.:: หลวงวิจิตรวาทการ - คลังปัญญาไทย ::. .:: คลังปัญญาไทย : PanyaThai.or.th ::.
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
หลวงวิจิตรวาทการ
 

จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี

Jump to: navigation, search

        พลตรี หลวงวิจิตรวาทการ เป็นนักคิดนักเขียนคนสำคัญของไทย เกิดเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2441 ที่จังหวัดอุทัยธานี บิดามารดามีอาชีพค้าขาย อายุ 8 ขวบเข้าเรียนที่โรงเรียนวัดขวิด ต.สะแกกรัง เมื่อจบประถมศึกษา บิดาได้นำไปฝากให้บวชสามเณรอยู่กับพระมหาชุ้ย วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร ท่านถึงแก่อสัญญกรรมเมื่อ วันที่ 30 มีนาคม พ.ศ.2505

ภาพ:Vijit.jpg


สารบัญ

[แก้ไข]
หลวงวิจิตรวาทการ

[แก้ไข] ประวัติ

        นามเดิมของท่าน คือ กิมเหลียง วัฒนปดา เกิดเมื่อ วันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2441 ท่านเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ และนักปราชญ์ราชทูตที่มีความสามารถท่านหนึ่งของไทย ท่านมีความรู้เชี่ยวชาญในศิลปะวิชาการทุกด้านทุกสาขา เช่น การทูต การเมือง การปกครอง การศึกษา ปรัชญา จิตวิทยา ประวัติศาสตร์ สังคม ตลอดจนศิลปะ วรรณคดี และการละคร ผลงานของท่าน เช่น ท่านได้ประพันธ์เพลงปลุกใจ ต้นตระกูลไทย เลือดสุพรรณ และท่านยังมีส่วนร่วมที่สำคัญ ในการสร้างโรงละครแห่งชาติจนสำเร็จ

[แก้ไข] การศึกษา

        จบการศึกษาจากโรงเรียนจังหวัดอุทัยธานี จบเปรียญ ๕ ประโยค สำนักวัดมหาธาตุ กรุงเทพฯ เรียนกฎหมายไทย สอบได้ภาค 1 แล้วออกไปรับราชการ เป็นผู้ช่วยเลขานุการ ในสถานทูตไทย พ.ศ.2463 เรียนกฎหมายและรัฐศาสตร์ ที่ฝรั่งเศส พ.ศ.2469

[แก้ไข] การดำรงตำแหน่ง

        ในปี พ.ศ.2461 ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุอยู่ที่วัดมหาธาตุ เมื่อลาสิกขาบทแล้ว ได้เข้าทำงานในกระทรวงการต่างประเทศ และได้เรียนวิชากฎหมายไทย ที่โรงเรียนกฎหมายกระทรวงยุติธรรม พ.ศ.2463 ได้ย้ายไปทำงานประจำอยู่ที่สถานทูตไทย กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และได้ศึกษาวิชาการและภาษาต่างๆ จนสามารถที่จะ... “...เมื่ออายุได้ 25 - 26 ปี ข้าพเจ้ารู้ภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศสอย่างใช้การได้ รู้ภาษาไทยพอที่จะแต่งหนังสือออกเผยแพร่ รู้ภาษาบาลีจากชั้นปฐมวัย ข้าพเจ้าอ่านภาษาเยอรมัน อิตาเลียน สเปน โปรตุเกสได้ หลังจากอายุ 40 ปี ข้าพจ้าตัดสินใจเข้าโรงเรียนใหม่ โดยเริ่มเรียนภาษาเยอรมันเมื่ออายุ 47 ปี เริ่มเรียนภาษากรีกและภาษาลาตินอย่างจริงจัง ขณะถูกจับคุมขังโดยกองทัพอเมริกันก็เริ่มศึกษาหลักไวยากรณ์...” ต่อมาได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ วิชาการทูต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปริญญาดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ วิชาเศรษฐศาสตร์สหกรณ์ จาก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และปริญญาอักษรศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

  • พ.ศ.2467 ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองอำมาตย์เอก และรับพระราชทานบรรดาศักดิ์ เป็นหลวงวิจิตรวาทการ รับราชการประจำอยู่ที่สถานทูตไทย ในกรุงปารีส และเป็นผู้จดรายงานการประชุมใหญ่สันนิบาตชาติ
  • พ.ศ.2469 เป็นเลขานุการสถานทูตไทย ประจำกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ
  • พ.ศ.2471 เป็นปลัดกรม กองสันนิบาตชาติ กระทรวงการต่างประเทศ
  • พ.ศ.2472 เป็นหัวหน้ากองการกงสุล / หัวหน้ากองการทูต / หัวหน้ากองการเมือง ตามลำดับ
  • พ.ศ.2475 เป็นผู้ช่วยอธิบดี กรมการเมือง และอาจารย์ผู้สอนวิชาประวัติศาสตร์สากล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้ลาออกไปทำหนังสือพิมพ์ไทยใหม่ หลังจากที่คณะราษฎรได้เปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองได้สำเร็จ
  • พ.ศ.2476 กลับเข้ามารับราชการใหม่ ตำแหน่ง เจ้ากรมประกาศิต (กรมพิธีการทูต) และเป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ
  • พ.ศ.2477 ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น อธิบดีกรมศิลปากร / เลขาธิการราชบัณฑิตสถานและจัดตั้งโรงเรียนนำดุริยางค์ขึ้น ซึ่งต่อมาคือ วิทยาลัยนาฏศิลป์ กรมศิลปากร และสร้างโรงละครชั่วคราวขึ้น จากการเก็บเงินรายได้ จากละครเรื่องเลือดสุพรรณ เป็นเงิน 6,500 บาท ในยุคนั้น
  • พ.ศ.2480 / 2483 ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการและรัฐมนตรีสั่งราชการกระทรวงศึกษาธิการ
  • พ.ศ.2486 / 2488 เป็นเอกอัครราชทูต ประจำกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และถูกจับในคดีอาชญากรสงคราม ต่อมาปีรุ่งขึ้นจึงกลับมาเมืองไทย และพ้นโทษ เพราะศาลฎีกาพิพากษาให้คดีดังกล่าวเป็นโมฆะ จึงหันมาเขียนนวนิยายแทน เช่น ห้วงรัก เหวลึก

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

 
 
 
   Hosted by kapook.com