Views
จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี
พระบิดาเป็นเศรษฐีทอง พระสวามีเป็นกษัตริย์องค์แรกของเมืองหลวงใหม่ แต่พระนางเองเคยหนีภัยพม่าซอกซอนไปในป่าลึก
เมื่อ พ.ศ. 2305 พระเจ้าเอกทัศน์ทรงแต่งตั้งบุคคล 3 คน ให้มีบรรดาศักดิ์ ดังต่อไปนี้
“สิน” อายุ 28 ปี ให้เป็นที่หลวงยกกระบัตร เมืองตาก
“ทองด้วง” อายุ 26 ปี ได้เป็นที่หลวงยกกระบัตร เมืองราชบุรี
“บุญมา” เป็นที่นายสุดจินดา มหาดเล็กหุ้มแพร
ที่นำเรื่องการแต่งตั้งบุคคลทั้งสามมาเริ่มเรื่อง “สมเด็จพระอมรินทรามาตย์” นี้ก็เพราะว่า เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญที่สุด ที่ทำให้พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ ได้พบพระราชินีคู่ใจ
เรื่องนี้เกิดขึ้นที่ราชบุรี
เมื่อ “ทองด้วง” หรือ “หลวงยกกระบัตรเมืองราชบุรี” หรือ “พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก” มารับราชการอยู่ที่ราชบุรีนั้น ได้ชอบพอเสน่หาสาวงามคนหนึ่ง อันเป็นธิดาของเศรษฐีทอง มีนามว่า “นาก” เมื่อความสัมพันธ์ได้ดำเนินไปถึงขั้นสุด และได้ทำการวิวาหมงคลเรียบร้อยแล้ว “ทองด้วง” ก็ได้ไปอยู่ร่วมกันภายในบ้านภรรยา ซึ่งตั้งอยู่ตำบลอัมพวา บางช้าง แขวงเมืองราชบุรี เขตแดนติดต่อกับเมืองสมุทรสงคราม
ครั้นเมื่อ พ.ศ. 2310 กรุงศรีอยุธยาแตก บ้างเมืองระส่ำระสาย พม่าเข้าเมืองได้ก็เผาบ้านช่องวัดอาราม และข่มเหงราษฎร คนไทยได้พากันหนีเข้าป่าไปเป็นอันมาก รวมทั้ง “บุญมา” ด้วย “บุญมา” ได้ดั้นด้นมาหา “ทองด้วง” พี่ชายที่ราชบุรี แต่รู้ข่าวว่าพี่ชายก็หนีเข้าป่าไปเหมือนกัน จึงเที่ยวตามหา “ทองด้วง” ซึ่งหนีมาพร้อมกับเมียและพี่สาว (แก้ว-กรมพระศรีสุดารักษ์ “พระพี่นางตำหนักแดง”) จนพบ “บุญมา” จึงเตือนพี่ชายว่า อยู่ในป่าน่ากลัวจะไม่พ้นภัยพม่า ชวนให้ไปอยู่บ้านเพื่อนที่ชลบุรีชื่อ “จันเรือง” จะปลอดภัยและเป็นทางเปลี่ยวที่พม่าไม่ผ่าน แต่หลวงยกกระบัตรปฏิเสธ อ้างว่าขัดอยู่กับเมียและพี่สาว ก็กำลังมีครรภ์อยู่ ต้องรอให้คลอดก่อนอีกอย่างหนึ่งต้องรอให้ตามหาบิดามารดาของภรรยาให้พบเสียก่อน เพราะเป็นการไม่สมควรที่พาลูกสาวให้ห่างบิดามารดายามมีภัย ตกลงเป็นอันว่า “บุญมา” ไปแต่ผู้เดียว ส่วน “ทองด้วง” กับ “นาก” ภรรยา และ “แก้ว” ทั้งสามชีวิตยังเผชิญโชคเคราะห์อยู่ในป่าอีกต่อไป
นี่คือเรื่องราวเบื้องต้นของ “นาก” หรือ สมเด็จพระอมรินทรามาตย์ พระมเหสีองค์แรกของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ปฐมวงศ์จักรี
ต่อไปนี้ขอเสนอพระราชานุกิจของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
9.00 น. เสด็จทรงบาตร
10.00 น. เสด็จออกท้องพระโรงถวายภัตตาหารเลี้ยงพระสงฆ์ในท้องพระโรง เจ้านายเข้าเฝ้าฯ และช่วยปฏิบัติพระสงฆ์เวลาฉัน พระกลับแล้วชาวพระคลังมหาสมบัติกราบบังคมทูลรายงานจ่ายเงิน แล้วเสด็จขึ้นพระแท่น ออกขุนนางข้าราชการกรมตำรวจเข้าเฝ้าถวายรายงานชำระความฎีกา แล้วเบิกขุนนางเข้าเฝ้าประภาษด้วยอรรถคดี แต่ในปลายรัชกาลเมื่อทรงพระชราเสด็จออกตอนเช้านี้ที่พระบัญชรพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ข้าราชการเฝ้าที่ชาลาริมพระที่นั่งอมรินทร์ฯ ข้างด้านตะวันตก
12.00 น. เสด็จขึ้นเสวยพระกระยาหาร และประภาษราชกิจฝ่ายในเสด็จเข้าที่พระบรรทม สำราญพระอิริยาบถ
18.00 น. เสด็จออกทั้งพระโรง ทรงสดับพระธรรมเทศนากัณฑ์ 1 ชาวพระคลังกราบทูลรายงานจ่ายสิ่งของต่าง ๆ มหาดเล็กกราบทูลรายงานการก่อสร้างพระอาการเจ้านายประชวร และอาการป่วยของพระราชาคณะ หรือข้าราชการผู้ใหญ่ซึ่งโปรดให้เอาอาการมากราบทูล
เสด็จขึ้นพระแท่นออกขุนนางเบิกข้าราชการทั้งฝ่ายทหารและฝ่ายพลเรือนเข้าเฝ้าฯ กราบทูลใบบอกหัวเมือง ประภาษราชการแผ่นดินและการทัพศึก
22.00 น. เสด็จขึ้น
เป็นอันสิ้นพระราชานุกิจประจำวัน แต่ถ้าเป็นเวลามีศึกสงคราม หรือมีราชการสำคัญเสด็จขึ้นถึง 1.00-2.00 น. ของวันใหม่
เมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2352 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก เสด็จสวรรคต ณ พระที่นั่งสิบเอ็ดห้อง (พระที่นั่งไพศาลทักษิณ) ด้วยพระโรคชรา
ทรงมีพระราชโอรสธิดาด้วยกรมสมเด็จพระอมรินทรามาตย์ พระบรมราชเทวี 10 พระองค์ พระองค์ที่สำคัญที่สุด คือ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร ซึ่งได้เสด็จขึ้นครองราชสมบัติต่อมา ทรงพระนามว่า พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ประสูติเมื่อกรมสมเด็จพระอมรินทรามาตย์เสด็จหนีภัยพม่าเข้าไปอยู่ในป่า คราวกรุงแตกเมื่อพระบาทสมเด็จพระยุทธยอดฟ้าฯ เสด็จสวรรคตแล้ว กรมสมเด็จพระอมรินทรามาตย์ ก็ยังดำรงพระชนมชีพอยู่ต่อไปจนถึงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าฯ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าฯ โปรดให้ตั้งพระราชพิธีสถาปนาพระเกียรติยศ สนองพระเดชพระคุณสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นสมเด็จกรมพระอมรินทรามาตย์
แหล่งอ้างอิง
- 49 ราชินีไทย / พิมาน แจ่มจรัส
- รักบ้านเกิด.คอม











