสดง สิ่งอันตถาคตบัญญัติไว้ว่า ตถาคตมิได้บัญญัติไว้…
ภิกษุเหล่านั้น ชื่อว่า เป็นผู้ปฏิบัติเพื่อไม่เป็นประโยชน์เกื้อกูล ไม่เป็นความสุขแก่ชนเป็นอันมาก เพื่ออนัตถะเพื่อมิใช่ประโยชน์เกื้อกูลชนเป็นอันมาก เพื่อทุกข์แก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ทั้งย่อมประสบบาปมิใช่บุญเป็นอันมาก และย่อมยังสัทธรรมนี้ให้อันตรธาน….
พึ่งพระรัตนตรัย (อย่างถูกต้อง) ยอดเยี่ยมนัก เล่ม 42 หน้า 346
มนุษย์เป็นอันมาก ถูกภัยคุกคามแล้ว ย่อมถึงภูเขา ป่า อาราม และรุกขเจดีย์ (ต้นไม้) ว่าเป็นที่พึ่ง สรณะนั่นแลไม่เกษม สรณะนั่นไม่อุดม เพราะบุคคลอาศัยสรณะนั่น ย่อมไม่พ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้. (ข้อความตรงส่วนนี้รวมทั้งผู้ที่เอาพระพุทธรูปเป็นที่พึ่งด้วย)
ส่วนบุคคลใดถึงพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ว่าเป็นที่พึ่ง ย่อมเห็นอริยสัจ 4 (คือ) ทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ ความก้าวล่วงทุกข์ และมรรคมีองค์ ๘ อันประเสริฐ ซึ่งยังสัตว์ให้ถึงความสงบแห่งทุกข์ ด้วยปัญญาชอบ สรณะนั่นแลของบุคคลนั้นเกษม สรณะนั่นอุดม เพราะบุคคลอาศัยสรณะนั่น ย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้
[แก้ไข] พระเครื่องรางที่เป็นที่นิยม
- พระกรุต่างๆ (ที่ขุดได้จากพุทธเจดีย์ โบราณสถาน) เช่นพระสมัยทวารวดี ศรีวิชัย ลพบุรี สุโขทัย กำแพงเพชร อู่ทอง อยุธยา รัตนโกสินทร์
- พระสมเด็จ เช่น พระสมเด็จวัดระฆัง พระสมเด็จบางขุนพรม พระสมเด็จเกศไชโย พระสมเด็จปิลันทร์ พระสมเด็จวัดหลวงปู่ภู พระผง ๙ สมเด็จเป็นต้น
- พระสมเด็จจิตรลดา
- พระสมเด็จนางพญา สก.วัดบวรนิเวศวิหารพระสมเด็จนางพญา วัดบวรนิเวศวิหาร มวลสารจิตรลดา
- หลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด
- เหรียญที่ระลึกรูปพระพุทธรูป เช่น หลวงพ่อโต (อยุธยา) พระพุทธชินราช หลวงพ่อโสธร หลวงพ่อวัดบ้านแหลม หลวงพ่อวัดเขาตะเครา
- เหรียญที่ระลึกรูปพระเกจิอาจารย์ (รูปพระภิกษุสงฆ์) เช่น หลวงปู่ศุข หลวงปู่เอี่ยม หลวงพ่อฉุย เป็นต้น
- เหรียญหล่อ เช่น หลวงพ่อไปล่ วัดกำแพง หลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก หลวงพ่อเงิน บางคลาน เป็นต้น
- พระปิดตา (พระภควัมบดี)เช่น หลวงปู่โต๊ะ หลวงปู่ทับ หลวงปู่นาค เป็นต้น
- พระกริ่ง/พระชัย เช่น พระกริ่งวัดสทัศน์ เป็นต้น
- พระของขวัญวัดปากน้ำ หลวงพ่อสด พระมงคลเทพมุนี
- พระอื่นๆ เช่น หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค หลวงพ่อพริ้ง วัดบางปะกอก เป็นต้น
[แก้ไข] เบญจภาคี
เบญจภาคี คือ พระเครื่อง 5 ชนิด ที่ถือว่าเป็น สุดยอดและล้ำค่าเป็นอย่างมากของ พระเครื่องได้แก่ พระสมเด็จ พระนางพญา พระกำแพง พระผงสุพรรณ และพระรอด
เหตุผลที่กล่าวว่าสุดยอด ในบรรดาพระเครื่องด้วยกันก็เพราะว่า เป็นพระเครื่องที่มีอายุ เก่าแก่มากกว่า หลายร้อยปี พิมพ์นิยมสวยงาม ที่สำคัญที่สุดคือ คนจำนวนมากเชื่อถือในความ ศักด์สิทธ์ทางด้านพุทธคุณ เป็นอย่างมาก ทำให้เป็นที่ต้องการ ของนักสะสมพระเครื่อง เป็นจำนวนมาก จนทำให้มีราคาสูงมากๆ
[แก้ไข] พระสมเด็จ
ผู้สร้างคือ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)เป็นพระเครื่องทีมีอายุการสร้างน้อยที่สุดในบรรดาเบญจภาคีด้วยกัน พระสมเด็จวัดระฆัง สร้างในสมัยรัชกาลที่4 ที่วัดระฆังโฆษิตาราม กรุงเทพฯ "สมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่" จัดได้ว่าเป็นสุดยอดพระเครื่องตลอดกาล หรือ "จักรพรรดิแห่งพระเครื่อง" อีกทั้งเป็นสุดยอดความปรารถนา ที่จะได้ไว้ในครอบครองของ บรรดาเหล่าผู้นิยมพระเครื่อง หรือนักสะสมของเก่าทั้งหลาย จัดได้ว่า เป็นของล้ำค่าชิ้นหนึ่งทีเดียว เหตุที่สร้างขึ้นมาก็เพื่อเป็นการสืบทอดพระศาสนาตามเยี่ยงโบราณกาล นอกจากนี้ยังมี พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม ,พระสมเด็จวัดเกศไชโยวรวิหาร ก็เป็นที่นิยมไม่แพ้กัน"
- พุทธคุณ เมตตามหานิยม,แคล้วคลาดภัยภิบัติ,คงกระพัน,โชคลาภ
[แก้ไข] พระนางพญา
สร้างที่วัดนางพญา จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นวัดที่ประดิษฐานพระพุทธชินราชที่สำคัญยิ่ง และเป็นพระคู่บ้านคู่เมือง พระนางพญา ปีที่สร้างไม่ปรากฎแน่ชัด แต่สันนิษฐานว่า สร้างประมาณปี พ.ศ.2112 จากหลักฐานที่พบหลังกรุแตก ออกมาเป็นครั้งแรกโดยธรรมชาติอย่างมากมาย ผู้ที่สร้างไม่ปรากฎแต่จากหลักฐานกรุที่บรรจุพระนางพญาสร้างแบบลังกา ทำให้เชื่อว่าสร้างในสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชา พระวิสุทธิกษัตริย์ ผู้ปกครองเมือง สองแควขณะนั้น เหตุที่สร้างก็เพื่อเป็นพุทธบูชาและเป็นการสืบพระพุทธศาสนาตามคตินิยมมาแต่โบราณกาล นอกจากนี้ยังมีการขุดค้นพบอีกหลายที่ เช่นที่ใต้ฐานโบสถ์วัดสังข์กระจายใน กทม. และ กรุวังหน้าในโรงละครแห่งชาติ
- พุทธคุณ เป็นพระสร้างความเด่น ด้านเมตตากรุณา และเป็นสวัสดิมงคล
[แก้ไข] พระกำแพง (ซุ้มกอ)
กำเนิดที่พระบรมธาตุนครชุม จังหวัดกำแพงเพชร จากตำนานกล่าวไว้ว่าผู้สร้างคือฤาษี 3 องค์ สร้างถวายแก่ พระยาศรีธรรมาโศกราชผู้ปกครองบ้านเมืองขณะนั้น เป็นพระเครื่องอันดับหนึ่งของเมืองกำแพงเพชรมาช้านาน เชื่อกันว่าสร้างในสมัยสุโขทัย พ.ศ.1900 พระกำแพงซุ้มกอ เหตุที่พบเมื่อ สมเด็จพระพุฒาจารย์ โตฯ แห่งวัดระฆัง ขึ้นมาเยี่ยมญาติในเมืองกำแพงเพชร ได้อ่านแผ่นศิลาจารึกไทยโบราณที่มีอยู่ที่วัดเสด็จฝั่งเมืองกำแพงเพชร ได้ความว่ามีพระเจดีย์โบราณบรรจุพระบรมธาตุ อยู่ริมลำน้ำปิงฝั่งตะวันตก 3 องค์ และชำรุดอยู่ พระยากำแพงเพชร (น้อย) เป็นเจ้าเมืองในขณะนั้น ได้ทำการค้นหาจนพบและได้รื้อเพื่อปฎิสังขรณ์จึงพบกรุพระกำแพงสกุลต่างๆ จำนวนมาก
- พุทธคุณ โภคทรัพย์,มหานิยม
[แก้ไข] พระผงสุพรรณ
เป็นพระเครื่องอันดับหนึ่งของจังหวัดสุพรรณบุรี ผู้สร้างไม่ปรากฎแน่ชัดแต่จากตำนานเล่าว่า สร้างมาจากฤาษี 4 องค์ เหตุที่สร้างก็ไม่ชัดแจ้งได้แต่สันนิษฐานกันไปต่างๆ นานา พระผงสุพรรณ ได้ถูกค้นพบในปี พ.ศ.2456 ผู้พบเป็นคนแรกชื่อ ลุงเจิม อร่ามเรือง นักขุดพระ หาสมบัติชื่อดังในสมัยนั้น ได้ขุดเจอที่พระอารามเก่าแก่ที่ถูกทอดทิ้งรกร้างมาเป็นเวลานาน นั่นก็คือกรุพระปรางค์วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดสุพรรณบุรี ในปัจจุบันนี้
- พุทธคุณ โภคทรัพย์,มหานิยม,คงกระพัน,เสน่ห์
[แก้ไข] พระรอด
ชื่อเดิมคือ พระนารทะ (ชื่อฤาษีผู้สร้าง)จุดเด่นคือมีอายุเก่าแก่ที่สุดในบรรดาพระเครื่อง สร้างประมาณปี พ.ศ.1223 เป็นพระเครื่องสุดยอดของจังหวัดลำพูน พระรอดลำพูน ตำนานกล่าวว่าสร้างในสมัยทวาราวดีมีอายุนับพันปีมาแล้วในสมัยพระนางจามเทวีปกครองเมือง ชื่อเดิมคือเมืองหริภุญไชย ปัจจุบันคือจังหวัดลำพูน
เหตุที่สร้าง เมื่อพระนางจามเทวีได้ทรงสถาปนาพระอาราม ชื่อ จตุรพุทธปราการ (วัดมหาวัน) ขึ้นจึงได้ดำริให้สร้าง พระเจดีย์ไปพร้อมกัน พร้อมทั้งบรรจุ พระรอด โดย พระสุมณานารทะฤาษี เป็นผู้สร้าง สถานที่พบคือวัดมหาวัน จังหวัดลำพูน พบเป็นครั้งแรก ในระหว่างปี พ.ศ.2435-2445 ในสมัย เจ้าหลวงเหมพินธุไพจิตร ก็เพราะว่าได้มีการปฎิสังขรพระเจดีย์วัดมหาวัน เนื่องจากชำรุดทรุดโทรมและพังทลายลงมามาก โดยการสร้างสวมครอบองค์เดิมลงไป ระหว่างที่โกยเศษที่ปรักหักพัง ที่กองทับถมกันอยู่เพื่อนำไปถมหนองน้ำซึ่งอยู่ระหว่างหอสมุดของวัด ได้พบพระรอดเป็นจำนวนมาก หลังจากนั้นได้มีการพบพระรอดอีกหลายครั้งภายในบริเวณวัดมหาวัน
- พุทธคุณ เด่นทางแคล้วคลาด,คุ้มภัย
- ขอขอบคุณข้อมูลจาก วิกิพีเดียบทความ พระเครื่อง ซึ่งบทความนี้คัดลอกมาจากวิกิพีเดียและนำมาใช้ภายใต้สัญญา GFDL
- www.kornprom.com/benjaphakee
- ภาพประกอบจาก Benjaphakee.com
- ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต













