Views
จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี
[แก้ไข] ศาลปกครอง
ศาลปกครอง หมายถึง องค์กรของฝ่ายบริหารที่ได้จัดตั้งขึ้นเป็นพิเศษ แยกต่างจากศาลยุติธรรม มีอำนาจหน้าที่พิจารณาชี้ขาดปัญหาในทางปกครอง ที่เอกชนไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตลอดจนวินิจฉัยชี้ขาดกรณีที่เจ้าพนักงานของรัฐได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมจากการสั่งการของผู้บังคับบัญชา
ศาลปกครอง คือ ศาลที่มีอำนาจในการพิจารณาคดีปกครอง ซึ่งเป็นคดีที่มีข้อพิพาทระหว่างฝ่ายปกครองด้วยกันเอง หรือฝ่ายปกครองกับเอกชน ประเทศที่มีศาลปกครอง ถือว่าเป็นประเทศที่มีระบบศาลคู่ คือมีศาลปกครองแยกออกไปจากศาลยุติธรรม ประเทศที่มีศาล ปกครองจะมีระบบกฎหมายปกครองเฉพาะ ใช้กับความสัมพันธ์ระหว่างเอกชนกับฝ่ายปกครอง ประเทศต้นแบบคือฝรั่งเศส ต่อมามีการนำไปใช้ในประเทศต่าง ๆ เช่น เยอรมันนี อิตาลี ฯลฯ
ระบบกฎหมายปกครองเฉพาะที่ใช้ในประเทศที่มีศาลปกครอง เป็นหลักกฎหมายที่เกิดขึ้นโดยคำพิพากษาของศาล โดยศาลจะวางหลักกฎหมายปกครองโดยใช้นิติวิธีทางกฎหมายมหาชน คือ ประสานประโยชน์ระหว่างเอกชนและประโยชน์สาธารณะ หรือประสิทธิภาพในการดำเนินงานของฝ่ายปกครอง โดยในประเทศฝรั่งเศสได้สร้างหลักกฎหมายหลายเรื่องที่ประสานประโยชน์ ดังกล่าว เช่น หลักกฎหมายในเรื่องความรับผิดของฝ่ายปกครอง สัญญาทางปกครอง เป็นต้น
ปัจจุบันประเทศไทยได้นำศาลปกครองมาปรับใช้โดยรัฐธรรมนูญได้บัญญัติในเรื่องนี้เอาไว้ และได้มี พ.ร.บ.ที่เกี่ยวกับศาลปกครองออกมารองรับแล้ว
ศาลปกครอง คือศาล ที่มีหน้าที่ พิจารณาคดีปกครอง ระหว่างรัฐ กับราษฎร หรือระหว่างองค์กรของรัฐ ด้วยกันเอง ทั้งนี้ เป็นศาล ที่จัดตั้งขึ้น โดยเฉพาะ แยกต่างหาก จากศาลยุติธรรม การจัดตั้ง ศาลปกครอง พิจารณาคดี ระหว่างรัฐ กับราษฎร มีเหตุผลสำคัญ อยู่ 2 ประการ คือ
ประการที่หนึ่ง รัฐในปัจจุบัน มีบทบาท และความรับผิดชอบ ในชีวิต และความเป็นอยู่ ของประชาชนมากขึ้น ซึ่งหมายความว่า อำนาจของรัฐ มีมากขึ้น เป็นเงาตามตัวด้วย การกระทบกระทั่ง ระหว่างรัฐ กับราษฎร ก็ต้องมากขึ้น ศาลยุติธรรม คงจะไม่สามารถ รับพิจารณาคดีปกครอง ได้ทั้งหมด และอำนวยผลดี
ประการที่สอง การพิพาท ระหว่างรัฐ กับราษฎร เป็นการพิพาท ที่มีลักษณะพิเศษ แตกต่างไปจาก การพิพาท ระหว่างเอกชน กับเอกชน คือเป็นการพิพาท ที่คู่กรณี ไม่อยู่ในฐานะ เสมอภาคกัน เพราะฉะนั้น การใช้หลักกฎหมายธรรมดา ในคดีปกครอง คงจะไม่ถูกต้องนัก หรือศาล ไม่สามารถ ให้ความเป็นธรรม แก่ราษฎร ได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ มองในแง่ ความยุติธรรม ที่ราษฎร จะพึงได้รับ เนื่องจากรัฐ มีอำนาจ เหนือกว่า ราษฎร จากการที่ การพิพาท ระหว่างรัฐ กับราษฎร มีลักษณะพิเศษดังกล่าว หลักกฎหมาย ที่จะนำมาใช้ ปรับคดี เพื่อความเป็นธรรม ทั้งสองฝ่าย ก็ควรจะต้อง เป็นหลักกฎหมายพิเศษ เช่นกัน และหลักกฎหมายดังกล่าวนี้ ศาลปกครองเท่านั้น จะสร้างขึ้นมาได้ ศาลปกครอง จะทำหน้าที่ ประสานประโยชน์ ระหว่างรัฐ กับราษฎร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การคุ้มครอง สิทธิ เสรีภาพ ของราษฎร และพิทักษ์อำนาจรัฐ มิให้อำนาจรัฐ ทำลายเสรีภาพ ของราษฎร และเสรีภาพของราษฎร ทำลายอำนาจรัฐ ศาลปกครอง จะทำให้ทั้งสองอย่าง เข้ากันได้ โดยรักษา ประโยชน์ ของส่วนรวมไว้ได้ และขณะเดียวกัน ก็ให้ความยุติธรรม แก่ราษฎร มีแนวความคิด ทางการเมือง และการปกครอง เกิดขึ้น ในปัจจุบัน ที่น่าสนใจคือ การที่ประชาชน มอบอำนาจ ให้รัฐบาล จัดการปกครองประเทศ เพื่อความผาสุก ของตนแล้ว ใครจะเป็นผู้คอยควบคุมดูแล หรือปกครองรัฐบาล อีกทีหนึ่ง จะมีวิธีการ อย่างใด และมีขอบเขต แค่ไหน ที่ข้าราชการ ผู้ใช้อำนาจ จะถูกควบคุม เพื่อป้องกัน มิให้ใช้อำนาจ ไปในทางผิด ในการปฏิบัติทั่วไป การควบคุมรัฐบาล ในระบอบประชาธิปไตย แม้จะมีสภาผู้แทนราษฎร และสื่อมวลชนต่างๆ ทำหน้าที่ ควบคุม รัฐบาลอยู่แล้ว แต่ก็กล่าวได้ว่า เป็นการควบคุม ที่ห่างเหินเกินไป หลายประเทศ ได้คิดค้น กลไก ควบคุมฝ่ายบริหาร ขึ้นเป็นพิเศษ ซึ่งแต่ละประเทศ ก็มีวิธีปฏิบัติ แตกต่างกันไป อาจจะสรุป ได้เป็นแบบใหญ่ๆ ได้ 4 วิธีคือ
- แบบฝรั่งเศสซึ่งมีกลไกควบคุมฝ่ายปกครองโดยศาลปกครอง
- จัดให้มีศาลปกครองพิเศษเป็นแผนกหนึ่งของศาลยุติธรรม ดังที่ปฏิบัติอยู่ในสหพันธรัฐเยอรมัน
- วิธีพิจารณาคดีพิเศษ เฉพาะข้าราชการ บางประเภท ที่ใช้อำนาจหน้าที่มิชอบ เช่น การฟ้องร้องประธานาธิบดี รองประธานาธิบดี และข้าราชการพลเรือนอื่นๆ ต่อสภาสูง (Senate) ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเรียกว่า Impeachment
- จัดให้มี Ombudsman ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ ที่รัฐสภาแต่งตั้ง ให้มีอำนาจหน้าที่ รับเรื่องราวร้องทุกข์ จากประชาชน ผู้เห็นว่า สิทธิของตน ถูกละเมิด โดยการกระทำ ของฝ่ายปกครอง อาจเป็นการกระทำ นอกเหนือกฎหมาย หรือการใช้ดุลพินิจ อันไม่สมควร ดังที่ปฏิบัติ อยู่ในประเทศ นิวซีแลนด์ ฟินแลนด์ สวีเดน และ เดนมาร์ค
ประเทศ ในภาคพื้นยุโรป หลายประเทศ มีศาลปกครอง ทำหน้าที่ พิจารณาคดี อันเป็นกรณี พิพาท ระหว่างรัฐ กับประชาชน องค์การ ของรัฐ ด้วยกันเอง และข้าราชการ กับประชาชน ซึ่งประสบผลสำเร็จ เป็นอย่างดี ศาลปกครองดังกล่าวนี้ จะถือหลัก ว่าด้วย ความถูกต้อง ในการใช้อำนาจ ของรัฐ และหลักการ ว่าด้วย ความรับผิดชอบ ของรัฐ
หลักการแรก หมายความว่า อำนาจรัฐ ที่มีอยู่ จะต้องใช้ อย่างถูกต้อง ตามกฎหมาย หรือศาลปกครอง เป็นผู้ควบคุม การใช้อำนาจ ของรัฐ ส่วนหลักการ ข้อที่สอง ที่ว่า อำนาจของรัฐ ต้องใช้ อย่างมีความรับผิดชอบ หมายถึงการกระทำใดๆ ของรัฐ ที่ก่อให้เกิด ความเสียหาย แก่ประชาชน รัฐจะต้องชดใช้ ค่าเสียหาย หรืองดเว้น ปฏิบัติ เพื่อมิให้ ความเสียหาย เกิดขึ้น
การจัดตั้ง ศาลปกครอง ที่ประเทศต่างๆ ปฏิบัติอยู่ จำแนกออกได้เป็น 2 ระบบ คือ ให้ศาลปกครอง ขึ้นต่อศาลยุติธรรม และแยกศาลปกครอง ออกเป็นศาลหนึ่ง ต่างหาก มีองค์การ และเจ้าหน้าที่ ของตนเอง ไม่ขึ้นต่อศาลยุติธรรม
ระบบแรก มีจุดอ่อนอยู่ที่ว่า หลักกฎหมาย ที่ใช้ในศาลปกครอง และศาลยุติธรรม มีข้อแตกต่างกัน หรือจะทำให้ เหมือนกัน ได้ยาก ในทางปฏิบัติ จึงมักจะเกิด ความสับสน เมื่อมีการอุทธรณ์ ฎีกา จากศาลปกครอง ไปสู่ศาลยุติธรรม เพราะศาลปกครอง จะใช้หลักกฎหมาย อย่างหนึ่ง ศาลยุติธรรม จะใช้หลักกฎหมาย อีกอย่างหนึ่ง
ส่วนประเทศ ที่แยกศาลปกครอง และศาลยุติธรรม ออกจากกัน หรือใช้ระบบศาลคู่ คือ แยกศาล ออกเป็นสองสาย ในแต่ละสาย มีศาลสูงสุด ของตัวเอง ศาลทั้งสอง ต่างเป็นอิสระ ต่อกัน และต่างมีหน้าที่ ของตน อย่างไรก็ดี ระบบที่แยกศาล ออกเป็นสองสายนี้ ก็มีปัญหา ยุ่งยากเหมือนกัน กล่าวคือ เกิดความขัดแย้งกันใน 3 รูป ได้แก่ การขัดแย้งกัน ในอำนาจศาล รูปหนึ่ง การขัดแย้งกัน ในเรื่องของการปฏิเสธ ให้ความยุติธรรม ทั้งนี้ โดยแต่ละศาล วินิจฉัยว่า ตนไม่มีอำนาจ พิจารณาคดี อีกรูปหนึ่ง และการขัดแย้งกัน ในรูปที่สาม เป็นการขัดแย้งกัน ในการตัดสิน ของศาล กรณีเช่นนี้ อาจเกิดขึ้นได้ เมื่อศาลยุติธรรม และศาลปกครอง พิจารณาคดีเดียวกัน แต่การตัดสินของศาล ขัดกัน เช่น นาย ก อาศัยรถยนต์ส่วนตัว ของนาย ข ไปทำธุรกิจ รถคันที่นาย ก นั่งไป เกิดชนกับรถ ของทางราชการ และได้รับบาดเจ็บสาหัส ประการแรก ทีเดียว นาย ก อาจจะฟ้องคนขับรถ ที่ตนนั่งไป ต่อศาลยุติธรรม ซึ่งศาลยุติธรรม อาจจะวินิจฉัยว่า ผู้ที่จะต้องรับผิดชอบนั้น คือคนขับรถราชการ และแนะนำ ให้ไปฟัง ศาลปกครอง นาย ก ไม่รู้จะไปฟ้อง ณ ศาลใด อย่างไรก็ดี ในฝรั่งเศส ซึ่งเป็นแบบฉบับ ของการใช้ ระบบศาลคู่ ได้แก้ปัญหาขัดแย้งนี้ โดยการจัดตั้ง ศาลปกครองพิเศษขึ้น เรียกว่า Tribunal des Conflite หรือศาลพิจารณา การขัดแย้ง ประกอบด้วย ผู้พิพากษา ของศาลยุติธรรมสูงสุด และศาลปกครองสูงสุด แต่ละฝ่าย จำนวนเท่ากัน ศาลนี้จะทำหน้าที่วินิจฉัยว่า ศาลยุติธรรม หรือศาลปกครอง มีเขตอำนาจหน้าที่ เหนือคดี และศาลนี้ จะต้องตัดสินคดีเอง หากศาลยุติธรรม และศาลปกครอง ตัดสินชี้ขาด ขัดแย้งกัน
เป็นสิ่งที่น่าสังเกตว่า ประเทศ ที่นิยมลัทธิ กฎหมายแองโกลแซกซอน มักไม่นิยม การจัดตั้งศาลปกครอง หรือสถาบันอื่นใด ที่จะทำการควบคุม ฝ่ายปกครอง นอกเหนือไปจาก การอาศัย อำนาจของศาลยุติธรรม เพราะประเทศเหล่านั้น เห็นว่า การควบคุม ฝ่ายปกครอง ทางการเมือง และทางศาลยุติธรรม ก็เพียงพออยู่แล้ว การควบคุม ทางการเมือง หมายถึง การที่ฝ่ายปกครอง ต้องรับผิดชอบ ต่อรัฐสภา และข้าราชการประจำ ต้องรับผิดชอบ ต่อข้าราชการ ฝ่ายการเมือง ซึ่งต้องรับผิดชอบ ต่อราษฎร อีกต่อหนึ่ง การบริหาร ราชการ ก็ต้องอยู่ในกรอบ ของกฎหมาย ผู้ที่รู้สึกว่า ตนได้รับความไม่เป็นธรรม จากการกระทำ อันมิชอบ ของข้าราชการ ก็อาจขอความยุติธรรม จากศาลยุติธรรม ซึ่งมีอำนาจ ที่จะยกเอากฎหมาย ที่บัญญัติ โดยรัฐสภา หรือกฎหมาย จารีตประเพณี และหลักความยุติธรรม ทั่วไป มาใช้ ในการพิจารณา พิพากษาคดี ให้เกิดความยุติธรรม ขึ้นได้
แต่ในประเทศ ที่นิยม ลัทธิกฎหมายโรมัน มีความเห็นว่า ศาลยุติธรรม ไม่สามารถ คุ้มครองสิทธิ ของประชาชน ได้อย่างเพียงพอ และการดำเนินคดี ในศาลยุติธรรม มักจะยุ่งยาก สลับซับซ้อน และสิ้นเปลือง ค่าใช้จ่าย รวมทั้ง ต้องใช้เวลามาก และประการสำคัญที่สุด ก็คือ ศาลยุติธรรม จะไม่สามารถ อำนวยความยุติธรรม ให้แก่ประชาชน ได้อย่างแท้จริง เพราะคู่พิพาท ไม่อยู่ในฐานะ เท่าเทียมกัน แต่ถ้ามีศาลปกครอง โดยเฉพาะแล้ว ศาลปกครอง จะใช้กฎหมายปกครอง มาปรับคดี ซึ่งสามารถ จะรักษาผลประโยชน์ ของรัฐได้ และขณะเดียวกัน ก็ให้ความยุติธรรม แก่ราษฎร เป็นอย่างดี ทั้งนี้ เพราะการจัดตั้ง ศาลปกครองขึ้นมานั้น มิใช่ตั้งขึ้น มาเพียงชำระคดีเท่านั้น แต่เพื่อให้ศาลปกครอง ได้สร้างกฎหมายปกครอง ขึ้นมาด้วย ในโอกาส ที่มีคดี มาสู่ศาล ปราศจากหลักกฎหมาย ที่เหมาะสม ซึ่งศาลยุติธรรม ยากที่จะทำได้ และความยุติธรรม ก็จะบังเกิดขึ้นได้ยาก ทั้งในส่วน ที่เกี่ยวกับราษฎร และในส่วน ที่เกี่ยวกับรัฐ
ความจำเป็นและความสำคัญของศาลปกครอง
- 1. ความจำเป็นในการจัดตั้งศาลปกครอง
- - การปฏิบัติหน้าที่ในการให้บริการสาธารณประโยชน์ หน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐมีสิทธิใช้
ดุลพินิจโดยตรง ถ้าหากการใช้ดุลพินิจนั้นเป็นไปในลักษณะที่ไม่เกินกว่าสิทธิที่ได้รับมอบ
- - ที่ผ่านมาเอกชนไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการใช้ดุลพินิจของหน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ
- - เมื่อมีการฟ้องร้องกันขึ้น ศาลยุติธรรมจึงระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง ที่จะไม่ก้าวล่วงไปพิจารณาพิพากษา
กรณีพิพาทที่เกิดขึ้น เนื่องจากถือหลักว่า ในระบอบประชาธิปไตย อำนาจอธิปไตยควรแยกเป็นอิสระ กันอย่างเด็ดขาด
- - กรณีพิพาทระหว่างเอกชนกับหน่วยงานของรัฐ มีลักษณะพิเศษแตกต่างจากคดีทั่วไปที่ดำเนินการใน
ศาลยุติธรรม
- - ด้วยเหตุนี้ศาลปกครองจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะใช้ควบคุมการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายปกครอง และ
เป็นที่พึ่งสุดท้ายของเอกชนและของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม
- 2. ความสำคัญของศาลปกครอง
- - ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยนั้น ฝ่ายบริหารจะควบคุมและต้องรับผิดชอบการปฏิบัติงานของ
เจ้าหน้าที่ของรัฐ
- - ตามหลักของการแบ่งแยกอำนาจอธิปไตย หากปล่อยให้ฝ่ายบริหารเป็นผู้พิจารณาความผิดความถูกใน
การปฏิบัติงานด้วยตัวเอง โดยไม่มีองค์กรอื่นเป็นตัวถ่วงดุลแล้ว จะหาความยุติธรรมที่แท้จริงได้ยาก
- - องค์กรตุลาการจึงเป็นสถาบันที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้มีหน้าที่รักษากฎหมายให้เกิดความเป็นธรรม ดังนั้น
ศาลปกครองจึงเป็นสถาบันหนึ่งที่จัดตั้งขึ้นเพื่อให้มีหน้าที่รับผิดชอบในการควบคุมฝ่ายปกครองใน การปฏิบัติหน้าที่
ขอขอบคุณข้อมูลจาก











