Views
จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี
[แก้ไข] สาธารณภัย (Disaster)
สาธารณภัย เป็นภัยที่เกิดขึ้นมาพร้อมกับมนุษยชาติ ซึ่งได้เริ่มมีการศึกษาเกี่ยวกับสาธารณภัยในครั้งแรกเมื่อ ค.ศ. 1917 (พ.ศ. 2460) โดยผู้ศึกษา คือ SamuelH.Prince ศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบทางสังคมจากการระเบิดของเรือบรรทุกอาวุธที่อ่าวฮาลิแฟกซ์ ในวาสโกเดีย ผลจากการศึกษาดังกล่าวทำให้นักวิชาการรุ่นหลังให้ความสนใจและใช้เป็นพื้นฐานในการศึกษาทางด้านสาธารณภัยต่อมา ปัจจุบันสถานการณ์ด้านสาธารณภัยได้กลายเป็นปัญหาสำคัญของประเทศที่กำลังพัฒนา รวมทั้งประเทศไทยกล่าวคือยิ่งมีการพัฒนาประเทศ ด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่มากขึ้นเพียงใดสาธารณภัยก็ยิ่งเพิ่มความรุนแรงมากขึ้นเป็นเงาตามตัวจนเป็นที่กล่าวโดยทั่วไปว่าสาธารณภัย คือโรคที่เกิดจากการพัฒนาประเทศอย่างไม่เป็นระบบและไร้ทิศทาง ความหมายของสาธารณภัย
สาธารณภัย ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ให้ความหมายว่า ภัยที่เกิดกับคนหมู่มาก เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม ฯลฯ
พระราชบัญญัติป้องกันฝ่ายพลเรือน (2522) ให้ความหมายของสาธารณภัยว่า อัคคีภัย วาตภัย อุทกภัย ตลอดจนภัยอื่น ๆ อันมีมาเป็นสาธารณะไม่ว่าเกิดจากธรรมชาติหรือมีผู้ทำให้เกิดขึ้น ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิต ร่างกายของประชาชน หรือความเสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชนหรือรัฐ นอกจากนี้ยังมีคำอื่น ๆ ที่มีความหมายเกี่ยวข้องกับสาธารณภัยได้แก่
ภัยฝ่ายพลเรือน (สำนักงานเลขาธิการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน 2541: 4-5) หมายถึง ภัยพิบัติที่สร้างความสูญเสียแก่ชีวิต ร่างกายและทรัพย์สินของประชาชนหรือรัฐอย่างกว้างขวางและรุนแรง ได้แก่ สาธารณภัยภัยทางอากาศ และการก่อวินาศภัย ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อขวัญกำลังใจของคนในชาติ จึงจำเป็นต้องได้รับการบำบัดช่วยเหลือและฟื้นฟูบูรณะให้กลับคืนสู่สภาพเดิมอย่างรีบด่วนโดยหน่วยงานของรัฐ
ภัย ตามความหมายในพระราชบัญญัติป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน พ.ศ. 2522 แบ่งภัยออกเป็น 2 ประเภท คือ สาธารณภัย และภัยด้านความมั่นคง
สาธารณภัย ประกอบด้วย อุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย แผ่นดินไหว อาคารถล่ม ภัยจากภัยแล้ง ภัยจากสารเคมีและวัตถุอันตราย ภัยจากไฟป่า ภัยจากอากาศหนาว ภัยจากการคมนาคมและขนส่ง
ภัยด้านความมั่นคง ประกอบด้วย การก่อวินาศกรรมการชุมนุมประท้วง และก่อการจลาจล
ภัยพิบัติ (ระเบียบกระทรวงการคลัง พ.ศ. 2540) หมายถึง สาธารณภัย อันได้แก่ อัคคีภัย วาตภัย อุทกภัย ภัยแล้ง ภาวะฝนแล้ง ฝนทิ้งช่วง ฟ้าผ่า ภัยจากลูกเห็บ ภัยอันเกิดจากไฟป่า ภัยจากโรค หรือการระบาดของแมลง หรือศัตรูพืชทุกชนิดอากาศหนาวจัดจนสัตว์ต้องสูญเสียชีวิต ภัยสงคราม และภัยอันเนื่องมาจากการกระทำของผู้ก่อการร้าย ตลอดจนภัยอื่น ๆ อันมีมาเป็นสาธารณะไม่ว่าเกิดจากธรรมชาติหรือมีผู้ทำให้เกิดขึ้น ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิต ร่างกายของประชาชนหรือความเสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชนหรือรัฐ
อุบัติภัย หมายถึง ภัยที่เกิดจากอุบัติเหตุ โดยที่อุบัติเหตุหมายถึง อันตรายที่เกิดขึ้นโดยมิได้ตั้งใจมาก่อน อุบัติภัยมาจากคำว่า อุบัติ แปลว่า การเกิดขึ้น กำเนิด + คำว่าภัย แปลว่า สิ่งที่น่ากลัว หรืออันตราย ปัจจุบันคำว่าอุบัติภัยนิยมใช้กันอย่างกว้างขวาง และจะใช้แทนคำว่า อุบัติเหตุ ซึ่งมีความหมายเหมือนกัน โดยเป็นคำที่มาจากภาษาอังกฤษว่า accident ซึ่งหมายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่ตั้งใจ
สรุปได้ว่า สาธารณภัย หมายถึง ภัยหรืออันตรายที่ทำให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิต ทรัพย์สินและสิ่งอื่นๆ อย่างรุนแรงประกอบด้วยลักษณะ ดังนี้
1. ภัยที่เกิดขึ้นกับคนหมู่มาก
2. อาจเกิดขึ้นได้ทุกเวลาหรือทุกสถานที่อย่างกระทันหันหรือค่อย ๆ เกิดขึ้น
3. เป็นอันตรายต่อชีวิตและร่างกายของประชาชน
4. เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชนหรือรัฐ
5. เกิดความต้องการในสิ่งจำเป็นพื้นฐานอย่างรีบด่วนสำหรับผู้ประสบภัย
ประเภทของสาธารณภัย
แบ่งตามลักษณะการเกิดหรือสาเหตุ ได้เป็น 2 ประเภท คือ สาธารณภัยธรรมชาติ และสาธารณภัยจากมนุษย์
1. สาธารณภัยธรรมชาติ (Natural Disaster) เป็นสาธารณภัยที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มักเกิดขึ้นตามฤดูกาลเป็น ส่วนใหญ่ แต่บางครั้งอาจเกิดขึ้นโดยกะทันหันก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย จิตใจ ทรัพย์สินและสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ซึ่งได้แก่
- อุทกภัย เป็นภัยอันเกิดจากภาวะน้ำท่วม จากพายุ ฝนตกหนัก พายุหมุน การทำลายป่า การทรุดตัวของดิน ลักษณะอาจเป็นน้ำท่วมเฉียบพลัน หรือน้ำท่วมแบบค่อยเป็นค่อยไป หรือแบบไม่เฉียบพลัน
- วาตภัย คือ ภัยที่เกิดจากแรงลมและพายุ สามารถแบ่งลักษณะของวาตภัยได้ตามความเร็วลม สถานที่ที่เกิดวาตภัย เช่น พายุฟ้าคนอง พายุดีเปรสชั่น พายุโซนร้อน พายุไต้ฝุ่น
- อัคคีภัย คือ ภัยที่เกิดจากเพลิงไหม้เป็นภัยที่ก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิต และทรัพย์สิน มีแนวโน้มในการเกิดขึ้นบ่อยและสร้างความสูญเสียมากขึ้นทุกปี
- อากาศหนาวผิดปกติ เช่น ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ซึ่งภูมิประเทศเป็นที่ราบสูง ประกอบกับได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมที่พัดพาความหนาวเย็นจากประเทศจีนเข้าสู่พื้นที่ดังกล่าวทำให้ประชาชนซึ่งอยู่บริเวณหุบเขาและเชิงเขาหนาวมาก ซึ่งพบว่าในบางปีของฤดูหนาวจะมีอุณหภูมิต่ำมาก
- คลื่นความร้อน ( heat waves ) ก่อให้เกิดความร้อนผิดปกติ มักพบในประเทศเขตหนาว ทำให้ผู้ป่วยโรคหัวใจเสียชีวิตมากขึ้น
- ภัยแล้ง ( droughts ) เป็นภัยที่ทำให้เกิดความอดอยาก ขาดแคลน เนื่องจากการขาดน้ำ ในประเทศไทยมักเกิดจากขาดฝน ความแห้งแล้งของพื้นที่ก่อให้เกิดผลเสียในการผลิตผลทางการเกษตร เป็นทุพภิกภัยอย่างหนึ่ง
- แผ่นดินถล่ม ( Land Slides ) ในประเทศไทยมักจะพบแผ่นดินถล่มเกิดขึ้นเนื่องจากมีฝนตกหนักมาก ดินบริเวณภูเขาอุ้มน้ำไว้จนเกิดการอิ่มตัวและไม่สามารถอุ้มน้ำไว้ได้อีกจึงพังทลายลงมา ทั้งนี้คุณสมบัติการอุ้มน้ำของดินอาจมีปัจจัยอื่นเกี่ยวข้องด้วย เช่น โคลนถล่มที่บ้านน้ำก้อ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ และที่อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ ซึ่งส่วนมากจะเกิดพร้อมกับอุทกภัย
- การระบาดของโรค เช่น อหิวาตกโรค โรคฉี่หนู
- ภัยจากฝูงสัตว์และแมลง
2. สาธารณภัยจากมนุษย์ เป็นสาธารณภัยที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ โดยอาจเกิดจากสิ่งประดิษฐ์ของมนุษย์ที่ประดิษฐ์เพื่อความสุขสบาย หรือเพื่อประหัตประหารกัน เช่น
- ภัยจากการจราจร ได้แก่
1. ภัยทางอากาศ เช่น เครื่องบินตก เครื่องบินชนกัน เครื่องบินระเบิด ยานอวกาศตก
2. ภัยทางบก เช่น รถชนกัน
3. ภัยทางน้ำ เช่น เรือล่ม เรือชนกัน
4. ภัยทางราง เช่น รถไฟชนกัน รถไฟตกราง รถไฟฟ้าตกราง
- ภัยจากการประกอบอาชีพ ทั้งภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม เช่น อุบัติเหตุจากการใช้เครื่องมือเครื่องจักร อุบัติเหตุจากความร้อน อุบัติเหตุจากการตกจากที่สูง อุบัติเหตุจากความไม่เป็นระเบียบ เป็นต้น
- ภัยจากความไม่สงบของประเทศ เช่น การจลาจล การปฏิวัติ การก่อวินาศกรรม การก่อการร้าย สงคราม ซึ่งผลที่ทำให้เกิดสาธารณภัยจากสงครามจะรุนแรงหรือไม่ขึ้นอยู่กับผลร้ายของอาวุธที่นำมาประหัตประหารกัน เช่น นิวเคลียร์ เชื้อโรค หรือ สารเคมี เป็นต้น
- ภัยจากไฟฟ้า อัคคีภัย ทำให้เกิดการบาดเจ็บ สูญเสียชีวิตจากแผลไหม้ ความร้อน ควันไฟ การขาดอากาศ
- ภัยจากวัตถุอันตราย ได้แก่ ภัยจากวัตถุอันตรายที่ใช้ในอุตสาหกรรม ภัยจากวัตถุอันตรายที่ใช้ในการเกษตร สาธารณสุข การอุปโภคและบริโภค
- ภัยจากความเจริญทางเทคโนโลยี ความเจริญก้าวหน้าดังกล่าวจะมีความเสี่ยงสูงมากขึ้นเมื่อเกิดสาธารณภัย เช่น เมื่อเกิดไฟไหม้ของอาคารสูงระบบการเคลื่อนย้ายย่อมช้าและมีความยุ่งยากซับซ้อนกว่าอาคารปกติรวมทั้งเกิดพิษจากสารเคมีที่ใช้กับเฟอร์นิเจอร์ของอาคาร หรือแม้กระทั่งเครื่องใช้ประจำสำนักงาน เช่น คอมพิวเตอร์, น้ำยาลบคำผิด ฯลฯ การมีมาตรการความปลอดภัย ที่ดีก็อาจจะเป็นความเสี่ยงเมื่อเกิดสาธารณภัย เช่น ประตูที่ใช้ระบบเปิดปิดอัตโนมัติหรือลิฟท์ หากมีความขัดข้องก็อาจจะปิดและเปิดไม่ได้ตามปกติ ประชาชนที่ติดค้างอยู่ก็เสี่ยงที่จะได้รับอันตราย และภัยที่มาจากข้อมูลข่าวสารในยุคโลกไร้พรหมแดนอย่างอินเตอร์เน็ตที่มีภาพลามกอนาจาร หรือการฝึกทำระเบิดเพื่อใช้ก่อวินาศกรรมที่มีในเวปไซด์ เป็นต้น
สาธารณภัยที่แบ่งตามลักษณะการเกิด ในบางชนิดอาจเกิดได้ทั้งธรรมชาติและจากสาเหตุมนุษย์ เช่น อัคคีภัย อาจจะเกิดขึ้นได้ทั้งการสันดาปขึ้นเองหรือจากการลอบวางเพลิง ไฟไหม้ป่า อาจเกิดจากการเสียดสีของกิ่งไม้ หรือจากการลอบเผาป่า อุทกภัย อาจเกิดจากฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก หรือการกักน้ำ เช่น การก่อสร้างฝายหรือเขื่อนปิดกั้นลำน้ำไว้เพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้ง พอถึงฤดูฝนฝายหรือเขื่อนดังกล่าวจะเป็นตัวปิดกั้นทำให้ระบายน้ำไม่ทันก่อให้น้ำเอ่อท่วมซึ่งเป็นอีกสาเหตุหนึ่งซึ่งเกิดจากการกระทำของมนุษย์ที่พยายามจะเปลี่ยนแปลงสภาพธรรมชาติ จึงก่อให้เกิดน้ำท่วมบ้านเรือน การระบาดของโรค อาจเกิดจากโรคระบาดเองโดยตรง หรือการใช้สงครามเชื้อโรค
ขอขอบคุณข้อมูลจาก











