.:: ลักษณะค่านิยมของสังคมไทยในอดีต - คลังปัญญาไทย ::. .:: คลังปัญญาไทย : PanyaThai.or.th ::.
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
ลักษณะค่านิยมของสังคมไทยในอดีต
 

จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี

Jump to: navigation, search

ลักษณะค่านิยมของสังคมไทยในอดีต วิถีชีวิตของสังคมไทยในอดีต ส่วนใหญ่ยึดมั่นสืบทอดตามบรรพบุรุษ พ่อแม่ และญาติผู้ใหญ่ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความสุขสบาย ไม่อยากให้ใครได้รับความเดือดร้อน วิถีชีวิตเป็นแบบเรียบง่ายไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง แม้ว่าจะมีระบบข้ากับเจ้า บ่าวกับนายก็ตาม ค่านิยมของสังคมไทยในอดีตมีลักษณะดังนี้

๑. ยึดมั่นในพระพุทธศาสนา คนไทยในอดีตส่วนใหญ่ยึดมั่นและปฏิบัติตามหลักธรรมในพระพุธศาสนา เพราะเมื่อทำแล้วเกิดความสบายใจ มีความสุขจากการทำบุญ ทำให้คนมีจิตดี มีความอ่อนโยน มีเมตตา กรุณา การประพฤติตามหลักธรรมคำสอนทำให้คนเป็นคนดี อีกทั้งยังเป็นการสืบทดพระพุทธศาสนาให้ยืนยาวอีกด้วย

๒. เชื่อในเรื่องกฎแห่งกรรม เป็นแนวทางให้สังคมไทยในอดีตเกิดความกลัว ละอายต่อการทำบาป เพราะเมื่อตายแล้วต้องตกนรก ทำให้เกิดการทำบุญหรือทำความดี เพื่อหนทางสู่สวรรค์นั่นเอง

๓. เชื่อในเรื่องของวิญญาณ ภูตผีปีศาจ มีความเชื่อในเรื่องอำนาจลึกลับที่มีอยู่เหนือมนุษย์ สามารถบันดาลให้เกิดสิ่งดีหรือสิ่งร้าย ด้วยเหตุนี้จึงมีพิธีกรรมเกิดขึ้นมากมายซึ่งเป็นความเชื่อในเรื่องไสยศาสตร์ เช่น เชื่อในเรื่องเจ้าที่เจ้าทาง ผีบ้านผีเรือน เป็นต้น

๔. ยกย่องระบบศักดินา เป็นความเชื่อที่ว่าเป็นผู้มีบารมี ความร่ำรวย บุคคลในตระกูลสูศักดิ์ คือ ผู้ที่เทพเจ้าบันดาลให้มาเกิดจึงได้รับการยกย่องและเกรงกลัว

๕. เคารพผู้อาวุโส อาจหมายถึงผู้ที่สูงด้วยอายุ ด้วยคุณวุฒิและวัยวุฒิ มีความเชื่อว่าผู้อาวุโสมีประสบการณ์ มีความสามารถ เช่นสำนวนที่ว่า “ ผู้ใหญ่อาบน้ำร้อนมาก่อน ” การเคารพผู้อาวุโสจะทำให้มีความสุขและเจริญก้าวหน้า


๖. มีชีวิตขึ้นอยู่กับธรรมชาติ เพราะการประกอบอาชีพจะอาศัยแม่น้ำ ลำคลอง หรือจากน้ำฝน มีการหาของป่า ถ้าปีใดเกิดการแห้งแล้งจะเป็นปัญหาทางการเกษตรเป็นอย่างยิ่ง เพราะยังไม่มีการคิดค้นเทคโนโลยีสมัยใหม่

๗. เชื่อถือเรื่องโชคลาง เมื่อชีวิตขึ้นอยู่กับธรรมชาติ จึงเชื่อว่าสิ่งลึกลับจะช่วยให้เกิดสิ่งดีหรือสิ่งร้ายได้ และมีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตมาก เช่น เสียงทักของจิ้งจก ตุ๊กแก ขณะออกจากบ้าน เมื่อได้ยินเสียงก็ให้เลิกล้มความตั้งใจเสีย หรือเลื่อนเวลาเดินทางออกไป

๘. ต้องการเป็นที่ยอมรับของสังคม แสดงถึงการพึ่งพาอาศัยกัน มีการปรึกษาหารือ ทำให้ชีวิตไม่เหงา รู้สึกตนเองยังมีคุณค่าในสังคม

๙. ยึดมั่นในจารีตประเพณี คนส่วนใหญ่ต่างยอมรับกฎเกณฑ์ที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาว่าเป็นสิ่งที่ดีงาม และต้องรักษาแบบแผนไว้สืบต่อไป การไม่ปฏิบัติตามย่อมจะถูกตำหนิและเป็นที่รังเกียจของสมาชิกในสังคม

๑o. นิยมการมีอำนาจและบารมี เนื่องจากสภาพในสังคมในอดีตเป็นระบบศักดินา จึงทำให้กลุ่มผู้มีอำนาจพยายามสร้างซึ่งเป็นการส่งผลให้เกิดบารมีให้เกิดขึ้นกับตนเอง นำไปสู่การเป็นผู้มีจิตใจกว้างขวาง มีเมตตาต่อผู้ยากไร้ทำให้เกิดระบบอุปถัมภ์

๑๑. ชอบพึ่งพาอาศัยกันและกัน สังคมไทยในอดีตมีความเข้าใจไว้วางใจกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน หรือแม้แต่งานที่ต้อง ใช้เวลาจำกัด เช่น การทำนา ทำไร่ หรือจัดงานบุญที่บ้านหรือวัด ก็นิยมช่วยเหลือกันเรียกประเพณีนิยมนี้ว่า “ การลงแขก ” เป็นต้น

๑๒. พึงพอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่ เป็นการใช้ชีวิตแบบสันโดษ เพื่อสองคล้องกับหลักธรรม เป็นกลุ่มอนุรักนิยมมากกว่าการแสวงหาความก้าวหน้า ต้องการความสบายใจ การทำงานจะไม่เป็นระบบ ไม่มีการวางแผนชีวิตใน ระยะยาว

 
 
 
   Hosted by kapook.com