.:: พ.ร.บ การซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า - คลังปัญญาไทย ::. .:: คลังปัญญาไทย : PanyaThai.or.th ::.
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
พ.ร.บ การซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า
 

จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี

Jump to: navigation, search

สารบัญ

[แก้ไข]
พ.ร.บ การซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า พ.ศ. 2542

_________________________________

        มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติการซื้อขายสินค้า เกษตรล่วงหน้า พ.ศ.2542"

        มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบ วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

        มาตรา 3 ในพระราชบัญญัตินี้

        "ตลาด" หมายความว่า ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย

        "สินค้าเกษตร" หมายความว่า ผลิตผลทางเกษตรกรรมและผลิตภัณฑ์ ที่ได้จากการแปรรูปผลิตผลทางเกษตรกรรม ซึ่งคณะกรรมการตลาดกำหนด ให้มีการซื้อขายล่วงหน้า

        "การซื้อขายล่วงหน้า" หมายความว่า การซื้อขายสินค้าเกษตรโดยวิธีการประมูลโดยเปิดเผยในตลาดเพื่อรับมอบหรือส่งมอบสินค้าเกษตรนั้นในวัน ข้างหน้าตามปริมาณและราคาที่ตกลงกันตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่คณะกรรมการตลาดกำหนด

        "ข้อตกลงซื้อขายล่วงหน้า" หมายความว่า คำสั่งซื้อหรือคำสั่งขายสินค้า เกษตร ซึ่งผู้ซื้อหรือผู้ขายส่งเข้าตลาด และได้รับการยืนยันการซื้อขายเกี่ยวกับ ปริมาณ ราคา ระยะเวลารับมอบหรือส่งมอบสินค้าเกษตรนั้นจากตลาดแล้ว

        "ธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า" หมายความว่า

        (1) การเป็นผู้ค้าล่วงหน้า

        (2) การเป็นนายหน้าซื้อขายล่วงหน้า

        (3) การเป็นที่ปรึกษาการซื้อขายล่วงหน้า

        (4) การเป็นตัวแทนซื้อขายล่วงหน้า

        (5) การเป็นผู้บริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้า

        (6) การประกอบธุรกิจอื่นที่เกี่ยวกับสินค้าเกษตรตามที่คณะกรรมการ ก.ส.ล.กำหนด

        "ผู้ค้าล่วงหน้า" หมายความว่า ผู้ได้รับอนุญาตจากเลขาธิการให้ทำการ ซื้อขายล่วงหน้าเพื่อตนเอง

        "นายหน้าซื้อขายล่วงหน้า" หมายความว่า ผู้ได้รับอนุญาตจากเลขาธิการ ให้จัดหาและรับคำสั่งซื้อหรือคำสั่งขายล่วงหน้าจากลูกค้า

        "ที่ปรึกษาการซื้อขายล่วงหน้า" หมายความว่า ผู้ได้รับอนุญาตจาก เลขาธิการให้เป็นตัวแทนของนายหน้าซื้อขายล่วงหน้า ในการจัดหาคำสั่ง ซื้อหรือคำสั่งขายล่วงหน้าจากลูกค้า

        "ผู้บริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้า" หมายความว่า ผู้ได้รับอนุญาต จากเลขาธิการให้บริการและจัดการธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้า

        "ธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้า" หมายความว่า

        (1) การจัดการเงินทุนส่วนบุคคล โดยการจัดการเงินทุนให้แก่บุคคล แต่ละราย ตั้งแต่ห้ารายขึ้นไป หรือคณะบุคคลตั้งแต่หนึ่งคณะ เพื่อแสวงหา ประโยชน์จากการซื้อขายล่วงหน้า

        (2) การจัดการกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า โดยการระดมทุนจาก บุคคลหรือคณะบุคคลเพื่อแสวงหาประโยชน์จากการซื้อขายล่วงหน้า

        "สมาชิก" หมายความว่า ผู้ค้าล่วงหน้าและนายหน้าซื้อขายล่วงหน้า ซึ่งได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการการตลาดให้ซื้อขายล่วงหน้าในตลาด

        "ลูกค้า" หมายความว่า ผู้ซื้อหรือผู้ขายซึ่งทำการซื้อขายล่วงหน้าใน ตลาดโดยผ่านนายหน้าซื้อขายล่วงหน้าหรือตัวแทนซื้อขายล่วงหน้า

        "เงินประกัน" หมายความว่า เงินและทรัพย์สินที่วางไว้เพื่อเป็นหลัก ประกันการซื้อขายล่วงหน้า

        "ผู้จัดการ" หมายความว่า ผู้จัดการตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่ง ประเทศไทย

        "พนักงานเจ้าหน้าที่" หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการ ตามพระราชบัญญัตินี้

        "สำนักงาน" หมายความว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับการซื้อขาย สินค้าเกษตรล่วงหน้า

        "เลขาธิการ" หมายความว่า เลขาธิการคณะกรรมการกำกับการซื้อขาย สินค้าเกษตรล่วงหน้า

        "รัฐมนตรี" หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

        มาตรา 4 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์รักษาการตามพระราช บัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงและแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อ ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

        กฎกระทรวงนั้นเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุบเกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

[แก้ไข]
หมวด 1 การกำกับการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า

--------------------------------------------------

[แก้ไข]
ส่วนที่ 1 คณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า

        มาตรา 5 ให้มีคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า คณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า "คณะกรรมการ ก.ส.ล." ประกอบด้วย รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ผู้ว่าการธนาคาร แห่งประเทศไทย และผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับธุรกิจการซื้อ ขายสินค้าทางการเกษตรซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจำนวนห้าคนเป็นกรรมการ โดยในจำนวนนี้อย่างน้อยต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย ด้านการพาณิชย์ ด้านการเงิน หรือด้านการเกษตรด้านละหนึ่งคน และเลขาธิการเป็นกรรมการ และเลขานุการ

        กรรมการ ก.ส.ล. จะเป็นกรรมการในคณะกรรมการตลาดหรือคณะ กรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ไม่ได้

        มาตรา 6 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งต้องไม่เป็น ข้าราชการการเมืองผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการ เมือง

        มาตรา 7 ให้คณะกรรมการ ก.ส.ล. มีอำนาจและหน้าที่วางนโยบายการ ส่งเสริมและพัฒนาตลอดจนกำกับดูแลการซื้อขายล่วงหน้า การประกอบธุรกิจ ที่เกี่ยวข้องหรือเกี่ยวเนื่องกับการซื้อขายล่วงหน้าและให้มีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้ด้วย

        (1) ออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง หรือข้อกำหนดตามพระราช บัญญัตินี้

        (2) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาตและการ อนุญาตให้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า

        (3) กำหนดค่าธรรมเนียมสำหรับการขออนุญาตและการอนุญาตให้ ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า

        (4) ให้ความเห็นชอบจำนวนเงินอุดหนุนและเงินสมทบที่ตลาดจัดสรร ให้สำนักงานและกองทุนพัฒนาตลาดตาม มาตรา 74 วรรคสอง

        (5) ให้ความเห็นชอบระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หรือคำสั่งที่ออกโดย คณะกรรมการตลาดตาม มาตรา 78 (1) (4) (5) (8) (9) (10) (11) และ (16)

        (6) กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการพิจารณาและชี้ขาดข้อพิพาทของเลขาธิการตาม มาตรา 116

        (7) สั่งห้ามการซื้อขายล่วงหน้า หรือสั่งให้คณะกรรมการตลาดหรือ ผู้จัดการกระทำการหรืองดเว้นกระทำการตาม มาตรา 125

        (8) สั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้าหรือตลาดชี้แจงข้อเท็จจริง ทำรายงาน ตลอดจนมีอำนาจสั่งสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการซื้อขาย ล่วงหน้า

        (9) วางระเบียบเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะอนุกรรมการ

        (10) ออกระเบียบ คำสั่ง และข้อบังคับเกี่ยวกับการพนักงาน ระบบ พนักงานสัมพันธ์ การบรรจุ แต่งตั้ง ถอดถอน วินัย และการลงโทษพนักงาน และลูกจ้างของสำนักงาน การกำหนดอัตราเงินเดือนและเงินตอบแทนอื่น การสงเคราะห์และสวัสดิการ และการมอบอำนาจให้ผู้อื่นปฏิบัติงานแทน เลขาธิการ

        (11) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของ คณะกรรมการ ก.ส.ล.

        มาตรา 8 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งให้มีวาระอยู่ใน ตำแหน่งคราวละสี่ปี เมื่อครบกำหนดตามวาระในวรรคหนึ่ง ให้ดำเนินการแต่งตั้งกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ภายในหกสิบวัน ในระหว่างที่ยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่ง ตามวาระนั้นอยู่ในตำแหน่งเพื่อดำเนินงานต่อไปจนกว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งอีก ได้ แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้

        มาตรา 9 เมื่อครบสองปีนับแต่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการ ก.ส.ล. ครั้งแรก ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจำนวนสามคน ออกจากตำแหน่งโดยวิธีจับสลาก และให้ถือว่าการออกจากตำแหน่งโดยการ จับสลากเป็นการออกตามวาระ

        มาตรา 10 นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการผู้ทรง คุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

        (1) ตาย

        (2) ลาออก

        (3) คณะรัฐมนตรีให้ออกเพราะปฏิบัติหน้าที่บกพร่องอย่างร้ายแรง

        (4) เป็นบุคคลล้มละลาย

        (5) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

        (6) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษ สำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

        (7) มีลักษณะต้องห้ามตาม มาตรา 6

        ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่ง ก่อนวาระ คณะรัฐมนตรีอาจแต่งตั้งผู้อื่นเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทน และ ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งตนแทน

        มาตรา 11 การประชุมของคณะกรรมการ ก.ส.ล. ต้องมีกรรมการมา ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุมมติของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งใน การลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่ม ขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

        มาตรา 12 กรรมการผู้ใดมีส่วนได้เสียใด ๆ ในเรื่องที่พิจารณา ห้ามมิ ให้เข้าร่วมพิจารณาในเรื่องนั้น

        มาตรา 13 คณะกรรมการ ก.ส.ล. มีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ เพื่อปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดอันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ แล้วรายงานต่อคณะกรรมการ ก.ส.ล. การประชุมของคณะอนุกรรมการตามวรรคหนึ่ง ให้นำ มาตรา 11 มา ใช้บังคับโดยอนุโลม

        มาตรา 14 ให้ประธานกรรมการ ก.ส.ล. กรรมการ ก.ส.ล. และ อนุกรรมการได้รับประโยชน์ตอบแทนตามที่รัฐมนตรีกำหนด และให้ถือ ว่าประโยชน์ตอบแทนนั้นเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของสำนักงานส่วนที่ 2 สำนักงานคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า

        มาตรา 15 ให้จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้า เกษตรล่วงหน้าขึ้น และให้มีฐานเป็นนิติบุคคล กิจการของสำนักงานตามวรรคหนึ่งไม่อยู่ภายใต้บังคับกฎหมายว่า ด้วยการคุ้มครองแรงงานเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการจ่ายค่าชดเชย กฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน และกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ สำนักงานไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วย วิธีการงบประมาณหรือกฎหมายอื่น และรายได้ของสำนักงานไม่ต้องนำส่ง เป็นรายได้แผ่นดิน

        มาตรา 16 ให้สำนักงานมีสำนักงานแห่งใหญ่ในกรุงเทพมหานครหรือ ในจังหวัดอื่นที่คณะกรรมการ ก.ส.ล.กำหนด

        มาตรา 17 ให้สำนักงานมีอำนาจและหน้าที่ปฏิบัติการเพื่อให้เป็นไป ตามมติของคณะกรรมการ ก.ส.ล. และอำนาจหน้าที่เช่นว่านี้ให้รวมถึง

        (1) ปฏิบัติหน้าที่ด้านธุรการของคณะกรรมการ ก.ส.ล.และคณะ อนุกรรมการ

        (2) ถือกรรมสิทธิ์หรือมีสิทธิครอบครอง หรือมีทรัพย์สินต่าง ๆ สร้าง ซื้อ จัดหา ขาย จำหน่าย เช่า ให้เช่า เช่าซื้อ ให้เช่าซื้อ ยืม ให้ยืม รับจำนำ รับจำนอง แลกเปลี่ยน โอน รับโอนหรือดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สิน ทั้งในและนอกราชอาณาจักร ตลอดจนรับทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้

        (3) กู้ ยืม ให้กู้หรือให้ยืมเงิน และลงทุนหาผลประโยชน์

        (4) กำหนดค่าบริการในการดำเนินงานของสำนักงาน

        (5) รับค่าธรรมเนียมตามที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด

        (6) ปฏิบัติการอื่นตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของ สำนักงานหรือตามที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. มอบหมาย

        ทั้งนี้ เฉพาะเพื่อประโยชน์ในการดำเนินกิจการของสำนักงาน

        มาตรา 18 ให้คณะรัฐมนตรีโดยคำแนะนำของรัฐมนตรีแต่งตั้งเลขาธิการ ให้เลขาธิการมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้

        มาตรา 19 เลขาธิการต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

        (1) มีสัญชาติไทย

        (2) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า

        (3) มีความรู้ความสามารถเกี่ยวกับธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า และ สามารถปฏิบัติงานให้สำนักงานได้เต็มเวลา

        (4) ไม่เป็นข้าราชการการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เจ้าหน้าที่ ในพรรคการเมือง ข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ รวมทั้ง พนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ

        (5) ไม่ดำรงตำแหน่งหรือมีหน้าที่หรือมีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับ ผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า

        (6) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย

        (7) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

        (8) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็น โทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

        มาตรา 20 นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ เลขาธิการพ้นจาก ตำแหน่งเมื่อ

        (1) ตาย

        (2) ลาออก

        (3) คณะรัฐมนตรีมีมติให้ออกตามข้อเสนอของคณะกรรมการ ก.ส.ล. เนื่องจากกระทำความผิดต่อหน้าที่ที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ หรือ บกพร่องต่อหน้าที่อย่างร้ายแรง

        (4) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตาม มาตรา 19

        มาตรา 21 ภายในระยะเวลาสามปีนับแต่พ้นจากตำแหน่ง เลขาธิการ จะเป็นผู้ถือหุ้น เป็นกรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอำนาจจัดการกิจการ หรือที่ ปรึกษาทางการเงินของผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า มิได้

        มาตรา 22 เลขาธิการมีอำนาจและหน้าที่ในการออกใบอนุญาตและ ควบคุมการประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า และดำเนินกิจการของ สำนักงานให้เป็นไปตามนโยบายและมติของคณะกรรมการ ก.ส.ล. รวมถึง ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศหรือคำสั่งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสำนักงาน และ มีอำนาจบังคับบัญชาพนักงานและลูกจ้างของสำนักงานในการดำเนินกิจการ เลขาธิการต้องรับผิดชอบต่อคณะกรรมการ ก.ส.ล.

        มาตรา 23 ในกิจการที่เกี่ยวข้องกับบุคคลภายนอก ให้เลขาธิการเป็น ผู้แทนของสำนักงานและเพื่อการนี้ เลขาธิการจะมอบอำนาจให้พนักงานของ สำนักงานคนใดคนหนึ่งกระทำการเฉพาะอย่างแทนก็ได้ แต่ต้องเป็นไปตาม ข้อบังคับที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด

        มาตรา 24 ให้สำนักงานจัดให้มีระบบบัญชีที่เหมาะสมกับกิจการของ สำนักงาน และจัดให้มีการสอบบัญชีภายในเป็นประจำ

        มาตรา 25 ให้สำนักงานจัดทำงบดุลและบัญชีรายได้รายจ่าย ส่งผู้สอบ บัญชีภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีของทุกปี รอบระยะเวลาบัญชีปกติให้นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม และสิ้นสุดลงใน วันที่ 31 ธันวาคม ของทุกปี เฉพาะในปีแรกให้เริ่มนับแต่วันที่พระราชบัญญัติ นี้ใช้บังคับและสิ้นสุดลงในวันที่ 31 ธันวาคมของปีนั้น ให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีของสำนักงานทุกรอบปี แล้วทำรายงานผลการสอบบัญชีเสนอต่อคณะกรรมการ ก.ส.ล.

[แก้ไข]
หมวด 2 ธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า

__________________________

[แก้ไข]
ส่วนที่ 1 ผู้ค้าล่วงหน้า นายหน้าซื้อขายล่วงหน้า ที่ปรึกษาการซื้อขายล่วงหน้า ตัวแทนซื้อขายล่วงหน้า และผู้ประกอบธุรกิจอื่น

        มาตรา 26 ผู้ใดจะประกอบธุรกิจเป็นผู้ค้าล่วงหน้า นายหน้าซื้อขาย ล่วงหน้า ที่ปรึกษาการซื้อขายล่วงหน้า ตัวแทนซื้อขายล่วงหน้า และ ผู้ประกอบธุรกิจอื่นที่คณะกรรมการ ก.ส.ล.กำหนด ต้องได้รับอนุญาตจาก เลขาธิการ การขออนุญาตและการอนุญาตให้ประกอบธุรกิจตามวรรคหนึ่ง ให้เป็น ไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการ ก.ส.ล.กำหนดในการออกใบอนุญาต เลขาธิการจะกำหนดเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจ ไว้ด้วยก็ได้

        มาตรา 27 ในการออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจตาม มาตรา 26 ให้ เลขาธิการตรวจสอบหลักฐานของผู้ขออนุญาตในเรื่องดังต่อไปนี้ด้วย

(1) ในกรณีเป็นการขออนุญาตเป็นผู้ค้าล่วงหน้า
(ก) ผู้ขออนุญาตเป็นนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจการ ซื้อขายล่วงหน้าและมีฐานะทางการเงินมั่นคง
(ข) กรรมการของผู้ขออนุญาตไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม มาตรา 35 และมีฐานะทางการเงินมั่นคง
(ค) ผู้ขออนุญาตมีพนักงานซึ่งสำเร็จการอบรมเกี่ยวกับการซื้อขาย ล่วงหน้าจากสถาบันที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. ให้การรับรองแล้ว ตามจำนวน ที่คณะกรรมการ ก.ส.ล.กำหนด
(2) ในกรณีเป็นการขออนุญาตเป็นนายหน้าซื้อขายล่วงหน้า
(ก) ผู้ขออนุญาตเป็นนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจการ ซื้อขายล่วงหน้าและมีฐานะทางการเงินมั่นคง
(ข) กรรมการของผู้ขออนุญาตไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม มาตรา 35 และมีฐานะทางการเงินมั่นคง
(ค) ผู้ขออนุญาตมีพนักงานซึ่งสำเร็จการอบรมเกี่ยวกับการซื้อขาย ล่วงหน้าจากสถาบันที่คณะกรรมการ ก.ส.ล.ให้การรับรองแล้ว ตามจำนวน ที่คณะกรรมการ ก.ส.ล.กำหนด
(3) ในกรณีเป็นการขออนุญาตเป็นที่ปรึกษาการซื้อขายล่วงหน้า
(ก) ผู้ขออนุญาตมีประสบการณ์เกี่ยวกับการซื้อขายล่วงหน้า และมี ความรู้ความสามารถในการศึกษา วิเคราะห์ และวิจัยเกี่ยวกับสินค้าเกษตร
(ข) ในกรณีที่ผู้ขออนุญาตเป็นนิติบุคคล จะต้องมีบุคลากรที่มีคุณ สมบัติตาม (ก) และ คุณสมบัติอื่นตามที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด
(4) ในกรณีเป็นการขออนุญาตเป็นตัวแทนซื้อขายล่วงหน้า
(ก) ผู้ขออนุญาตมีฐานะทางการเงินที่มั่นคง มีความประพฤติดี และ ไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม มาตรา 35
(ข) ผู้ขออนุญาตสำเร็จการอบรมเกี่ยวกับการซื้อขายล่วงหน้าจาก สถาบันที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. ให้การรับรองแล้ว

        มาตรา 28 ในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และเพื่อพิทักษ์ประโยชน์ของประชาชน ให้คณะกรรมการ ก.ส.ล. มีอำนาจ กำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมตามที่เห็นสมควรเพื่อให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบ ธุรกิจตาม มาตรา 26 และ มาตรา 44 ปฏิบัติ เมื่อความจำเป็นตามวรรคหนึ่งหมดหรือเปลี่ยนแปลงไป คณะกรรมการ ก.ส.ล. อาจแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขที่กำหนดไว้นั้นได้

        มาตรา 29 ผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นนายหน้าซื้อขายล่วงหน้าให้ถือว่าได้รับ ใบอนุญาตเป็นผู้ค้าล่วงหน้าด้วย

        มาตรา 30 ในการเป็นนายหน้าซื้อขายล่วงหน้า ให้นายหน้าซื้อขาย ล่วงหน้าทำสัญญาเป็นหนังสือกับลูกค้าเพื่อทำการซื้อขายล่วงหน้าแทนลูกค้า โดยมีรายละเอียดอันเป็นสาระสำคัญแห่งสัญญาเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ คู่สัญญาตามที่คณะกรรมการ ก.ส.ล.กำหนด ค่าตอบแทนในการเป็นนายหน้าซื้อขายล่วงหน้าตามวรรคหนึ่งให้เป็นไป ตามอัตราที่คณะกรรมการ ก.ส.ล.กำหนด

        มาตรา 31 ตัวแทนซื้อขายล่วงหน้าจะดำเนินการจัดหาคำสั่งซื้อหรือคำสั่ง ขายล่วงหน้าจากลูกค้าได้ เมื่อมีการแจ้งซื้อตัวแทนซื้อขายล่วงหน้านั้นต่อ เลขาธิการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่เลขาธิการกำหนดให้เลขาธิการแจ้งชื่อตัวแทนซื้อขายล่วงหน้าตามวรรคหนึ่งให้ตลาดทราบ เพื่อประโยชน์ในการควบคุมการซื้อขายล่วงหน้าของสมาชิก

        มาตรา 32 ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตาม มาตรา 26 ต้องประกอบ ธุรกิจตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการ ก.ส.ล.กำหนด

        มาตรา 33 ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตาม มาตรา 26 อาจมีสำนักงาน สาขา หรือย้ายสำนักงานแห่งใหญ่ สำนักงานสาขาหรือสถานที่ทำการได้ แต่ต้อง ได้รับอนุญาตจากเลขาธิการ การขออนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และ เงื่อนไขที่คณะกรรมการ ก.ส.ล.กำหนด

        มาตรา 34 ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตาม มาตรา 26 ต้องดำรง ฐานะทางการเงินตามที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด

        มาตรา 35 กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการกิจการของ ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตาม มาตรา 26 ต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

        (1) เป็นบุคคลล้มละลาย

        (2) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็น โทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

        (3) เคยเป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการกิจการ ของสถาบันการเงินที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต เว้นแต่จะได้รับยกเว้นจาก คณะกรรมการ ก.ส.ล.

        (4) เคยเป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการกิจการ ของผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้าที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตาม พระราชบัญญัตินี้

        (5) เคยถูกถอดถอนจากการเป็นประธานกรรมการ กรรมการ หรือ ผู้จัดการของสถาบันการเงินใด เว้นแต่จะได้รับยกเว้นจากคณะกรรมการ ก.ส.ล.

        (6) เคยถูกถอดถอนตาม มาตรา 60

        (7) เป็นบุคคลซึ่งไม่มีคุณวุฒิทางการศึกษา ประสบการณ์ในการทำงานหรือคุณสมบัติตามที่คณะกรรมการ ก.ส.ล.กำหนด

        (8) ลักษณะต้องห้ามอย่างอื่นตามที่คณะกรรมการ ก.ส.ล.กำหนด

        มาตรา 36 ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตาม มาตรา 26 จะแต่งตั้ง กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการกิจการที่ได้รับอนุญาตได้ ต้องได้รับความเห็นชอบจากเลขาธิการ ในกรณีที่ปรากฏในภายหลังว่าบุคคลซึ่งได้รับแต่งตั้งตามวรรคหนึ่งมี ลักษณะต้องห้ามตาม มาตรา 35 ให้เลขาธิการมีอำนาจเพิกถอนความเห็น ชอบที่ให้ไว้แล้วได้ และให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตาม มาตรา 26 เสนอชื่อบุคคลอื่นแทนเพื่อขอความเห็นชอบจากเลขาธิการภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่เลขาธิการสั่งเพิกถอนความเห็นชอบ

        กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการกิจการซึ่งถูกเพิกถอน ความเห็นชอบตามวรรคสองจะดำเนินการหรือเข้าไปเกี่ยวข้องไม่ว่าโดย ทางตรงหรือทางอ้อมในกิจการซื้อขายล่วงหน้าที่ตนถูกเพิกถอนความเห็น ชอบไม่ได้ และต้องอำนวยความสะดวกและให้ข้อเท็จจริงแก่บุคคลซึ่งได้รับแต่งตั้งแทน

        มาตรา 37 ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตาม มาตรา 26 จัดทำ บัญชีเพื่อแสดงผลการดำเนินงานและฐานะการเงินที่เป็นอยู่ตามความเป็น จริง โดยให้เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีที่กำหนดโดยสถาบันวิชาชีพที่ หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องให้ความเห็นชอบ และข้อกำหนดเพิ่มเติมตามที่ คณะกรรมการ ก.ส.ล.กำหนด

        มาตรา 38 ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตาม มาตรา 26 จัดทำ งบการเงินตามแบบ วิธีการ และภายในระยะเวลาที่เลขาธิการกำหนดงบการเงินตามวรรคหนึ่งต้องมีการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดย ผู้สอบบัญชี และผู้สอบบัญชีดังกล่าวต้องมิใช่กรรมการ พนักงาน หรือลูกจ้าง ของผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนั้น ผู้สอบบัญชีตามวรรคสองต้องเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามกฎหมาย ว่าด้วยผู้สอบบัญชีและได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ส.ล.

        มาตรา 39 ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตาม มาตรา 26 จัดให้มี การเปิดเผยงบการเงินเพื่อให้ประชาชนตรวจดูได้ ณ สถานที่ทำการของ ผู้ประกอบธุรกิจนั้น และจัดส่งให้เลขาธิการภายในระยะเวลาที่เลขาธิการ กำหนด

        มาตรา 40 ผู้สอบบัญชีตาม มาตรา 38 ต้องรักษามรรยาทและปฏิบัติ งานสอบบัญชีเพื่อแสดงความเห็นต่องบการเงินให้เป็นไปตามข้อกำหนด ของกฎหมายว่าด้วยผู้สอบบัญชีและข้อกำหนดเพิ่มเติมตามที่คณะกรรมการ ก.ส.ล.กำหนดในกรณีที่ผู้สอบบัญชีตรวจสอบพบว่าผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจ ตาม มาตรา 26 ได้ทำเอกสารประกอบการลงบัญชีหรือเปิดเผยข้อมูลใน งบการเงินไม่ตรงกับความเป็นจริงหรือไม่ครบถ้วน ให้ผู้สอบบัญชีเปิดเผย ข้อเท็จจริงหรือความเห็นดังกล่าวพร้อมทั้งผลกระทบที่เป็นสาระสำคัญต่อ งบการเงินไว้ในรายงานการสอบบัญชีที่ตนจะต้องลงลายมือชื่อเพื่อแสดง ความเห็นผู้สอบบัญชีผู้ใดไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ให้คณะกรรมการ ก.ส.ล.มีอำนาจเพิกถอนการให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีผู้นั้นได้

        มาตรา 41 เงินที่นายหน้าซื้อขายล่วงหน้าหรือตัวแทนซื้อขายล่วงหน้า ได้รับจากลูกค้า มิให้ถือว่าเป็นทรัพย์สินของนายหน้าซื้อขายล่วงหน้าหรือ ตัวแทนซื้อขายล่วงหน้านั้น

        มาตรา 42 ให้นายหน้าซื้อขายล่วงหน้าหรือตัวแทนซื้อขายล่วงหน้า ฝากเงินที่ได้รับจากลูกค้าเพื่อใช้ในการซื้อหรือขายล่วงหน้าไว้กับธนาคาร พาณิชย์หรือสถาบันการเงินอื่นตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่คณะ กรรมการ ก.ส.ล กำหนด โดยให้แยกบัญชีของลูกค้าแต่ละรายและบัญชี ของนายหน้าหรือตัวแทนดังกล่าวออกจากกัน

        มาตรา 43 นายหน้าซื้อขายล่วงหน้าจะจ่ายเงินจากบัญชีลูกค้าได้ เฉพาะเพื่อการซื้อขายล่วงหน้าของลูกค้า หรือจ่ายตามคำสั่งของลูกค้า เจ้าของบัญชีเท่านั้น

[แก้ไข]
ส่วนที่ 2 ธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้า

        มาตรา 44 ผู้ใดจะประกอบธุรกิจเป็นผู้บริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขาย ล่วงหน้าต้องได้รับอนุญาตจากเลขาธิการ ในการนี้คณะกรรมการ ก.ส.ล. จะกำหนดลักษณะการจัดการเงินทุนที่ไม่ต้องขอรับอนุญาตด้วยก็ได้ การขออนุญาตและการอนุญาตให้ประกอบธุรกิจตามวรรคหนึ่ง ให้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด ในการออกใบอนุญาต เลขาธิการจะกำหนดเงื่อนไขในการดำเนิน ธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้าไว้ด้วยก็ได้ การจัดตั้งและการบริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้าตามส่วนนี้ ไม่อยู่ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

        มาตรา 45 ในการออกใบอนุญาตตาม มาตรา 44 ให้เลขาธิการ ตรวจสอบหลักฐานของผู้ขออนุญาตในเรื่องดังต่อไปนี้ด้วย

        (1) ผู้ขออนุญาตเป็นบุคคล หรือนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์เพื่อ ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้าและมีฐานะทางการเงินมั่นคง

        (2) ผู้ขออนุญาตซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา กรรมการ ผู้จัดการ หรือ บุคคลผู้มีอำนาจจัดการกิจการของผู้ขออนุญาตไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม มาตรา 35

        (3) ประวัติและลักษณะการดำเนินธุรกิจที่ผ่านมาของผู้ขออนุญาต ไม่มีข้อบกพร่องหรือขาดความรับผิดชอบหรือความรอบคอบในการบริหาร งาน

        (4) ความเชี่ยวชาญและความชำนาญในการซื้อขายล่วงหน้า

        มาตรา 46 ในการรับจัดการเงินทุนส่วนบุคคล ให้ผู้บริหารธุรกิจร่วมทุน ซื้อขายล่วงหน้าประกอบธุรกิจตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะ กรรมการ ก.ส.ล.กำหนด

        มาตรา 47 ในการจัดตั้งและจัดการกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า ผู้บริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้าจะจัดตั้งและจัดการกองทุนสินค้า เกษตรล่วงหน้าได้ เมื่อคำขอจัดตั้งกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้านั้นได้รับ อนุญาตจากเลขาธิการ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะ กรรมการ ก.ส.ล.กำหนด

        มาตรา 48 ในการยื่นคำขอจัดตั้งกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้าตาม มาตรา 47 ผู้บริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้าต้องส่งเอกสารหลักฐาน ดังต่อไปนี้ด้วย

        (1) โครงการและแผนงาน การจัดการกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า ตามรายการที่เลขาธิการกำหนด

        (2) ร่างข้อผูกพันระหว่างผู้ลงทุนกับผู้บริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขาย ล่วงหน้า ซึ่งต้องไม่มีลักษณะอันไม่เป็นธรรมต่อผู้ลงทุน

        (3) ร่างสัญญาจัดตั้งผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนสินค้าเกษตร ล่วงหน้า

        มาตรา 49 ข้อผูกพันระหว่างผู้ลงทุนกับผู้บริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขาย ล่วงหน้าตาม มาตรา 48 (2) อย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้

        (1) อำนาจและหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้บริหารธุรกิจร่วมทุน ซื้อขายล่วงหน้า

        (2) การแต่งตั้งผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า รวมทั้งเงื่อนไขการเปลี่ยนตัว และค่าตอบแทน

        (3) อัตราและวิธีการจ่ายค่าตอบแทนและบำเหน็จในการจัดการกองทุน สินค้าเกษตรล่วงหน้า

        (4) สิทธิของผู้ลงทุน

        (5) การเลิกกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้าข้อผูกพันตามวรรคหนึ่ง ต้องไม่มีข้อจำกัดความรับผิดของผู้บริหารธุรกิจ ร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้าและผู้ดูแลผลประโยชน์ที่มีลักษณะอันไม่เป็นธรรมต่อ ผู้ลงทุน ข้อความในข้อผูกพันหรือในสัญญาใดที่มีลักษณะที่ขัดบทบัญญัติตาม วรรคสองให้ตกเป็นโมฆะ

        มาตรา 50 ผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า ต้อง มีคุณสมบัติและให้มีอำนาจหน้าที่ตามที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด ให้ผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้ามีสิทธิฟ้องร้อง บังคับคดี เพื่อประโยชน์ของผู้ลงทุนทั้งปวงหรือตามคำสั่งของเลขาธิการ เมื่อ มีการกระทำการหรืองดเว้นการกระทำการจนก่อให้เกิดความเสียหายต่อ กองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า

        ในกรณีที่ผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า กระทำ การ งดเว้นกระทำการหรือละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง จนก่อให้ เกิดความเสียหายแก่ผู้ลงทุน ให้ผู้ลงทุนหรือสำนักงานมีสิทธิร้องทุกข์ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา หรือฟ้องร้องบังคับคดีแพ่ง คดี อาญา หรือคดีใด ๆ กับผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนดังกล่าว เพื่อประโยชน์ ของผู้ลงทุนทั้งปวงได้

        ในกรณีที่มีการร้องทุกข์ และพนักงานอัยการยื่นฟ้องคดีอาญา ให้ พนักงานอัยการมีอำนาจเรียกทรัพย์สินหรือราคา หรือค่าสินไหมทดแทน เพื่อความเสียหายแทนผู้ได้รับความเสียหายด้วยในการนี้ ให้นำบทบัญญัติ ว่าด้วยการฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาตามประมวลกฎหมายวิธี พิจารณาความอาญามาใช้บังคับโดยอนุโลมค่าใช้จ่ายในการฟ้องร้องบังคับคดีตามมาตรานี้เพื่อประโยชน์ของกองทุน สินค้าเกษตรล่วงหน้าใดให้เรียกร้องได้จากทรัพย์สินของกองทุนนั้น

        มาตรา 51 การระดมทุน โดยการชี้ชวนหรือชักชวนประชาชนหรือ บุคคลใด ๆ ให้นำเงินมาลงทุนเพื่อจัดตั้งกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า ให้ถือ เป็นการเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ประเภทหุ้นและให้อยู่ภายใต้บังคับ กฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ในส่วนที่เกี่ยวกับการออก หลักทรัพย์ของบริษัทและการเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชน

        มาตรา 52 ทุนที่ระดมได้ตามโครงการของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า ใด ให้รวมเข้าเป็นสินทรัพย์ของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้านั้น และให้จด ทะเบียนกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้าดังกล่าวกับเลขาธิการตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่เลขาธิการกำหนดกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้าเมื่อได้จดทะเบียนตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้มี ฐานะเป็นนิติบุคคล

        มาตรา 53 ในการจัดการกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า ผู้บริหารธุรกิจ ร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้าต้องดำเนินการตามโครงการและแผนงานการจัดการ กองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้าที่เสนอต่อเลขาธิการตาม มาตรา 48 (1) การแก้ไขหรือเพิ่มเติมโครงการและแผนงานการจัดการกองทุนสินค้า เกษตรล่วงหน้า หรือการแก้ไขวิธีจัดการกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า ต้องกระทำตามมติเสียงข้างมากของผู้ลงทุนซึ่งได้ลงทุนรวมกันเกินกึ่งหนึ่งของ ทุนทั้งหมดที่ได้ลงไว้ และแจ้งต่อเลขาธิการภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้มี มติให้แก้ไข ให้ผู้บริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้าแจ้งการแก้ไขหรือเพิ่มเติม โครงการและแผนงานการจัดการกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า หรือการ แก้ไขวิธีการจัดการกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้าไปยังผู้ลงทุนทุกคนและ ประกาศในหนังสือพิมพ์รายวันแห่งท้องถิ่นอย่างน้อยหนึ่งฉบับภายในสิบห้า วันนับแต่วันที่มีมติให้แก้ไขหรือเพิ่มเติม

        มาตรา 54 ในการจัดการกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า ห้ามมิให้ผู้บริหาร ธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้ากระทำการ ดังต่อไปนี้

        (1) นำสินทรัพย์ของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้าไปรวมกับทรัพย์สิน ของตนหรือของบุคคลอื่น

        (2) นำสินทรัพย์ของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้าไปลงทุนในธุรกิจอื่น นอกเหนือจากวัตถุประสงค์ของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า เว้นแต่จะได้ รับยกเว้นจากคณะกรรมการ ก.ส.ล. ทั้บนี้ หากมีการนำไปลงทุนในหลักทรัพย์ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด โดยการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขดังกล่าวให้เป็นการพิจารณา ร่วมกันระหว่างคณะกรรมการ ก.ส.ล. และคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

        (3) กู้ยืมเงินในนามของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า หรือก่อภาระ ผูกพันใด ๆ แก่สินทรัพย์ของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า นอกเหนือจาก วัตถุประสงค์ของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า เว้นแต่จะได้รับยกเว้นจาก คณะกรรมการ ก.ส.ล.

        (4) ให้การรับรองแก่ผู้ลงทุนว่าจะมีกำไรในอัตราที่แน่นอน หรือสัญญา ว่าจะไม่มีผลขาดทุนในอัตราที่กำหนดไว้โดยแน่นอน

        (5) กระทำการใด ๆ อันมีลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทาง ผลประโยชน์แก่ผู้ลงทุนตามที่คณะกรรมการ ก.ส.ล.กำหนด

        (6) กิจการอื่นตามที่คณะกรรมการ ก.ส.ล.กำหนด

        มาตรา 55 ในการจัดการกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า ให้ผู้บริหารธุรกิจ ร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้ามีหน้าที่ ดังต่อไปนี้

        (1) จัดทำและรายงานงบดุลการเงิน บัญชีรายรับรายจ่าย การเปลี่ยน แปลงในสินทรัพย์ให้ผู้ลงทุนและเลขาธิการทราบ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด

        (2) จัดทำรายงานประจำปีให้แก่ผู้ลงทุนและเลขาธิการภายในเก้าสิบ วันนับจากวันสิ้นปีบัญชีตามแบบที่เลขาธิการกำหนด

        (3) จัดทำและจัดเก็บข้อมูลรายงานการซื้อขายสินค้าเกษตรแต่ละชนิด ในแต่ละวันให้ถูกต้องและเป็นระเบียบเก็บไว้ที่สำนักงานแห่งใหญ่ และต้อง อนุญาตให้ผู้ลงทุนตรวจสอบได้

        (4) จัดให้มีทะเบียนผู้ลงทุนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่เลขาธิการ กำหนด

        (5) ดำเนินการอื่นใดตามที่คณะกรรมการ ก.ส.ล.กำหนด

        มาตรา 56 การจัดทำบัญชีเพื่อแสดงผลการดำเนินงานและฐานะการ เงิน การจัดทำงบการเงินและการแสดงความเห็นต่องบการเงินของผู้สอบ บัญชี สำหรับกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า ให้นำ มาตรา 37 มาตรา 38 และ มาตรา 40 มาใช้บังคับ

[แก้ไข]
ส่วนที่ 3 การพักใช้และเพิกถอนใบอนุญาต และการเลิกประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า

        มาตรา 57 ในกรณีที่เลขาธิการเห็นว่าผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจ ตาม มาตรา 26 ผู้ใด

        (1) ขาดคุณสมบัติในการประกอบธุรกิจตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ตาม มาตรา 27(1) (ก) และ (ค) (2) (ก) และ (ค) และ (3) (ก) และ (ข)

        (2) ประกอบธุรกิจฝ่าฝืนหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ตาม มาตรา 32

        (3) ไม่ดำรงฐานะทางการเงินตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนดตาม มาตรา 34

        (4) จัดทำบัญชีตาม มาตรา 37 หรืองบการเงินตาม มาตรา 38 ไม่ เรียบร้อย หรือไม่ทำให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนด ให้เลขาธิการมีอำนาจสั่งให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนั้นแก้ไข หรือปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ หรือปฏิบัติให้ถูกต้อง สมบูรณ์ภายในเวลาที่กำหนด

        มาตรา 58 ในกรณีที่เลขาธิการเห็นว่าผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจ ตาม มาตรา 26 ผู้ใดมีฐานะหรือมีการดำเนินงานในลักษณะอันอาจเป็นเหตุ ให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ของประชาชนให้เลขาธิการมีอำนาจสั่งให้ ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนั้นดำเนินการแก้ไขฐานะหรือการดำเนินงาน ให้ถูกต้องหรือดำเนินการอื่นใดภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยจะกำหนด เงื่อนไขใด ๆ ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนั้นต้องปฏิบัติเพื่อประโยชน์ ในการแก้ไขฐานะหรือการดำเนินงานของผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนั้น ด้วยก็ได้

        มาตรา 59 ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตาม มาตรา 26 ผู้ใดไม่ ปฏิบัติตามคำสั่งของเลขาธิการตาม มาตรา 57 หรือ มาตรา 58 ให้เลขาธิการ มีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตของผู้นั้นไว้จนกว่าผู้นั้นจะปฏิบัติตามคำสั่งของ เลขาธิการ

        มาตรา 60 กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการกิจการของ ผู้ได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจตาม มาตรา 26 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของ เลขาธิการตาม มาตรา 57 หรือ มาตรา 58 ให้เลขาธิการมีอำนาจสั่งให้ผู้ได้ รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจถอดถอนกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มี อำนาจจัดการกิจการดังกล่าว ออกจากตำแหน่ง และแต่งตั้งผู้อื่นซึ่งมีคุณ สมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม มาตรา 35 โดยความเห็นชอบของ เลขาธิการ เป็นกรรมการ ผู้จัดการหรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการกิจการของ ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนั้น ภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันถอดถอน ให้ถือว่าคำสั่งของเลขาธิการตามวรรคหนึ่งเป็นมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชน จำกัด แล้วแต่กรณีบุคคลซึ่งถูกถอดถอนจะเข้าไปเกี่ยวข้องหรือดำเนินการใด ๆ ไม่ว่าโดย ตรงหรือทางอ้อมในกิจการซื้อขายล่วงหน้าที่ตนถูกถอดถอนไม่ได้ และต้อง อำนวยความสะดวกและให้ข้อเท็จจริงแก่บุคคลซึ่งได้รับแต่งตั้งแทน

        มาตรา 61 ในกรณีที่เลขาธิการเห็นว่าผู้บริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขาย ล่วงหน้าผู้ใดขาดคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ตาม มาตรา 45 หรือ จัดทำบัญชีแสดงผลการดำเนินงานและฐานะการเงินหรืองบการเงินตาม มาตรา 56 ไม่เรียบร้อยหรือไม่ทำให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนด ให้ เลขาธิการมีอำนาจสั่งให้แก้ไขหรือปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ไว้หรือปฏิบัติให้ถูกต้องสมบูรณ์ภายในเวลาที่กำหนด

        ผู้บริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้าผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของ เลขาธิการตามวรรคหนึ่งให้เลขาธิการมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตของผู้นั้น ไว้จนกว่าผู้นั้นจะปฏิบัติตามคำสั่งของเลขาธิการ

        มาตรา 62 ในกรณีที่เลขาธิการเห็นว่าผู้ใดบริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขาย ล่วงหน้าผู้ใดกระทำการหรืองดเว้นกระทำการจนอาจก่อให้เกิดความเสียหาย แก่ธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้า หรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ใน มาตรา 55 ให้เลขาธิการมีอำนาจสั่งให้ผู้บริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วง หน้านั้นแก้ไขการกระทำหรืองดเว้นการกระทำที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย หรือเป็นการฝ่าฝืนหน้าที่ดังกล่าว

        ผู้บริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้าผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของ เลขาธิการตามวรรคหนึ่งให้เลขาธิการมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตของ ผู้นั้น และสั่งเลิกธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้า

        มาตรา 63 ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตาม มาตรา 26 หรือ มาตรา 44 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนดเพิ่มเติมตาม มาตรา 28 ให้เลขาธิการมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตของผู้ได้รับใบอนุญาต ประกอบธุรกิจนั้นไว้จนกว่าผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนั้นจะปฏิบัติตาม เงื่อนไขที่คณะกรรมการ ก.ส.ล.กำหนด

        มาตรา 64 ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตาม มาตรา 26 ผู้ใด ไม่ แก้ไขหรือแก้ไขฐานะหรือการดำเนินงานตามคำสั่งของเลขาธิการตาม มาตรา 58 ไม่ได้ และเลขาธิการเห็นว่าฐานะหรือการดำเนินงานของผู้ได้รับใบอนุญาต ประกอบธุรกิจนั้นจะเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ประโยชน์ ของประชาชน ให้เลขาธิการมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตของผู้ได้รับใบ อนุญาตประกอบธุรกิจนั้น

        มาตรา 65 ในกรณีปรากฏหลักฐานต่อเลขาธิการว่าผู้ประกอบธุรกิจการ ซื้อขายล่วงหน้าผู้ใดต้องโทษหรือเคยต้องโทษตามคำพิพากษาถึงที่สุดใน ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ การภาษีอากร หรือการฉ้อโกงประชาชน ให้ เลขาธิการมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตของผู้ประกอบธุรกิจนั้น

        มาตรา 66 ในกรณีที่เลขาธิการสั่งพักใช้ใบอนุญาต ให้เลขาธิการมี อำนาจกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตปฏิบัติเกี่ยวกับการซื้อ ขายล่วงหน้าที่ยังค้างอยู่ในขณะถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต

        มาตรา 67 ในกรณีที่เลขาธิการสั่งเพิกถอนใบอนุญาต ให้ผู้ถูกสั่งเพิกถอน ใบอนุญาตปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตาม มาตรา 69 วรรคสอง

        มาตรา 68 ในการสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตตามส่วนนี้ ให้เลขาธิการ แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้าทราบ และให้ปิด ประกาศหนังสือแจ้งการพักใช้หรือเพิกถอนดังกล่าวไว้ในที่เปิดเผย ณ สถานที่ทำการของผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า ให้เลขาธิการแจ้งการสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตเป็นผู้ค้าล่วงหน้า หรือนายหน้าซื้อขายล่วงหน้าให้ตลาดทราบเพื่อดำเนินการต่อไป

        มาตรา 69 ผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้าผู้ใดประสงค์จะเลิก ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้าตามประเภทที่ได้รับอนุญาต ให้ยื่นคำขอ อนุญาตเลิกประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้าต่อเลขาธิการ เพื่อพิทักษ์ประโยชน์ของประชาชนหรือเพื่อคุ้มครองลูกค้าหรือผู้ลงทุน ให้คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการซื้อขาย ล่วงหน้า การชำระราคา และการรับมอบหรือส่งมอบสินค้าเกษตร ที่ผู้ประกอบ ธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้าซึ่งยื่นคำขออนุญาตเลิกประกอบธุรกิจต้องปฏิบัติ ให้แล้วเสร็จก่อนที่เลขาธิการจะอนุญาตให้เลิกประกอบธุรกิจเช่นว่านั้น

        มาตรา 70 กองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้าย่อมเลิกด้วยเหตุ ดังต่อไปนี้

        (1) ครบกำหนดอายุของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า หรือเป็นกรณี อันเป็นเหตุที่จะเลิกกิจการตามข้อบังคับของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า

        (2) ที่ประชุมผู้ลงทุนมีมติตามข้อบังคับของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า ให้เลิกประกอบกิจการซึ่งจะมีผลต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากเลขาธิการ

        (3) ล้มละลาย

        (4) เลขาธิการสั่งให้เลิกตาม มาตรา 62 วรรคสอง ให้กองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้าที่เลิกกิจการตาม (1) หรือ (3) แจ้ง ให้เลขาธิการทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่เหตุที่ทำให้เลิก

        มาตรา 71 ให้กองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้าที่เลิกประกอบกิจการแล้ว จัดให้มีการชำระบัญชีตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด และเมื่อได้มีการชำระบัญชีเสร็จสิ้นแล้ว ให้ความเป็นนิติ บุคคลของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้านั้นเป็นอันสิ้นสุดลง

[แก้ไข]
หมวด 3 ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า

--------------------------------------------------

[แก้ไข]
ส่วนที่ 1 การจัดตั้ง

        มาตรา 72 ให้จัดตั้งตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทยขึ้น และให้มีฐานเป็นนิติบุคคลมีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการตลาด โดย ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการซื้อขายล่วงหน้า รวมถึงการดำเนินธุรกิจอื่น ที่เป็นประโยชน์หรือเกี่ยวเนื่องกับกิจการของตลาดโดยความเห็นชอบของ คณะกรรมการ ก.ส.ล. กิจการของตลาดตามวรรคหนึ่งไม่อยู่ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วย การคุ้มครองแรงงานเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการจ่ายค่าชดเชย กฎหมาย ว่าด้วยเงินทดแทน และกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ตลาดไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการ งบประมาณหรือกฎหมายอื่นและรายได้ของตลาดไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้ แผ่นดิน

        มาตรา 73 ให้ตลาดมีอำนาจกระทำการภายในขอบแห่งวัตถุประสงค์ ตาม มาตรา 72 และ อำนาจเช่นว่านี้ให้รวมถึง

        (1) จัดให้ได้มา ถือกรรมสิทธิ์ มีทรัพยสิทธิต่าง ๆ ครอบครอง เช่า หรือให้เช่า เช่าซื้อหรือให้เช่าซื้อ โอนหรือรับโอนสิทธิการเช่าหรือสิทธิการ เช่าซื้อ จำนองหรือรับจำนอง ขายหรือจำหน่ายด้วยวิธีอื่นใด ซึ่งสังหาริมทรัพย์ หรืออสังหาริมทรัพย์

        (2) จัดระบบและวิธีการซื้อขายล่วงหน้า

        (3) ดำเนินธุรกิจสำนักหักบัญชี และบริหารกองทุนพัฒนาตลาด

        (4) ดำเนินธุรกิจการให้บริการด้านข้อมูลที่เกี่ยวเนื่องกับการซื้อขาย ล่วงหน้า หรือธุรกิจทำนองเดียวกัน

        (5) กู้ยืม ให้กู้หรือให้ยืมเงิน และลงทุนหาผลประโยชน์

        (6) กระทำการอย่างอื่นบรรดาที่เกี่ยวกับหรือเนื่องในการจัดให้สำเร็จ ตามวัตถุประสงค์ของตลาด

        มาตรา 74 เงินและทรัพย์สินที่ตลาดได้มาจากการดำเนินงานของตลาด ให้ตลาดมีอำนาจนำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายประจำของตลาด จัดส่งเป็นเงินอุดหนุน ให้แก่สำนักงานและเงินสมทบกองทุนพัฒนาตลาด รวมทั้งใช้เพื่อการพัฒนา ตลาดเงินอุดหนุนสำนักงานและเงินสมทบกองทุนพัฒนาตลาดให้เป็นไปตาม ที่คณะกรรมการ ก.ส.ล.ให้ความเห็นชอบ

        มาตรา 75 ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบกิจการตลาด หรือกิจการอันมีสภาพ หรือลักษณะอย่างเดียวกัน นอกจากตลาดที่ได้จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัตินี้

        มาตรา 76 ห้ามมิให้ผู้ใดนอกจากตลาดใช้ชื่อหรือคำแสดงชื่อในธุรกิจ ว่า "ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า" หรือคำอื่นใดที่มีความหมายเช่นเดียวกัน

[แก้ไข]
ส่วนที่ 2 คณะกรรมการตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า

        มาตรา 77 ให้มีคณะกรรมการตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าคณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า "คณะกรรมการตลาด" ประกอบด้วยบุคคลซึ่งคณะกรรมการ ก.ส.ล. แต่งตั้งจำนวนห้าคน และบุคคลซึ่งสมาชิกเลือกตั้งอีกจำนวนห้าคน เป็นกรรมการ และผู้จัดการเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง บุคคลซึ่งคณะกรรมการ ก.ส.ล. แต่งตั้งตามวรรคหนึ่งต้องเป็นผู้มีความ รู้ความสามารถด้านกฎหมาย การพาณิชย์ การเงิน การเกษตร หรือธุรกิจการ ซื้อขายสินค้าล่วงหน้า ให้คณะกรรมการตลาดเลือกกรรมการตลาดคนใดคนหนึ่ง ซึ่งมิใช่ผู้จัดการ เป็นประธานกรรมการและแต่งตั้งพนักงานของตลาดคนใดคนหนึ่งเป็นเลขานุการ กรรมการตลาดจะเป็นกรรมการในคณะกรรมการ ก.ส.ล.หรือคณะ กรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ไม่ได้

        มาตรา 78 ให้คณะกรรมการตลาดมีอำนาจและหน้าที่ควบคุมดูแลการ ดำเนินงานของตลาดและปฏิบัติการอื่นใดตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการตลาดตามวรรคหนึ่งให้รวมถึงการ กำหนดระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หรือคำสั่งในเรื่องดังต่อไปนี้ด้วย

        (1) หลักเกณฑ์ในการกำหนด เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือยกเลิกสินค้า เกษตร

        (2) หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการซื้อหรือขายสินค้า เกษตร การรับมอบและการส่งมอบสินค้าเกษตร

        (3) หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการรับรองคลังสินค้าเพื่อ ให้เป็นสถานที่รับมอบและส่งมอบสินค้าเกษตรที่ซื้อขายในตลาด

        (4) หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการวางหรือรักษาเงิน ประกันการปรับฐานบัญชี เงินประกัน รวมถึงอัตราเงินประกัน

        (5) หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการวางหรือรักษาเงิน หรือหลักฐานของสมาชิก

        (6) อัตราเปลี่ยนแปลงของราคาขึ้นลงสูงสุดของสินค้าเกษตรที่ทำการ ซื้อขายล่วงหน้าในแต่ละวัน

        (7) ปริมาณซื้อหรือขายสินค้าเกษตรแก่ละชนิดของสมาชิกหรือลูกค้า

        (8) หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการห้ามซื้อหรือขายสินค้า เกษตรประเภทหรือชนิดใดชนิดหนึ่งในตลาดเป็นการชั่วคราว

        (9) หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการเลือกตั้งกรรมการตลาด

        (10) หลักเกณฑ์ และวิธีการเกี่ยวกับการจ่ายเงินสมทบและการบริหาร กองทุนพัฒนาตลาด

        (11) หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการเป็นสมาชิกของตลาด คุณสมบัติ จำนวนสิทธิและหน้าที่ การลงโทษ และการประชุมสมาชิก ตลอด จนการโอนและการพ้นจากสมาชิกภาพ

        (12) อัตราค่าสมาชิก ค่าธรรมเนียม ค่าบำรุง และค่าบริหารที่สมาชิก ต้องจ่ายให้ตลาด

        (13) เวลาทำการและวันหยุดทำการสำหรับการซื้อขายล่วงหน้า

        (14) หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการเข้าไปตรวจสอบ เอกสารและสมุดบัญชีของสมาชิก

        (15) หลักเกณฑ์และวิธีการบรรจุ แต่งตั้ง ถอดถอน วินัย และการ ลงโทษพนักงานและลูกจ้างของตลาด ตำแหน่ง อัตราเงินเดือน ค่าจ้างและ เงินตอบแทนอื่น การร้องทุกข์ การสงเคราะห์และสวัสดิการ ระเบียบวิธี ปฏิบัติงานของตลาด และการมอบอำนาจให้ผู้อื่นปฏิบัติงานแทนผู้จัดการ

        (16) การอื่นใดที่จำเป็นต่อการดำเนินงานวัตถุประสงค์ของตลาด การกำหนด แก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศหรือ คำสั่งตาม (1)(4)(5) (8)(8)(10)(11) และ (16) ต้องได้รับความเห็น ชอบจากคณะกรรมการ ก.ส.ล. ก่อนจึงให้ใช้บังคับได้

        มาตรา 79 กรรมการตลาดซึ่งสมาชิกเลือกตั้งต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

        (1) เป็นบุคคลล้มละลาย

        (2) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

        (3) เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็น โทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

        (4) เป็นข้าราชการการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้าราชการ ซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ เจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง พนักงานหรือ ลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ

        (5) เป็นผู้ที่พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากคณะกรรมการ ก.ส.ล. มีมติให้ ออกเนื่องจากกระทำความผิดต่อหน้าที่ที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ หรือ บกพร่องต่อหน้าที่อย่างร้ายแรง

        มาตรา 80 การแต่งตั้ง วาระการดำรงตำแหน่ง การออกและการพ้น จากตำแหน่ง การแต่งตั้งกรรมการแทนกรรมการที่พ้นจากตำแหน่ง การ ประชุมและการห้ามเข้าร่วมพิจารณาของกรรมการตลาดให้นำ มาตรา 6 มาตรา 8 มาตรา 9 มาตรา 10 มาตรา 11 และ มาตรา 12 มาใช้บังคับ โดยอนุโลม

        มาตรา 81 ให้คณะกรรมการตลาดแต่งตั้งผู้จัดการ และกำหนดอัตรา เงินเดือนและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของผู้จัดการ ให้ผู้จัดการมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปีและอาจได้รับการแต่งตั้ง อีกได้

        มาตรา 82 ผู้จัดการต้อง

        (1) ไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม มาตรา 79

        (2) มีความรู้ความสามารถเกี่ยวกับธุรกิจการซื้อขายสินค้าล่วงหน้า และสามารถปฏิบัติงานให้ตลาดได้เต็มเวลา

        มาตรา 83 นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ผู้จัดการพ้นจาก ตำแหน่งเมื่อ

        (1) ตาย

        (2) ลาออก

        (3) คณะกรรมการตลาดมีมติให้ออก

        (4) มีลักษณะต้องห้ามตาม มาตรา 79 มติของคณะกรรมการตลาดที่ให้ผู้จัดการออกจากตำแหน่งตาม (3) ต้องประกอบด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนกรรมการ ตลาดทั้งหมด โดยไม่นับรวมผู้จัดการ

        มาตรา 84 ผู้จัดการมีหน้าที่บริหารกิจการของตลาดให้เป็นไปตาม ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง หรือมติของคณะกรรมการตลาด และ มีอำนาจบังคับบัญชาพนักงานและลูกจ้างของตลาดในการบริหารกิจการ ผู้จัดการต้องรับผิดชอบต่อคณะกรรมการตลาด

        มาตรา 85 ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้ผู้จัดการเป็นผู้แทน ของตลาด และเพื่อการนี้ผู้จัดการจะมอบอำนาจให้พนักงานของตลาดคนใด คนหนึ่งกระทำการเฉพาะอย่างแทนก็ได้ แต่ต้องเป็นไปตามระเบียบหรือข้อ บังคับที่คณะกรรมการตลาดกำหนด

        มาตรา 86 เมื่อตำแหน่งผู้จัดการว่างลงหรือผู้จัดการไม่อาจปฏิบัติ หน้าที่ได้ ให้คณะกรรมการตลาดแต่งตั้งกรรมการตลาดหรือพนักงานของ ตลาดคนใดคนหนึ่ง เป็นผู้ทำการแทนเป็นการชั่วคราวได้ในการนี้ ให้ผู้ทำ การแทนมีอำนาจและหน้าที่เช่นเดียวกับผู้จัดการ เว้นแต่อำนาจและหน้าที่ ผู้จัดการในฐานะกรรมการตลาด

        มาตรา 87 คณะกรรมการตลาดมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อ ปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดอันอยู่ในอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการ ตลาดแล้วรายงานต่อคณะกรรมการตลาด การประชุมของคณะอนุกรรมการตามวรรคหนึ่ง ให้นำ มาตรา 11 มา ใช้บังคับโดยอนุโลม

        มาตรา 88 ให้ประธานกรรมการตลาด กรรมการตลาด และอนุกรรมการ ได้รับประโยชน์ตอบแทนตามที่คณะกรรมการ ก.ส.ล.กำหนด และให้ถือว่า ประโยชน์ตอบแทนนั้นเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของตลาด

[แก้ไข]
ส่วนที่ 3 สำนักหักบัญชี

        มาตรา 89 ให้จัดตั้งสำนักหักบัญชีขึ้นในตลาดและให้มีหน้าที่ ดังต่อไปนี้

        (1) เป็นศูนย์กลางในการหักบัญชีซื้อขาย การปรับฐานะบัญชีเงิน ประกันตามมูลค่าการซื้อขายล่วงหน้า การรับมอบและการส่งมอบสินค้า เกษตร รวมทั้งการจัดทำรายงานการซื้อขายล่วงหน้า

        (2) เก็บและรักษาเงินประกัน หรือเงินหรือหลักทรัพย์ของสมาชิกที่ วางไว้กับสำนักหักบัญชี

        (3) ส่งเสริมและกำกับดูแลความมั่นคงทางการเงินของระบบการซื้อขาย ล่วงหน้า

        (4) ปฏิบัติการอื่นใดที่จำเป็นต่อการดำเนินการของสำนักหักบัญชี

        มาตรา 90 ในการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักหักบัญชี ให้สำนักหักบัญชี เป็นผู้รับผิดชอบในการซื้อขายระหว่างสมาชิก โดยเป็นผู้ซื้อให้กับสมาชิก ผู้ขายและเป็นผู้ขายให้กับสมาชิกผู้ซื้อ

        มาตรา 91 เพื่อความมั่นคงในการหักบัญชีซื้อขาย ให้สมาชิกวางเงิน หรือหลักทรัพย์ไว้กับสำนักหักบัญชี ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และ ระยะเวลาที่คณะกรรมการตลาดกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรม การ ก.ส.ล.

        มาตรา 92 ในกรณีที่สมาชิกรายใดรายหนึ่งก่อให้เกิดความเสียหาย ในการซื้อขายล่วงหน้าถ้าไม่มีเงินประกันที่วางไว้

[แก้ไข]
หมวด 4 การดำเนินงานของตลาด

---------------------------------------------------

[แก้ไข]
ส่วนที่ 1 การซื้อขายล่วงหน้าของสมาชิกและการดำเนินงาน

        มาตรา 99 ในการดำเนินการซื้อขายล่วงหน้าในตลาด ให้สมาชิกปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการตลาดกำหนดโดยความ เห็นชอบของคณะกรรมการ ก.ส.ล.

        มาตรา 100 สินค้าเกษตรที่จะซื้อขายล่วงหน้าในตลาดให้เป็นไปตามที่ คณะกรรมการตลาดกำหนด การกำหนดสินค้าเกษตรตามวรรคหนึ่งอย่างน้อยต้องมีรายละเอียด เกี่ยวกับประเภท ชนิดคุณภาพ ปริมาณ รวมถึงระยะเวลาและสถานที่รับ มอบและส่งมอบสินค้าเกษตรนั้น

        มาตรา 101 ในการซื้อหรือขายล่วงหน้าสินค้าเกษตรในตลาดแต่ละ ครั้งต้องมีการวางเงินประกันไว้กับสำนักหักบัญชีตามอัตราและวิธีการที่ คณะกรรมการตลาดกำหนด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ก.ส.ล.

        มาตรา 102 เมื่อสิ้นสุดการซื้อขายแต่ละวัน ให้สำนักหักบัญชีหักบัญชี ซื้อขาย และปรับฐานะบัญชีเงินประกันที่วางไว้กับสำนักหักบัญชีตาม หลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการตลาดเท่านั้น

        มาตรา 103 การซื้อขายล่วงหน้าให้กระทำได้เฉพาะในเวลาทำการ ของตลาดเท่านั้น

        มาตรา 104 ในกรณีที่มีเหตุอันควรเชื่อว่าการซื้อขายล่วงหน้าอยู่ใน สภาพที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่การดำเนินงานของตลาดและสำนัก หักบัญชีให้คณะกรรมการตลาดมีอำนาจดังต่อไปนี้

        (1) ห้ามการซื้อขายสินค้าเกษตรประเภทหรือชนิดใดชนิดหนึ่งในตลาด เป็นการชั่วคราวโดยกำหนดระยะเวลาตามที่เห็นสมควร

        (2) ห้ามสมาชิกรายใดรายหนึ่งเข้าซื้อหรือขายสินค้าเกษตรในตลาด เป็นการชั่วคราว โดยกำหนดระยะเวลาตามที่เห็นสมควร

        (3) จำหน่ายหรือเพิกถอนข้อตกลงซื้อขายล่วงหน้าตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการตลาดกำหนดตาม มาตรา 78 (2)

        (4) สั่งให้สมาชิกกระทำการหรืองดเว้นกระทำการในเรื่องใด ๆ ตาม ความจำเป็น โดยจะกำหนดระยะเวลาหรือเงื่อนไขใด ๆ ให้สมาชิกต้องปฏิบัติก็ได้ คณะกรรมการตลาดอาจมอบอำนาจดังกล่าวข้างต้นให้ผู้จัดการเป็น ผู้ปฏิบัติการแทนก็ได้

        มาตรา 105 ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. เห็นว่าการซื้อขายล่วง หน้าสินค้าเกษตรประเภทหรือชนิดใดอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ เศรษฐกิจของประเทศหรือประโยชน์ของประชาชนและคณะกรรมการ ตลาดยังมิได้ใช้อำนาจตาม มาตรา 104 ถ้ากรณีเป็นเรื่องจำเป็นรีบด่วน ที่จะต้องดำเนินการทันที ให้คณะกรรมการ ก.ส.ล. มีอำนาจสั่งการตาม มาตรา 104 ได้

        มาตรา 106 ในกรณีที่สมาชิกหรือลูกค้าของสมาชิกถูกฟ้องคดี ล้มละลาย และศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ หรือตกเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา ในคดีแพ่ง ให้คณะกรรมการตลาดมีอำนาจดังต่อไปนี้

        (1) โอนข้อตกลงซื้อขายล่วงหน้าและบัญชีเงินประกันของลูกค้าของ สมาชิกที่ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์หรือตกเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาในคดี แพ่ง ให้สมาชิกรายอื่นรับไปดำเนินการต่อไป

        (2) สั่งจำหน่ายหรือเพิกถอนข้อตกลงซื้อขายล่วงหน้าของสมาชิก หรือลูกค้าที่ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์หรือตกเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาใน คดีแพ่ง เงินประกัน เงินหรือหลักทรัพย์ของสมาชิกที่วางไว้กับตลาด หรือ เงินประกันของลูกค้าที่ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์หรือตกเป็นลูกหนี้ตาม คำพิพากษาในคดีแพ่ง มิให้ถือว่าเป็นทรัพย์สินอันอาจแบ่งแก่เจ้าหนี้ของ สมาชิกหรือลูกค้าในคดีล้มละลาย และไม่อยู่ภายใต้การยึดหรืออายัดใน คดีแพ่งจนกว่าการดำเนินการตามคำสั่งของคณะกรรมการตลาดตาม วรรคหนึ่งเสร็จสิ้นแล้ว ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการตลาดมีอำนาจกำหนด ค่าใช้จ่ายให้แก่สมาชิกผู้รับดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ตามจำนวนที่เห็น สมควร

        มาตรา 107 ในกรณีที่เกิดเหตุขัดข้องอันเนื่องมาแต่เครื่องอุปกรณ์ ที่ใช้ในระบบซื้อขายล่วงหน้าเป็นเหตุให้ไม่อาจซื้อขายล่วงหน้าได้ตามปกติ หรือเหตุอื่นที่คณะกรรมการตลาดกำหนด ให้ผู้จัดการมีอำนาจสั่งหยุดการ ซื้อขายสินค้าเกษตรทั้งหมดเป็นการชั่วคราวได้ แต่ต้องรายงานเหตุดังกล่าว โดยละเอียดต่อคณะกรรมการ ก.ส.ล. และคณะกรรมการตลาดในทันที

[แก้ไข]
ส่วนที่ 2 การจัดทำและการสอบบัญชี

        มาตรา 108 ให้คณะกรรมการตลาดจัดทำบัญชีเพื่อแสดงผลการ ดำเนินงาน และฐานะการเงินที่เป็นอยู่ตามความเป็นจริงและงบการเงิน โดยให้เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีที่กำหนดโดยสถาบันวิชาชีพที่หน่วย ราชการที่เกี่ยวข้องให้ความเห็นชอบ และรายงานบัญชีและงบการเงิน ดังกล่าวต่อที่ประชุมสมาชิกของตลาดและคณะกรรมการ ก.ส.ล. ทุกรอบ ระยะสามเดือน โดยให้เสนอภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันครบรอบระยะสามเดือน ให้คณะกรรมการ ก.ส.ล. มีอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และ เงื่อนไขในการจัดทำบัญชีและงบการเงินตามวรรคหนึ่งเพิ่มเติมได้ตามที่ เห็นสมควร บัญชีและงบการเงินตามวรรคหนึ่ง ต้องจัดให้ผู้สอบบัญชีตรวจสอบ และรับรองทุกรอบระยะหกเดือน

        มาตรา 109 ให้ที่ประชุมสมาชิกของตลาดแต่งตั้งผู้สอบบัญชีจาก บุคคลซึ่งคณะกรรมการตลาดเสนอ และให้ผู้สอบบัญชีซึ่งได้รับแต่งตั้ง ได้รับประโยชน์ตอบแทนตามที่ที่ประชุมสมาชิกของตลาดกำหนด

        ผู้สอบบัญชีตามวรรคหนึ่งต้องเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามกฎหมาย ว่าด้วยผู้สอบบัญชี และต้องไม่เป็นกรรมการตลาด ผู้จัดการ พนักงาน หรือ ลูกจ้างของตลาด

        มาตรา 110 ให้ผู้สอบบัญชีมีอำนาจตรวจสอบสรรพสมุดบัญชีและ เอกสารหลักฐานของตลาดและขอคำชี้แจงจากกรรมการตลาด ผู้จัดการ พนักงาน หรือลูกจ้างของตลาดได้

        มาตรา 111 ให้สมาชิกจัดส่งสำเนาบัญชีแสดงผลการดำเนินงานและ ฐานะการเงิน และงบการเงินที่จัดทำตาม มาตรา 37 และ มาตรา 38 ให้ คณะกรรมการตลาดเพื่อนำมาประกอบการควบคุมการซื้อขายล่วงหน้าของสมาชิก เพื่อประโยชน์ในการควบคุมการซื้อขายล่วงหน้าของสมาชิก ให้ คณะกรรมการตลาดมีอำนาจเรียกให้สมาชิกรายงานหรือส่งเอกสารหลักฐาน เพิ่มเติมในกรณีที่คณะกรรมการตลาดเห็นว่าบัญชีและงบการเงินที่สมาชิก ส่งสำเนามาให้ตามวรรคหนึ่งยังมีข้อมูลที่จะต้องตรวจสอบเพิ่มเติม หรือสั่ง ให้สมาชิก กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการกิจการของ สมาชิกยื่นรายงานหรือเอกสารตามระยะเวลาหรือเป็นครั้งคราว รวมถึง ให้ทำคำชี้แจงหรืออธิบายเพื่อขยายความแห่งรายงานหรือเอกสารดังกล่าว ได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการตลาดกำหนดรายงานและเอกสารที่จัดส่งตามวรรคสอง สมาชิกต้องทำให้ครบถ้วน และตรงต่อความเป็นจริง

        มาตรา 112 ให้ตลาดหรือบุคคลซึ่งได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ ตลาดมีอำนาจเปิดเผยข้อมูลของสมาชิกของตลาดให้ประชาชนทั่วไปทราบ เพื่อคุ้มครองประโยชน์หรือส่วนได้เสียของประชาชน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการตลาดกำหนด

        มาตรา 113 ให้ตลาดเผยแพร่บัญชีแสดงผลการดำเนินงานและฐานะ การเงิน รวมทั้งงบการเงินที่ผู้สอบบัญชีรับรองว่าถูกต้องแล้ว ให้ประชาชน ทั่วไปทราบทุกรอบระยะหกเดือน

[แก้ไข]
ส่วนที่ 3 การชี้ขาดข้อพิพาท

        มาตรา 114 ในกรณีมีข้อพิพาทที่เกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวเนื่องกับการ ซื้อขายล่วงหน้าระหว่างสมาชิกด้วยกันเอง หรือระหว่างสมาชิกกับลูกค้า คู่พิพาทอาจยื่นคำร้องต่อสำนักงานหรือตลาดเพื่อขอให้มีการชี้ขาดข้อพิพาท โดยเลขาธิการหรืออนุญาโตตุลาการ แล้วแต่กรณี ก็ได้ การชี้ขาดของเลขาธิการหรืออนุญาโตตุลาการให้เป็นที่สุด

        มาตรา 115 คำร้องตาม มาตรา 114 ให้เป็นไปตามแบบที่เลขาธิการ กำหนด และอย่างน้อยต้องระบุรายละเอียดต่อไปนี้

        (1) ชื่อและที่อยู่ของคู่พิพาท

        (2) ประเด็นข้อพิพาท

        (3) เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง

        มาตรา 116 การพิจารณาและชี้ขาดข้อพิพาทของเลขาธิการ ให้เป็น ไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการ ก.ส.ล.กำหนด

        มาตรา 117 ในกรณีที่คู่พิพาทร้องขอให้มีการชี้ขาดข้อพิพาทโดย อนุญาโตตุลาการ ให้อนุญาโตตุลาการประกอบด้วยบุคคลซึ่งคณะกรรมการ ตลาดแต่งตั้งหนึ่งคนเป็นประธาน และบุคคลซึ่งคู่พิพาทแต่งตั้งอีกฝ่ายละ หนึ่งคน ทั้งนี้ โดยให้พิจารณาแต่งตั้งจากบัญชีรายชื่ออนุญาโตตุลาการที่ คณะกรรมการตลาดขึ้นทะเบียนไว้ ให้นำกฎหมายว่าด้วยอนุญาโตตุลาการมาใช้บังคับกับการพิจารณา และชี้ขาดข้อพิพาทของอนุญาโตตุลาการตามวรรคหนึ่งโดยอนุโลม

[แก้ไข]
หมวด 5 การควบคุมดูแล

----------------------------------------------

        มาตรา 118 ห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้ากระทำการ ดังต่อไปนี้

        (1) ซื้อหรือขายล่วงหน้านอกตลาด หรือเป็นนายหน้าหรือตัวแทนเพื่อ ซื้อหรือขายล่วงหน้านอกตลาด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ ก.ส.ล.

        (2) ซื้อหรือขายสินค้าเกษตรให้แก่ลูกค้า โดยไม่มีคำสั่งซื้อหรือคำสั่ง ขายจากลูกค้า

        (3) รับคำสั่งซื้อหรือคำสั่งขายสินค้าเกษตรจากลูกค้านอกสถานที่ทำ การของผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า เว้นแต่คณะกรรมการ ก.ส.ล. จะกำหนดเป็นอย่างอื่น

        (4) โฆษณากิจการของผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า เว้นแต่ การโฆษณานั้นจะได้กระทำตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่เลขาธิการ กำหนด

        มาตรา 119 ห้ามมิให้ผู้ใดซื้อขายล่วงหน้าหรือเสนอที่จะซื้อขายล่วงหน้า หรือกระทำการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายล่วงหน้า ไม่ว่าโดยทางตรง หรือทางอ้อมจนอาจทำให้ผู้อื่นเข้าใจว่าสินค้าเกษตรที่ซื้อขายมีราคาสูงขึ้น ลดลง คงที่ หรือผันผวนอันไม่ตรงต่อสภาพปกติของตลาด เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ให้คณะกรรมการตลาดมีอำนาจกำหนด หลักเกณฑ์อันถือเป็นข้อพิจารณาเกี่ยวกับสภาพปกติของตลาด

        มาตรา 120 ห้ามมิให้ผู้ใดซื้อขายล่วงหน้าหรือเสนอที่จะซื้อขายล่วงหน้า หรือกระทำการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายล่วงหน้าไม่ว่าโดยทางตรง หรือทางอ้อมในประการที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้อื่นโดยอาศัยข้อเท็จจริง ที่เกี่ยวกับการซื้อขายล่วงหน้าซึ่งยังมิได้เปิดเผยต่อประชาชนและตนได้ล่วง รู้มาเพราะการดำรงตำแหน่งหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่ในการซื้อขายล่วงหน้า นั้น หรือได้ล่วงรู้มาเพราะได้รับมาจากบุคคลดังกล่าวข้างต้น และไม่ว่าการ กระทำดังกล่าวจะกระทำเพื่อประโยชน์ตนเองหรือผู้อื่น หรือนำข้อเท็จจริง เช่นนั้นออกเปิดเผยเพื่อให้ผู้อื่นกระทำโดยตนได้รับประโยชน์ตอบแทน

        มาตรา 121 ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ ที่น่าจะทำให้ผู้อื่น หลงผิดว่าได้มีการซื้อหรือขายล่วงหน้าสินค้าเกษตรประเภทหรือชนิดใดกัน มาก หรือราคาของสินค้าเกษตรประเภทหรือชนิดนั้นได้เปลี่ยนแปลงหรือ ไม่เปลี่ยนแปลงอันไม่ตรงต่อสภาพปกติของตลาด

        มาตรา 122 ห้ามมิให้ผู้ใดบอกกล่าวหรือแพร่ข้อความที่เกี่ยวกับสินค้า เกษตร หรือการซื้อขายล่วงหน้าสินค้าเกษตรประเภทหรือชนิดอันเป็นเท็จ หรือบอกกล่าวหรือแพร่ข้อความอื่นใดที่อาจก่อให้เกิดความสำคัญผิดในสาระ สำคัญเกี่ยวกับการซื้อขายล่วงหน้าสินค้าเกษตรประเภทหรือชนิดใดต่อผู้อื่น โดยการกระทำดังกล่าวน่าจะมีผลทำให้ราคาสินค้าเกษตรนั้นผิดไปจากสภาพ ปกติของตลาด หรือน่าจะทำให้ผู้อื่นทำการซื้อขายล่วงหน้า

        การกระทำตามวรรคหนึ่ง แม้ผู้บอกกล่าวหรือแพร่ข้อความจะมิได้กระทำ โดยเจตนาแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดความจริง แต่หากกระทำโดย ปราศจากความระมัดระวังตามวิสัยหรือพฤติการณ์ที่พึงมีตามสมควร หรือ กระทำโดยละเลยที่จะพิจารณาความเป็นจริงของข้อความนั้นให้ผู้บอกกล่าว หรือแพร่ข้อความนั้นมีความผิดตามวรรคหนึ่งด้วย

        มาตรา 123 ห้ามมิให้ผู้ใดให้คำรับรองหรือคำคาดการณ์ที่เกี่ยวกับ สินค้าเกษตรหรือการซื้อขายล่วงหน้าสินค้าเกษตรประเภทหรือชนิดใดต่อ ผู้อื่น ซึ่งคำรับรองหรือคำคาดการณ์นั้นเป็นเท็จหรืออาจก่อให้เกิดความ สำคัญผิดในสาระสำคัญ โดยการกระทำดังกล่าวน่าจะทำให้ผู้อื่นทำการ ซื้อขายล่วงหน้า

        การกระทำตามวรรคหนึ่ง แม้ผู้ให้คำรับรองหรือคำคาดการณ์จะมิได้ กระทำโดยเจตนาแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดความจริง แต่หาก กระทำโดยปราศจากความระมัดระวังตามวิสัยหรือพฤติการณ์ที่พึงมีตาม สมควร หรือกระทำโดยละเลยที่จะพิจารณาความเป็นจริงเกี่ยวกับสินค้า เกษตรหรือการซื้อขายล่วงหน้านั้น ให้ผู้ให้คำรับรองหรือคำคาดการณ์นั้น มีความผิดตามวรรคหนึ่งด้วย

        มาตรา 124 ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการเป็นตัวแทนซื้อขายล่วงหน้าหรือ เป็นสำนักงานสาขาของผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า เว้นแต่เป็น บุคคลที่มีการแจ้งชื่อไว้ตาม มาตรา 31 หรือได้รับอนุญาตจากเลขาธิการ ตาม มาตรา 33

        มาตรา 125 เพื่อป้องกันความเสียหายอันอาจเกิดแก่เศรษฐกิจของ ประเทศหรือประโยชน์ของประชาชน ให้คณะกรรมการ ก.ส.ล. มีอำนาจ

        (1) ห้ามการซื้อขายล่วงหน้าทั้งหมดในตลาดเป็นการชั่วคราว โดย กำหนดระยะเวลาตามที่เห็นสมควร

        (2) สั่งให้คณะกรรมการตลาดหรือผู้จัดการกระทำการหรืองดเว้น กระทำการอื่นใดตามที่เห็นสมควร การดำเนินการตาม (1) ให้คณะกรรมการ ก.ส.ล. ทำเป็นหนังสือและ ประกาศไว้ในที่เปิดเผย ณ สถานที่ทำการของตลาด

        มาตรา 126 ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการซื้อขายล่วงหน้าที่สมาชิก สั่งซื้อหรือสั่งขายในขณะใดขณะหนึ่งว่า สมาชิกได้สั่งซื้อหรือสั่งขายไว้เพื่อ ตนเองหรือเพื่อลูกค้าหรือสมาชิกได้สั่งซื้อหรือสั่งขายไว้เพื่อลูกค้ารายใด ให้ เป็นไปตามลำดับก่อนหลังดังต่อไปนี้

        (1) ลูกค้าที่สั่งซื้อหรือขายก่อนให้ได้รับประโยชน์เป็นลำดับแรก

        (2) ให้การซื้อขายของสมาชิกเพื่อลูกค้าอยู่ในลำดับก่อนการซื้อขาย เพื่อตนเอง


[แก้ไข]
หมวด 6 คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์

--------------------------------------------------


        มาตรา 127 ให้มีคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์คณะหนึ่ง ประกอบ ด้วยกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะกรรมการ ก.ส.ล. แต่งตั้งจำนวนไม่น้อย กว่าห้าคนแต่ไม่เกินเจ็ดคน โดยในจำนวนนั้นต้องเป็นผู้มีความรู้ความ สามารถด้านกฎหมาย การพาณิชย์ การเงิน หรือมีประสบการณ์สูงด้าน ธุรกิจการซื้อขายสินค้าล่วงหน้า อย่างน้อยด้านละหนึ่งคน และอธิบดีกรม การค้าภายในเป็นกรรมการและเลขานุการ กรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์จะเป็นกรรมการในคณะกรรมการ ก.ส.ล. หรือคณะกรรมการตลาดไม่ได้

        มาตรา 128 การแต่งตั้ง วาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง การแต่งตั้งกรรมการแทนกรรมการที่พ้นจากตำแหน่ง การประชุม การห้าม เข้าร่วมพิจารณาและค่าตอบแทนของกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ ให้นำ มาตรา 6 มาตรา 8 มาตรา 10 มาตรา 11 มาตรา 12 และ มาตรา 14 มาใช้บังคับ โดยอนุโลม

        มาตรา 129 ผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า สมาชิก หรือผู้ที่ได้ รับผลกระทบจากการสั่งการตามพระราชบัญญัตินี้ ผู้ใดไม่เห็นด้วยกับคำสั่ง ของเลขาธิการตาม มาตรา 33 มาตรา 36 มาตรา 59 มาตรา 61 วรรคสอง มาตรา 62 วรรคสอง มาตรา 63 มาตรา 64 และ มาตรา 65 และคำวินิจฉัย หรือคำสั่งของคณะกรรมการตลาดตาม มาตรา 104 (1) (2) และ (3) ให้ยื่น อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ทราบ คำสั่งของเลขาธิการ หรือคำวินิจฉัยหรือคำสั่งของคณะกรรมการตลาด แล้ว แต่กรณี ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ กำหนดการอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่ง ไม่เป็นเหตุให้ทุเลาการปฏิบัติตามคำสั่ง ของเลขาธิการหรือคำวินิจฉัยหรือคำสั่งของคณะกรรมการตลาด เว้นแต่ คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์จำนวนสามในสี่ของจำนวนกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ทั้งหมดจะมีมติเป็นอย่างอื่น คำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ให้เป็นที่สุด


[แก้ไข]
หมวด 7 พนักงานเจ้าหน้าที่

----------------------------------------------------


        มาตรา 130 ในการปฏิบัติหน้าที่ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจดัง ต่อไปนี้

        (1) เข้าไปในสถานที่ประกอบธุรกิจหรือสถานที่ทำการของตลาดหรือ ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า หรือสถานที่ซึ่งรวบรวม หรือประมวลข้อมูลของผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า ในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นจนพระอาทิตย์ตกหรือในเวลาทำการของ สถานที่นั้น เพื่อตรวจสอบกิจการ สินทรัพย์และหนี้สินของบุคคลดังกล่าว รวมทั้งเก็บรวบรวมเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

        (2) ค้นสถานที่ใด ๆ ที่มีเหตุควรสงสัยว่ามีการกระทำความผิดตาม พระราชบัญญัตินี้ รวมทั้งมีอำนาจยึดหรืออายัดเอกสารหรือหลักฐานที่ เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้เพื่อประโยชน์ในการ ตรวจสอบหรือดำเนินคดี

        (3) สั่งให้กรรมการ พนักงาน ลูกจ้าง ผู้สอบบัญชีของตลาดและผู้ได้ รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า หรือบุคคลอื่นใดที่เกี่ยวข้อง มาให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสาร หลักฐานอื่นเกี่ยวกับการดำเนินงาน สินทรัพย์ และหนี้สินของผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้าและบุคคลข้างต้น เมื่อได้เข้าไปและลงมือทำการตรวจสอบตาม (1) หรือ (2) แล้ว ถ้า ยังดำเนินการไม่เสร็จจะกระทำต่อไปในเวลากลางคืนหรือนอกเวลาทำการ ของสถานที่นั้นก็ได้

        การใช้อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม (1) (2) และ (3) จะต้อง เป็นการกระทำต่อผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องที่ดำเนินการตรวจสอบ และ ต้องได้รับความเห็นชอบจากเลขาธิการก่อนและในกรณีตาม (3) พนักงาน เจ้าหน้าที่ต้องกำหนดระยะเวลาอันสมควรที่จะให้ผู้นั้นสามารถปฏิบัติตาม คำสั่งได้

        ในการปฏิบัติหน้าที่ตาม (1) พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องไม่กระทำการอัน มีลักษณะเป็นการข่มขู่หรือเป็นการตรวจค้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา และต้องมีหนังสือบอกกล่าวแก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานที่ ล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามวันทำการ และในกรณีตาม (2) ถ้ามีเหตุอันควรเชื่อ ได้ว่าหากเนิ่นช้ากว่าจะเอาหมายค้นมาได้ เอกสารหรือหลักฐานดังกล่าวจะ ถูกยักย้าย ซุกซ่อน ทำลาย หรือทำให้เปลี่ยนสภาพไปจากเดิม ก็ให้ดำเนิน การค้นและยึดหรืออายัดเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการกระทำ ความผิดได้โดยไม่ต้องมีหมายค้น

        มาตรา 131 ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้ผู้ซึ่ง เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกตามสมควร

        มาตรา 132 ในการปฏิบัติหน้าที่ พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตร ประจำตัวแก่บุคคลซึ่งเกี่ยวข้อง บัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามแบบที่กำหนดใน กฎกระทรวง

        มาตรา 133 ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้เลขาธิการ และพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา

        มาตรา 134 ในกรณีที่ปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ผู้กระทำ ความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ที่มีลักษณะอันอาจก่อให้เกิดความเสียหาย แก่ประโยชน์ของประชาชนจะทำการยักย้ายหรือจำหน่ายทรัพย์สินของตน ให้สำนักงานโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ก.ส.ล.มีอำนาจสั่งยึด หรืออายัดทรัพย์สินของผู้นั้นหรือทรัพย์สินที่มีหลักฐานเชื่อได้ว่าเป็นของ ผู้นั้นไว้ได้ไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวัน เว้นแต่จะมีการฟ้องคดีผู้นั้นต่อศาล ที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีแพ่ง ในกรณีเช่นนี้ให้คำสั่งยึดหรืออายัด ดังกล่าวยังมีผลต่อไปจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น และในกรณีมีเหตุ จำเป็นไม่สามารถฟ้องคดีได้ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวัน ศาลที่มีเขตอำนาจ จะสั่งขยายระยะเวลาออกไปอีกตามคำขอของสำนักงานก็ได้แต่จะขยาย เวลาอีกเกินหนึ่งร้อยแปดสิบวันไม่ได้ เมื่อสำนักงานมีคำสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สินตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สินดังกล่าว

        การยึดหรืออายัดทรัพย์สินตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง และให้นำประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม

        ในกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่งจะหลบ หนีออกนอกราชอาณาจักรเมื่อสำนักงานร้องขอ ให้ศาลอาญามีอำนาจสั่ง ห้ามมิให้ผู้นั้นออกนอกราชอาณาจักรไว้ก่อนเป็นการชั่วคราวได้เป็นเวลา ไม่เกินสิบห้าวัน จนกว่าศาลอาญาจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

[แก้ไข]
หมวด 8 บทกำหนดโทษ

--------------------------------------------------

        มาตรา 135 ผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา 26 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินสามแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอด เวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่

        มาตรา 136 ผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้าผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ ปฏิบัติตาม มาตรา 30 มาตรา 31 มาตรา 42 มาตรา 43 มาตรา 46 มาตรา 52 มาตรา 53 มาตรา 54 มาตรา 104(4) มาตรา 111 หรือ มาตรา 118 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามแสนบาท และปรับอีกไม่เกิน วันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ฝ่าฝืนหรือที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

        ในกรณีที่การกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเกิดจากการสั่งการหรือ ไม่สั่งการ การกระทำหรือไม่กระทำอันเป็นหน้าที่ที่ต้องกระทำของกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการกิจการของผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขาย ล่วงหน้า กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการกิจการนั้นต้อง ระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้ง ปรับ

        มาตรา 137 ผู้ประกอบธุรกิจซื้อขายล่วงหน้าผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติ ตาม มาตรา 32 มาตรา 33 มาตรา 36 มาตรา 37 มาตรา 38 มาตรา 55 หรือ มาตรา 56 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามแสนบาท และปรับอีกไม่เกิน วันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ฝ่าฝืนหรือที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

        มาตรา 138 ผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา 21 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหก เดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

        มาตรา 139 ผู้ดูแลผลประโยชน์ผู้ใด กระทำการหรือไม่กระทำการ อันเป็นหน้าที่ที่ต้องกระทำตาม มาตรา 50 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสาม แสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ฝ่าฝืนหรือที่ ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

        มาตรา 140 ผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา 44 และ มาตรา 75 ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินห้าแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่ง หมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่

        มาตรา 141 ผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา 76 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท และปรับอกีไม่เกินวันละสามพันบาทตลอด เวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่

        มาตรา 142 ผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา 119 วรรคหนึ่ง หรือ มาตรา 120 ต้อง ระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี และปรับไม่เกินสองเท่าของผล ประโยชน์ที่บุคคลนั้น ๆ ได้รับไว้ หรือพึงจะได้รับเพราะการฝ่าฝืนดังกล่าว แต่ทั้งนี้ค่าปรับดังกล่าวต้องไม่น้อยกว่าห้าแสนบาท

        มาตรา 143 ผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา 121 มาตรา 122 วรรคหนึ่ง หรือ มาตรา 123 วรรคหนึ่งต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกิน สามแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

        มาตรา 144 ผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา 122 วรรคสอง หรือ มาตรา 123 วรรค สอง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ

        มาตรา 145 ผู้ใดให้ถ้อยคำหรือรายงานอันเป็นเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งทำหรืออาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน หกเดือนและปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท

        มาตรา 146 ผู้ใดขัดขวางหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตาม มาตรา 130 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี และปรับ ไม่เกินหนึ่งแสนบาท

        มาตรา 147 ผู้ใดไม่อำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตาม มาตรา 131 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่ง หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

        มาตรา 148 ผู้ใดถอน ทำให้เสียหาย ทำลาย หรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งตราหรือเครื่องหมายซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ประทับหรือหมายไว้ที่สิ่ง ใด ๆ ในการปฏิบัติหน้าที่ตาม มาตรา 130 หรือ มาตรา 134 เพื่อเป็น หลักฐานในการยึดหรืออายัดหรือรักษาสิ่งนั้น ๆ ต้องระวางโทษจำคุกไม่ เกินสามปีและปรับไม่เกินสามแสนบาท

        มาตรา 149 ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำ ให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์สินหรือเอกสารใด ๆ อันพนักงาน เจ้าหน้าที่ได้ยึด อายัด รักษาไว้ หรือสั่งให้ส่งเพื่อเป็นพยานหลักฐานตาม มาตรา 130 ไม่ว่าพนักงานเจ้าหน้าที่จะรักษาทรัพย์สินหรือเอกสารนั้น ไว้เอง หรือสั่งให้ผู้นั้นหรือผู้อื่นส่งหรือรักษาไว้ก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินสามแสนบาท

        มาตรา 150 ผู้สอบบัญชีของผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า สมาชิก หรือตลาดผู้ใดรับรองงบดุลหรือบัญชีอื่นใดให้ผิดไปจากความเป็น จริง หรือทำรายงานเท็จ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามเดือนถึงสามปี หรือปรับตั้งแต่สามหมื่นบาทถึงสามแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

        มาตรา 151 กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการกิจการ ของผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้าผู้ใด กระทำการหรือยินยอมให้ บุคคลใดกระทำการดังต่อไปนี้

        (1) ทำให้เสียหาย ทำลาย เปลี่ยนแปลง ตัดทอน หรือปลอมบัญชี เอกสาร หรือหลักประกันของผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าว หรือที่เกี่ยวกับ ผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าว

        (2) ลงข้อความเท็จหรือไม่ลงข้อความสำคัญในบัญชีหรือเอกสาร ของผู้ประกอบธุรกิจหรือที่เกี่ยวกับผู้ประกอบธุรกิจนั้น

        (3) ทำบัญชีไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง ไม่เป็นปัจจุบัน หรือไม่ตรงต่อ ความเป็นจริง ถ้าได้กระทำหรือยินยอมให้กระทำเพื่อลวงให้ผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าว หรือผู้ถือหุ้นขาดประโยชน์อันควรได้ หรือลวงบุคคลใด ๆ ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่ห้าหมื่นบาทถึงเจ็ดแสนบาท

        มาตรา 152 พนักงาน ลูกจ้าง หรือตัวแทนของผู้ประกอบธุรกิจการ ซื้อขายล่วงหน้าโดยทุจริตหลอกลวงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จแก่ ลูกค้าหรือโดยการปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ลูกค้า และโดยการ หลอกลวงดังว่านั้น ได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากลูกค้าผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่ สาม หรือทำให้ลูกค้าหรือบุคคลที่สามทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ ต้อง ระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่ห้าหมื่นบาทถึงเจ็ด แสนบาท

        มาตรา 153 กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการกิจการ ของผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า ซึ่งได้รับมอบหมายให้จัดการ ทรัพย์สินของผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าวหรือทรัพย์สินที่ผู้ประกอบธุรกิจ ดังกล่าวเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย กระทำผิดหน้าที่ของตนด้วยประการใด ๆ โดยทุจริตจนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ในลักษณะที่เป็น ทรัพย์สินของผู้ประกอบธุรกิจนั้นต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึง เจ็ดปี และปรับตั้งแต่ห้าหมื่นบาทถึงเจ็ดแสนบาท

        มาตรา 154 กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดกิจการของ ผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า ซึ่งครอบครองทรัพย์ที่เป็นของ ผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าว หรือที่ผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าวเป็นเจ้าของรวม อยู่ด้วย เบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือบุคคลที่สามโดยทุจริตต้อง ระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่ห้าหมื่นบาทถึงเจ็ดแสนบาท

        มาตรา 155 กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการกิจการ ของผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้าผู้ใด เอาไปเสีย ทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์สินที่ผู้ประกอบ ธุรกิจดังกล่าวมีหน้าที่ดูแลหรือที่อยู่ในความครอบครองของผู้ประกอบ ธุรกิจนั้นถ้าได้กระทำเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินห้าแสนบาท

        มาตรา 156 กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการกิจการ ของผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้าผู้ใด กระทำการหรือไม่กระทำการ เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายเพื่อตนเองหรือ ผู้อื่นอันเป็นการเสียหายแก่ผู้ประกอบธุรกิจนั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่ห้าหมื่นบาทถึงเจ็ดแสนบาท

        มาตรา 157 ผู้ใดก่อให้กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการ กิจการของผู้ประกอบธุรกิจซื้อขายล่วงหน้า หรือผู้สอบบัญชี กระทำความผิด ตามที่บัญญัติใน มาตรา 150 มาตรา 151 มาตรา 152 มาตรา 153 มาตรา 154 มาตรา 155 หรือ มาตรา 156 ไม่ว่าด้วยการใช้ สั่ง ขู่เข็ญ จ้าง หรือ ด้วยวิธีอื่นใด ต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ

        มาตรา 158 ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการช่วยเหลือหรือ ให้ความสะดวกในการที่กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการ กิจการของผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า หรือผู้สอบบัญชี กระทำ ความผิดตามที่บัญญัติใน มาตรา 150 มาตรา 151 มาตรา 152 มาตรา 153 มาตรา 154 มาตรา 155 หรือ มาตรา 156 ไม่ว่าก่อนหรือขณะ กระทำความผิด ต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ใน มาตรา นั้น ๆ เว้นแต่ ผู้นั้นมิได้รู้ถึงการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกนั้น

        มาตรา 159 ผู้ใดล่วงรู้กิจการของผู้ประกอบธุรกิจซื้อขายล่วงหน้า เนื่องจากการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้อัน เป็นกิจการที่ตามปกติวิสัยจะพึงสงวนไว้ไม่เปิดเผยถ้าผู้นั้นนำไปแสวงหา ประโยชน์ส่วนตนหรือเปิดเผยแก่บุคคลอื่น อันอาจก่อให้เกิดความเสียหาย แก่ลูกค้าหรือผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า หรือตลาด ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ความในวรรคหนึ่งมิให้นำมาใช้บังคับแก่การเปิดเผยในกรณี ดังต่อไปนี้

        (1) การเปิดเผยตามหน้าที่

        (2) การเปิดเผยเพื่อประโยชน์แก่การสอบสวนหรือการพิจารณาคดี

        (3) การเปิดเผยเกี่ยวกับการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้

        (4) การเปิดเผยเพื่อประโยชน์ในการแก้ไขฐานะหรือการดำเนินงาน ของผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า

        (5) การเปิดเผยแก่ผู้สอบบัญชีของผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า ตามพระราชบัญญัตินี้

        (6) การเปิดเผยแก่ทางการ ตลาดหรือหน่วยงานที่คณะกรรมการ ก.ส.ล.กำหนด

        (7) การเปิดเผยเมื่อได้รับความเห็นขอบจากบุคคลดังกล่าวเป็น ลายลักษณ์อักษร

        มาตรา 160 บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ที่มีโทษปรับ สถานเดียว หรือโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับ หรือจำคุกไม่เกินหนึ่งปี และปรับให้คณะกรรมการเปรียบเทียบความผิดที่รัฐมนตรีแต่งตั้งมีอำนาจ เปรียบเทียบได้

        คณะกรรมการเปรียบเทียบที่รัฐมนตรีแต่งตั้งตามวรรคหนึ่งให้มีจำนวนสามคน ซึ่งคนหนึ่งต้องเป็นพนักงานสอบสวนตาประมวลกฎหมายวิธี พิจารณาความอาญา เมื่อคณะกรรมการเปรียบเทียบได้ทำการเปรียบเทียบกรณีใด และ ผู้ต้องหาได้ชำระค่าปรับตามคำเปรียบเทียบภายในระยะเวลาที่คณะ กรรมการเปรียบเทียบกำหนดแล้ว ให้คดีนั้นเป็นอันเลิกกัน

--------------------------------------------------------------------
 
 
 
   Hosted by kapook.com