.:: ร่างฯแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายอาญา เรื่อง การข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น - คลังปัญญาไทย ::. .:: คลังปัญญาไทย : PanyaThai.or.th ::.
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
ร่างฯแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายอาญา เรื่อง การข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น
 

จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี

Jump to: navigation, search
บันทึกหลักการและเหตุผล
ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ .. )
พ.ศ. ...
___________
หลักการ

        แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฏหมายอาญา ดังต่อไปนี้

        (๑) แก้ไขเพิ่มเติมให้การข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นเป็นความผิด ( แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๗๖ และมาตรา ๒๗๗ )

        (๒) แก้ไขเพิ่มเติมให้การดำรงชีพจากรายได้ของผู้ซึ่งค้าประเวณีไม่ว่าชายหรือหญิงเป็นความผิด ( แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๘๖ )

เหตุผล

        โดยที่มาตรา ๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ( ฉบับชั่วคราว ) พุทธศักราช ๒๕๔๙ ให้คุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิเสรีภาพ และความเสมอภาค บรรดาที่ชนชาวไทยเคยได้รับความคุ้มครองตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่บทบัญญัติมาตรา ๒๗๖ มาตรา ๒๗๗ และมาตรา ๒๘๖ แห่งประมวลกฏหมายอาญา เป็นบทบัญญัติที่เลือกปฎิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องเพศ สมควรแก้ไขบทบัญญัติดังกล่าวให้สอดคล้องกับหลักการมีสิทธิเท่าเทียมกันระหว่างชายและหญิง และหลักการห้ามมิให้เลือกปฎิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องเพศที่เคยได้รับความคุ้มครองตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขจึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้




ร่าง
พระราชบัญญัติ
แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฏหมายอาญา ( ฉบับที่ .. )
พ.ศ. ...
_________
......................
......................
......................

         .......................................................................................................................................................................................................................................

โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฏหมายอาญา

        .................................................................................................................................................................................................................................................

        มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฏหมายอาญา ( ฉบับที่ .. ) พ.ศ. ...”

        มาตรา ๒ พระราชบัญญัติให้บังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

        มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๗๖ แห่งประมวลกฏหมายอาญา ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมในประมวลกฏกหมายอาญา ( ฉบับที่ ๕ ) พ.ศ. ๒๕๒๕ และมาตรา ๒๗๗ แห่งประมวลกฏหมายอาญาซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฏกหมายอาญา ( ฉับับที่ ๘ ) พ.ศ. ๒๕๓๐ และใช้ความต่อไปนี้แทน

         “มาตรา ๒๗๖ ผู้ใดข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตนโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สี่ปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่แปดพันบาทถึงสี่หมื่นบาท

        ถ้ากระทำความผิดตามวรรคหนึ่งได้กระทำโดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิดหรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิงหรือกรทำกับชายในลักษณะเดียวกัน ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบห้าปถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สามหมื่นบาทหรือจำคุกตลอดชีวิต

        มาตรา ๒๗๗ ผู้ใดกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สี่ปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่แปดพันบาทถึงสี่หมื่นบาท

        ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปีต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่เจ็ดปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นสี่พันบาทถึงสี่หมื่นบาทหรือจำคุกตลอดชีวิต

        ถ้ากระทำความผิดตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองได้กระทำโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันอันมีลักษณะเป็นการโทรมเด็กหญิงหรือกระทำเด็กชายในลักษณะเดียวกันและเด็กนั้นไม่ยินยอม หรือได้กระทำโดยมีอาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยใช้อาวุธ ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต

        ความผิดตามบัญญัติไว้ในวรรคหนึ่ง ถ้าเป็นการกระทำต่อเด็กซึ่งมีอายุกว่าสิบสามปี แต่ยังไม่เกินสิบห้าปี โดยเด็กนั้นยินยอม และภายหลังศาลอนุญาตให้ทั้งสองฝ่ายสมรสกันผู้กระทำผิดไม่ต้องรับโทษ ถ้าศาลอนุญาตให้สมรสในระหว่างที่ผู้กระทำผิดกำลังรับโทษในความผิดนั้นอยู่ ให้ศาลปล่อยผู้กระทำความผิดนั้นไป”

        มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๘๖ แห่งประมวลกฏหมายอาญา ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยเฉพาะพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฏหมายอาญา ( ฉบับที่ ๕ ) พ.ศ. ๒๕๒๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

         “มาตรา ๒๘๖ ผู้ใดอายุกว่าสิบหกปีดำรงชีพอยู่แม้เพียงบางส่วนจากรายได้ของผู้ซึ่งค้าประเวณี ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่เจ็ดปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงสี่หมื่นบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต

        ผู้ใดไม่มีปัจจัยอย่างอื่นอันปรากฏกสำหรับดำรงชีพ หรือไม่มีปัจจัยอันพอเพียงสำหรับการดำรงชีพ และมีพฤติการณ์อย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปนี้ ให้ถือว่าผู้นั้นดำรงชีพอยู่จากรายได้ของผู้ซึ่งค้าประเวณี เว้นแต่จะพิสูจน์ให้เป็นที่พอใจได้ว่ามิได้เป็นเช่นนั้น

         ( ๑ ) อยู่ร่วมกับผู้ซึ่งค้าประเวณี หรือสมาคมกับผู้ซึ่งค้าประเวณีคนเดียวหรือหลายคนเป็นอาจิณ

         ( ๒) กินอยู่หลับนอน หรือรับเงิน หรือประโยชน์อย่างอื่น โดยผู้ซึ่งค้าประเวณีเป็นผู้จัดให้ หรือ

         ( ๓ ) เข้าแทรกแซงเพื่อช่วยผู้ซึ่งค้าประเวณีในการทะเลาะวิวาทกับผู้ที่คบค้ากับผู้ซึ่งค้าประเวณีนั้น

        บทบัญญัติแห่งมาตรานี้มิให้ใช้บังคับแก่ผู้รับค่าเลี้ยงดูจากผู้ซึ่งค้าประเวณี ซึ่งพึงให้ค่าเลี้ยงดูนั้นตามกฏหมายหรือตามธรรมจรรยา”

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ


        .......................

         นายกรัฐมนตรี


[แก้ไข] ขอขอบคุณข้อมูลจาก

  • ร่างฯ ที่ สคก. ตรวจพิจารณาแล้ว เรื่องเสร็จที่ ๔/๒๕๕๐
 
 
 
   Hosted by kapook.com