Views
จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี
โวหารภาพพจน์ (FIQUE OF SPEECH) มีความหมายตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานฉบับ พ.ศ. 2545 ว่า "คำพูดที่เป็นสำนวนโวหาร ทำให้นึกเห็นภาพ" หนังสือวรรณสารวิจักษณ์ เล่ม 2 กล่าวว่า โวหารภาพพจน์ หมายถึงถ้อยคำที่เรียบเรียงโดยไม่กล่าวอย่างตรงไปตรงมา ผู้ประพันธ์มีเจตนาให้ผู้อ่านเข้าใจ และเกิดความรู้สึกประทับใจยิ่งขึ้นกว่าการใช้คำบอกเล่าธรรมดา กวีหรือผู้ประพันธ์จะมีวิธี ใช้ภาพพจน์ได้หลายวิธี
สารบัญ |
[แก้ไข] โวหารภาพพจน์
โวหารภาพพจน์ คือ กลวิธีการนำเสนอสารโดยการพลิกแพลงภาษาที่ใช้พูด หรือเขียนให้แปลกออกไปจากภาษาตามตัวอักษรทำให้ผู้อ่านเกิดภาพในใจ เกิดความประทับใจ เกิดความรู้สึกสะเทือนใจ เป็นการเปรียบเทียบให้เห็นภาพอย่างชัดเจน
ลักษณะของโวหารภาพพจน์
- อุปมา
- อุปลักษณ์
- ปฏิพากย์
- อติพจน์
- บุคลาธิษฐาน
- สัญลักษณ์
- นามนัย
- สัทพจน์
ซึ่งโวหารแต่ละชนิดจะมีลักษณะที่แตกต่างกัน
[แก้ไข] อุปมา
คือ การเปรียบเทียบว่าสิ่งหนึ่งเหมือนกับสิ่งหนึ่งโดยใช้คำเชื่อมที่มี ความหมายเช่นเดียวกับ คำว่า " เหมือน " เช่น ดุุจ ดั่ง ราว ราวกับ เปรียบ ประดุจ เฉก เล่ห์ ปาน ประหนึ่ง เพียง เพี้ยง พ่าง ปูน ฯลฯ
แต่ควรสังเกตเพิ่มเติมด้วย ไม่ใช่เห็นคำเหล่านี้แล้วรีบตัดสินว่าเป็นอุปมา .... ต้องสังเกตดูด้วยว่ามีความเปรียบหรือไม่ ถ้ามีความเปรียบละก็แสดงว่าเป็นอุปมา ตัวอย่างเช่น
- ปัญญาประดุจดังอาวุธ
- ไพเราะกังวานปานเสียงนกร้อง
- ท่าทางหล่อนราวกับนางพญา
- จมูกเหมือนลูกชมพู่
- ปากเธอเหมือนกระจับอ่อนๆ
- ตาเหมือนตามฤคมาศ
- ประดุจแก้วเกาทัณฑ์
- สูงระหงทรงเพรียวเรียวลูด
- พิศแต่หัวจรดเท้าขาวแต่ตา
- คิ้วก่งดังก่งเขาดีดฝ้าย
- หูกลวงดวงพักตร์หักงอ
- สองเต้าห้อยตุงดังถุงตะเคียว
- เสวยสลายาจุกพระโอษฐ์อม
- ใบหูเหมือนทอดมันร้อนๆ
- ฟันเรียงสลอนเหมือนข้าวโพดพันธุ์ดี
- พิศคิ้วพระลอราชก่งนา
- งามละม้ายคล้ายอูฐกะหลาป๋า
- สองแก้มกัลยาดังลูกยอ
- จมูกละม้ายคล้ายพร้าขอ .
- ลำคอโตตันสั้นกลม
- โคนเหี่ยวแห้งรวบเหมือนบวบต้ม
- มันน่าเชยน่าชมนางเทวี
[แก้ไข] อุปลักษณ์
ก็คล้ายกับอุปมาโวหารคือเป็นการเปรียบเทียบเหมือนกัน แต่เป็นการเปรียบเทียบ สิ่งหนึ่งเป็นอีกสิ่งหนึ่ง
อุปลักษณ์จะไม่กล่าวโดยตรงเหมือนอุปมา แต่ใช้วิธีกล่าวเป็นนัย ให้เข้าใจเอาเอง ที่สำคัญ อุปลักษณ์จะไม่มีคำเชื่อมเหมือนอุปมา
ตัวอย่างเช่น
- ขอเป็นเกือกทองรองบาทา ไปจนกว่าชีวันจะบรรลัย
- ทหารเป็นรั้วของชาติ
- เธอคือดอกฟ้าแต่ฉันนั้นคือหมาวัด
- เธอเป็นดินหรือเธอเป็นหญ้าแท้จริงมีค่ากว่าใครนิรันดร์
- ชาวนาเป็นกระดูกสันหลังของชาติ
- ครูคือแม่พิม์ของชาติ
- ชีวิตคือการต่อสู้ ศัตรูคือยากำลัง
[แก้ไข] ปฏิพากย์ หรือ ปรพากย์
คือการใช้ถ้อยคำที่มีความหมายตรงกันข้าม หรือขัดแย้งกันมากล่าว อย่างกลมกลืนกันเพื่อเพิ่มความหมายให้มีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น
- เลวบริสุทธิ์
- บาปบริสุทธิ์
- สวยเป็นบ้า
- สวยอย่างร้ายกาจ
- สนุกฉิบหาย
- สวรรค์บนดิน
- ยิ่งรีบยิ่งช้า
- น้ำร้อนปลาเป็น น้ำเย็นปลาตาย
- เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย
- รักยาวให้บั่น รักสั้นให้ต่อ
- แพ้เป็นพระ ชนะเป็นมาร
[แก้ไข] อติพจน์ หรือ อธิพจน์
คือโวหารที่กล่าวเกินความจริง เพื่อเน้นความรู้สึก ทำให้ผู้ฟังเกิดความรู้สึกที่ลึกซึ้ง
ภาพพจน์ชนิดนี้นิยมใช้กันมากแม้ในภาษาพูด เพราะเป็นการกล่าวที่ทำให้เห็นภาพได้ง่ายและแสดงความรู้สึกของกวีได้อย่างชัดเจน
ตัวอย่างเช่น
- คิดถึงใจจะขาด
- คอแห้งเป็นผง
- ร้อนตับจะแตก
- หนาวกระดูกจะหลุด
- การบินไทยรักคุณเท่าฟ้า
- คิดถึงเธอทุกลมหายใจเข้าออก
- เอียงอกเทออกอ้างอวดองค์ อรเอย
ในกรณีที่ใช้โวหารต่ำกว่าจริงเรียกว่า "อวพจน์"
ตัวอย่างเช่น
- เล็กเท่าขี้ตาแมว
- เพียงชั่วลัดนิ้วมือเดียว
- รอสักอึดใจเดียว
[แก้ไข] บุคลาธิษฐาน หรือ บุคคลวัต
คือการกล่าวถึงสิ่งต่างๆ ที่ไม่มีชีวิต ไม่มีความคิด ไม่มีวิญญาณ เช่น โต๊ะ เก้าอี้ อิฐ ปูน หรือสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่มนุษย์ เช่น ต้นไม้ สัตว ์ โดยให้สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ แสดงกิริยาอาการและความรู้สึกได้เหมือนมนุษย์ (บุคลาธิษฐาน มาจากคำว่า บุคคล + อธิษฐาน หมายถึง อธิษฐานให้กลายเป็นบุคคล )
ตัวอย่างเช่น
- มองซิ..มองทะเล เห็นลมคลื่นเห่จูบหิน
- บางครั้งมันบ้าบิ่น กระแทกหินดังครืนครืน
- ทะเลไม่เคยหลับไหลใครตอบได้ไหมไฉนจึงตื่น
- บางครั้งยังสะอื้น ทะเลมันตื่นอยู่ร่ำไป
[แก้ไข] สัญลักษณ์
เป็นการเรียกชื่อสิ่งๆหนึ่งโดยใช้คำอื่นมาแทน ไม่เรียกตรงๆ ส่วนใหญ่คำที่นำมาแทนจะเป็นคำที่เกิดจากการเปรียบเทียบและตีความซึ่งใช้กันมานานจนเป็นที่เข้าใจและรู้จักกันโดยทั่วไป
ตัวอย่างเช่น
[แก้ไข] นามนัย
คือการใช้คำหรือวลีซึ่งบ่งลักษณะหรือคุณสมบัติของสิ่งใด สิ่งหนึ่งแทนอีกสิ่งหนึ่ง คล้ายๆสัญลักษณ์ แต่ต่างกันตรงที่ นามนัยนั้นจะดึงเอาลักษณะบางส่วนของสิ่งหนึ่งมากล่าว ให้หมายถึงส่วนทั้งหมด
ตัวอย่างเช่น
[แก้ไข] สัทพจน์
หมายถึงภาพพจน์ที่เลียนเสียงธรรมชาติ เช่น เสียงดนตรี เสียงสัตว์ เสียงคลื่น เสียงลม เสียงฝนตก เสียงน้ำไหล ฯลฯ การใช้ภาพพจน์ประเภทนี้จะทำให้เหมือนได้ยินเสียงนั้นจริง ๆ
ตัวอย่างเช่น
- ลูกหมาร้องบ๊อก ๆ ๆ ลุกนกร้องจิ๊บๆๆ ลูกแมวร้องเหมียว ๆ ๆ
- เปรี้ยง ๆ ดังเสียงฟ้าฟาด
- ตะแลกแต๊กแต๊กตะแลกแต๊กแต๊ก กระเดื่องดังแทรกสำรวลสรวลสันต์
- คลื่นซัดครืนครืนซ่าที่ผาแดง
- น้ำพุพุ่งซ่า ไหลมาฉาดฉาน เห็นตระการ เสียงกังวาน
- มันดังจอกโครม จอกโครม มันดังจอก จอก โครม โครม
- บัดเดี๋ยวดังหง่างเหง่งวังเวงแว่ว
- อ้อยอี๋เอียง อ้อยอี๋เอียงส่งเสียงร้อง
- เสียงลิงค่างบ่างชะนีวะหวีดโหวย กระหึมโหยห้อยไม้น่าใจหาย
- ป๊ะโท่นป๊ะโท่นป๊ะโท่นโท่น
เมื่อเข้าใจความหมายของการใช้โวหารภาพพจน์วิธีการต่าง ๆ แล้ว ลองวิเคราะห์ บทเพลงร่วมสมัย จากตัวอย่างข้างล่าง
ตัวอย่างโวหารภาพพจน์ในบทเพลงของธงไชย แมคอินไตย์
การศึกษาโวหารภาพพจน์โดยใช้บทเพลงร่วมสมัย เป็นการใช้ทักษะการเร้าความสนใจแบบหนึ่ง และเป็นการฝึกทักษะการวิเคราะห์โวหารภาพพจน์ อันจะนำไปสู่การศึกษา โวหารภาพพจน์ในวรรณคดีไทย
ขอขอบคุณข้อมูลจาก















