Views
จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี
ไม้เลื้อยกินได้ หรือ ไม้เลื้อยริมรั้ว ไม่ว่าจะเป็นตำลึง ฟักแฟง แตงร้าน และอื่นๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะปลูกอย่างตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม พืชพันธุ์เหล่านี้เป็นเพื่อนร่วมทุกข์ร่วมสุขของมนุษย์มาเนิ่นนานแล้ว จนกลายเป็นวิถีชีวิตชาวบ้าน เป็นตำนานชีวิตที่พอเพียง และเพียงพอมาหลายชั่วอายุคน
สารบัญ |
[แก้ไข] มารู้จักไม้เลื้อยกินได้
ในบรรดาอาหารที่เรารับประทานกันอยู่ทุกวัน มีพืชผักจากไม้เลื้อยอยู่ด้วยจำนวนมากทีเดียว เพราะไม้เลื้อยนับเป็นพืชพรรณที่มีจำนวนมากมายโดยเฉพาะในเขตร้อนชื้นอย่างแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือแถบบ้านเรา เราได้ใช้ไม้เลื้อยตั้งแต่เป็นอาหารทั้งกินสด และกินสุก ตามปกติการกินพืชผักก็เป็นสิ่งที่มีคุณค่าโดยตรง เพราะได้รับสารอาหารทั้งเกลือแร่ วิตามินชนิดต่างๆ บางชนิดอย่างพวกถั่วก็ให้โปรตีนด้วย เรายังได้ใช้ไม้เลื้อยกินได้เหล่านี้ในฐานะสมุนไพรหรือยารักษาโรค ทั้งเถาหรือลำต้น ราก ใบ ดอก และผล ทั้งสดและตากแห้ง ด้วยการนำไปปรุงเช่นต้ม หรือประกอบกับเครื่องยาอื่น
ความคุ้นเคยของเราที่มีต่อไม้เลื้อยกินได้นั้นบางทีก็ใกล้เกินกว่าที่เราจะนึกถึงว่าเรากำลังกิน “ไม้เลื้อย” เช่นในอาหารบางชนิดที่แทบไม่มีผักเลยเช่นข้าวมันไก่ หรืออาหารจานเดี่ยวอื่นๆ ก็ยังมีแตงกวาวางเคียงมาแก้เลี่ยน ในขนมหวานแบบไทยก็เช่นฟักทองสังขยา ในของกินเล่น เช่น เมี่ยงคำก็มีใชชะพลู ไม่เว้นแม้ในนิทาน เช่น ซินเดอเรลลา ก็ยังมีรถเนรมิตจากฟักทอง หรือน้ำเต้าที่เป็นกระติกน้ำ หรือของวิเศษของบรรดาเซียนทั้งหลายในตำนานของจีน
คนเราน่าจะรู้จักกินไม้เลื้อยมานาน อาจจะนานตั้งแต่คนเรารู้จักกินอาหารนั่นเลย เพราะมีหลังฐานการกินไม้เลื้อยของคนเรานั่นคือซากฟอสซิลเมล็ดพืชชนิดหนึ่งที่พบอยู่รวมๆ กับเมล็ดข้าวเมล็ดพืชไม้เลื้อยนั้นคือน้ำเต้า แหล่งที่พบอยู่ในที่ที่สันนิษฐานกันว่าน่าจะเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยหรือชุมชนโบราณก่อนประวัติศาสตร์ที่มีอายุราว 3,000 ปีมาแล้วในจังหวัดแม่ฮ่องสอน
เมื่อคนเรารู้จักกินพืชผัก ก็มีพืชไม้เลื้อยชนิดต่าง ๆ ที่ถูกกินเช่นพืชวงษ์แตง เช่น แตงกวา และแตงร้าน แตงโม ฟักแฟง ตำลึง น้ำเต้า วงศ์ถั่ว เช่น ถั่วพู ถั่วลันเตา ถั่วฝักยาว ถั่วแขก กินแม้กระทั่งไม้เลื้อยที่มีดอกสวยงาม เช่น พวงชมพู ขจร และดอกผักปลัง ยังมีพวกที่เป็นเครื่องเทศ เช่น พริกไทย ดีปลี ใบชะพลู หรือเคี้ยวเล่นอย่างใบพลูที่กินกับหมาก หรือผลไม้อย่างเสาวรส องุ่น แตงโม และแตงไทย
ไม้เลื้อยที่นำมาเป็นอาหารเหล่านี้มักเป็นพืชที่ปลูกง่าย ทนทานต่อโรคและสภาพภูมิอากาศของบ้านเรา หลายชนิดแทบไม่ต้องการดูแลมากมายอะไรเลย เพราะดั้งเดิมก็เคยเป็นไม้ที่ขึ้นอยู่ตามป่า ตามดงมาก่อนอย่างใบย่านาง ฟักข้าว
การปลูกพืชผักไว้รับประทานเองจึงได้รับความสนใจมากขึ้นทุกที เพราะปัจจุบันเราไม่อาจหลีกเลี่ยงพืชผักที่มีสารปนเปื้อน ทั้งยาฆ่าแมลงและความสกปรกจากการขนส่ง และพืชผักปลอดสารพิษก็มีราคาค่อนข้างแพง การปลูกพืชไว้กินเองจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและปลอดจากสารพิษได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ และมีประโยชน์ในทางจิตใจเพิ่มเติมมากับดอกผลที่จะได้รับประทานอีกด้วย
เพราะความที่ไม้เลื้อยเหล่านี้ปลูกง่ายนี่เอง จึงสามารถปลูกเป็นไม้สวนครัวประจำบ้านก็ได้ เพียงมีที่ทางเล็กน้อย หรือพื้นที่เริ่มต้นเพียง 1 ตารางเมตรก็สามารถลงมือปลูกเลี้ยงไม้เลื้อยไว้ เชยชมและเก็บดอกผลมารับประทานได้ เช่น พริกไทย หรือ ดีปลี ที่ไม่จำเป็นต้องใช้เนื้อที่มากมายหรือตำลึงเถาน้อยๆ สักต้น ถึงไม่มีที่ที่เป็นดิน ไม้เลื้อยบางชนิดก็ยังปลูกลงในกระถางได้ด้วย เช่น แตงกวาเถาเล็กๆ เพียงไม้ค้างไว้ให้เลื้อยบ้างก็พอ
นอกจากกินได้ ไม้เลื้อยเหล่านี้บางชนิดก็มีความสวยงาม บางชนิดใบสวย บางชนิดดอกงาม ไม่ปลูกไว้กินก็ปลูกไว้ชมก็ได้ หรือปลูกประดับสวนก็ให้ความเพลิดเพลิน เช่นดีปลีที่ใบสวยเป็นมัน ดอกผลเมื่อสุกก็เป็นสีแดงสวย พวงชมพู สลิด หรือขจรนั้นเป็นไม้ประดับที่แสนหวานอยู่แล้ว
หากเราได้ลองปลูกต้นไม้ด้วยตัวเราเอง โดยเฉพาะปลูกไว้รับประทานเอง จะปลูกเป็นพืชสวนครัว หรือประดับสวน นอกจากจะได้รับประทานพืชผักปลอดสารพิษจากบ้านเราเอง ยังได้รับความเพลิดเพลินและภูมิใจจากที่ได้เห็นต้นไม้นั้นเติบโต ออกดอกออกผลที่เกิดจากความทะนุถนอม ดูแล และเก็บมากินด้วยตัวเราเอง
[แก้ไข] ทำอย่างไร ถ้าสนใจจะปลูก
ข้อแนะนำหนึ่งก็คือ ชอบกินผักอะไรก็ปลูกชนิดนั้น เหมือนเวลาที่เรารู้สึกอยากทำอะไรที่เราชอบแล้วก็มักจะทำได้ดีเพราะมีแรงบันดาลใจนั่นเอง
อย่าไปเชื่อว่าคนที่ปลูกต้นไม้ได้ดีนั้นคือ “คนมือเย็น” และคนมือร้อนคือคนที่ปลูกแม้กระทั่งพลูด่างยังไม่รอด ทั้งนี้การปลูกต้นไม้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับมือ หรือ ดวง หากแต่อยู่ที่ความรักและการเอาใจใส่ และต้องเรียนรู้อุปนิสัยชองพืชว่าชอบดิน ชอบแสงมากน้อยอย่างไร ฤดูกาลที่ผลิดอกหรือเติบโต ชอบน้ำหรือความชื้นมากน้อยประการใด ต้นไม้ก็เหมือนคนที่มีอุปนิสัยหรือความชอบต่าง ๆ กัน ซึ่งต้นไม้ส่วนใหญ่นิสัยดี ไม่ค่อยก่อความยุ่งยากให้ผู้ปลูกมากมาย น้ำน้อยไปนิด แสงมากไปหน่อยก็ยังมีความอดทนเพียงพอที่จะเติบโตให้เราชื่นชม การปลูกสวนครัวไว้ในบ้านนั้นเป็นการทุ่นเวลาการออกไปจับจ่ายที่ตลาดสด หรือเดี๋ยวนี้ต้องตามซูเปอร์มาร์เก็ต และช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซื้อหาอาหารผักอีกด้วย
ค่าใช้จ่ายในการปลูกผักประเภทไม้เลื้อยไม่ได้สูงมากมายอาจต้องจ่ายค่าดิน ปุ๋ย และอุปกรณ์บ้างเล็กน้อย อุปกรณ์ก็เช่น ค้าง สำหรับให้พืชเกาะเกี่ยวซึ่งหากมีเพียงเศษกิ่งไม้หรือไม้ไผ่ที่แข็งแรงพอก็อาจไม่ต้องซื้อหาเลยก็ได้ และหากรั้วบ้านเป็นไม้ระแนง ไม้ไผ่ แม้กระทั่งผนังปูน ยิ่งไม่ต้องเปลืองค่าทำค้างเลย แต่หากจะปลูกอย่างเป็นกิจลักษณะ ก็อาจใช้ซุ้มเหล็กก็ได้ ซึ่งอาจต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายขึ้นอีกเล็กน้อย
น้ำที่ใช้รดพืชผักในบ้าน อาจใช้น้ำที่เหลือจากการใข้ในบ้านก็ยังได้ เช่น น้ำที่เหลือจากการล้างเนื้อสัตว์หรือล้างปลา น้ำที่เหลือจากการซักผ้า สลับกับน้ำสะอาด ๆ
ฤดูกาลที่เหมาะสมก็คือฤดูผน เพราะมีความชุ่มชื้นในอากาศมาก หากบางครั้งที่เรารีบร้อนจนลืมว่าต้องดูแลต้นไม้ ฝนจะได้ช่วยให้ต้นไม้เลื้อยที่เราเพาะปลูกไว้ให้ได้รับน้ำอย่างสม่ำเสมอ
[แก้ไข] ดินสำหรับการเพาะปลูกไม้เลื้อย
เริ่มจากการเตรียมดิน ขั้นแรกให้ลองสำรวจดินที่บ้านของคุณว่ามีสภาพอย่างไร มีความโปร่งหรือร่วนซุย เป็นดินเหนียวหรือไม่ หากดินไม่ค่อยสมบูรณ์นัก หรือมีแร่ธาตุน้อยเกินไป ควรปรับปรุงด้วยการเตรียมดิน ดังนี้
เริ่มจากการปรับพื้นที่ ขุดดินให้ร่วน ให้มีความลึกประมาณ 20 – 30 เซนติเมตร พลิกดินให้ด้านบนลงไปอยู่ด้านล่างเพื่อตากแดดไว้ประมาณ 1 สัปดาห์ การตากดินนี้เป็นการฆ่าเชื้อโรคด้วยแสงแดดด้วยอีกประการหนึ่ง
ขั้นต่อมา เมื่อดินแห้งดีแล้วจึงค่อยๆ ย่อยดินให้เล็กลงด้วยการใช้เสียม หรือจอบค่อยๆ ฟันดิน ผสมปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักคลุกเคล้าลงไปในดิน ไม่ควรใช้ปุ๋ยเคมี เพราะอาจทำให้ดินแข็งเกินไป และดินเสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ควร เมื่อผสมแล้วควรแต่งดินให้เรียบ
[แก้ไข] เมล็ดพันธุ์ และการขยายพันธุ์
เมล็ดพันธุ์ที่จะนำมาเพาะนั้น อาจได้จากเมล็ดของผลที่เรากินไม่หมดปล่อยไว้ให้แก่จนแห้ง และนำเมล็ดมาเพาะก็ได้ เช่น น้ำเต้า ฟักทอง ถั่วพู หรือเป็นเมล็ดพันธุ์ที่มีขายเป็นซอง ๆ หรืเป็นกระป๋องก็ได้ทั้งนั้น
พืชไม้เลื้อยบางชนิดสามารถเติบโตได้ง่าย เพียงแค่หว่านเมล็ดพันธุ์ลงในแปลงปลูกที่เราเตรียมดินไว้แล้ว รดน้ำสม่ำเสมอทั้งเช้าและเย็น ไม่นานก็จะงอกขึ้นมาเป็นไม้เลื้อยให้เรารีบทำค้างไว้ให้ยึดเกาะ เช่น ตำลึง
แต่ก็มีอีกหลายชนิดที่ต้องเพาะเมล็ดไว้ให้เป็นต้นกล้า ที่เมื่อโตพอประมาณก็สามารถจะนำลงปลูกในแปลงได้ หรือบางชนิดก็ไม่ต้องเพาะเมล็ด แต่ใช้การปักชำง่าย ๆ ก็ขยายพันธุ์ได้ เช่น ใบย่านาง ฟักข้าว เสาวรส
[แก้ไข] วัสดุยึดเกาะ
พืชไม้เลื้อยในวงษ์แตงมักมีมือจับงอกจากโคนก้านใบยึดยาวออกไป มือจับเหล่านี้จะมีลักษณะม้วนงอจับกับวัสดุที่ส่วนปลายการม้วนพันของมือจับจะจับด้วยความยาว 3 ใน 4 ส่วนของมือพันอีกส่วนจะใช้ค้ำยันลำต้น หรือวัสดุที่มีมือจับเกาะไว้
พืชวงศ์แตงมีเถาค่อนข้างรุงรัง คลุมพื้นที่มาก โดยปกติแล้ว อาจปลูกโดยไม่ใช้ค้างก็ได้ โดยให้เลื้อยทอดไปตามพื้นดิน เช่น แตงกวา แตงโม ฟักแฟง แต่หากมีค้างก็จะสามารถลดการใช้พื้นที่ลงได้ ให้ผลิตผลที่สวยงาม และเป็นการจัดระเบียบใหม่ให้ต้นไม้ อาจใช้ไม้ไผ่ลำเล็กที่มีลำตรงยาว ตั้งแต่สองเมตรขึ้นไป ปักลงพื้นในแนวตั้ง การปักค้างนั้นอาจปรับได้ตามแต่สภาพพื้นที่ ลักษณะของค้างก็อาจทำได้ตามความชอบใจของผู้ปลูกด้วยเช่นกัน จะปักเฉยๆ เป็นเพียงเสาต้นหนึ่ง หรือจะสานขัดเป็นรูปร่างคล้ายรั้วก็ได้
[แก้ไข] ปลูกเป็นรั้วกินได้
หากปลูกตามริมรั้วให้เลื้อยพัน อาจทำได้กับไม้เลื้อยกินได้บางชนิด เช่น ถั่วพู ตำลึง ผักปลัง เสาวรสหรือแพสชั่นฟรุตพันธุ์สีเหลือง พืชเหล่านี้ปลูกง่าย ทนทาน ไม่ต้องการการดูแลรักษามากเท่าใดนัก โดยเฉพาะในฤดูฝนที่จะเติบโตเร็วมากจนเก็บไปรับประทานไม่ทันทีเดียว
[แก้ไข] ปลูกเป็นสวนหย่อม
หากพอมีพื้นที่อยู่บ้าง อาจจัดบริเวณบ้านของคุณสักส่วนหนึ่งตามแต่สภาพพื้นที่และสภาพของแสงแดดให้เป็นสวน หากแต่สวนนั้นเต็มไปด้วยพืชผักสวนครัวและไม้เลื้อยกินได้ พืชสวนครัวหลายชนิดมีอายุนานพอที่จะจัดแต่งเป็นสวนได้ เช่น กะเพรา สะระแหน่ อาจมีกระถางใบน้อย ๆ สำหรับหัวหอมที่กำลังงอกกลายเป็นต้นหอม และซ้ำสำหรับไม้เลื้อย เช่น พริกไทย ดีปลี ถั่วพู ตำลึง หรือ เสาวรส ได้ที่ชมสวนแล้วก็ยังได้เก็บผลผลิตจากสวนหย่อมกินได้ ที่เกิดจากน้ำพักน้ำแรงของเราเองอีกด้วย
[แก้ไข] การดูแลรักษา
จริงๆ แล้วการปลูกต้นไม้นั้นไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว ทั้งหมดทั้งมวลล้วนเป็นเรื่องของหลักการคร่าว ๆ ที่ต้องนำมาปรับให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของที่ที่จะปลูก ทั้งเรื่องดิน และแสงแดดที่เป็นสิ่งสำคัญต่อการเจิรญเติบโตของต้นไม้ว่า ที่บ้าน หรือสวนของคุณนั้นมีลักษณะอย่างไร
ข้อแนะนำสำหรับมือใหม่หัดปลูก สิ่งหนึ่งที่ต้องคำนึงก็คือการดูแลรักษา นอกจากการรดน้ำตามธรรมดาในเวลาเช้าและเย็น ยังมีเรื่องของปุ๋ยซึ่งควรใส่บ้าง ทั้งนี้เน้นไปที่ปุ๋ยอินทรีย์ เช่น ปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยคอกที่ได้จากธรรมชาติมากกว่าปุ๋ยเคมี ทำให้ดินร่วนซุย ไม้เลื้อยที่เป็นพืชผักนั้นส่วนมากมักชอบดินที่ร่วน บางชนิดชอบดินร่วนปนเหนียว บางชนิดชอบดินร่วนปนทราย ซึ่งไม่ว่าจะเป็นดินร่วนอย่างไรก็ต้องระบายน้ำดี ไม้เลื้อยกินได้เหล่านี้ไม่ชอบน้ำขังหรือชื้นจนแฉะ
ข้อควรระวังก็คือ การให้ปุ๋ยเคมี กับต้นไม้อย่างสม่ำเสมอนั้น เมื่อผ่านไปสักระยะหนึ่ง โครงสร้างดินจะเปลี่ยนไป ดินจะแข็งขึ้น และทำให้การปลูกต้นไม้ในรุ่นถึดไปไม่เจริญเติบโตเท่าที่ควร
การพรวนดินนั้นอาจทำได้บ้างในกรณีที่ดินเหนียวหรือแข็งเกินไป แต่หากดินนั้นมีความร่วนซุย ระบายน้ำดีอยู่แล้วก็อาจไม่จำเป็นเลย
เมื่อปลูกต้นไม้แล้ว และงอกงามดีแล้วก็ควรดูแลด้วยการคอยเด็ดใบที่แห้งหรือเหลืองทิ้งไปบ้าง กิ่งเหลืองหรือมีแววว่า จะเน่าก็ให้ตัดออก เพื่อไม่ให้เป็นที่สะสมโรค ส่วนใบที่ยังเขียว ๆ ก็ให้พลิกดูใต้ใบว่ามีพวกหนอนหรือแมลงมาอาศัยอยู่บ้างหรือไม่ ถ้าพบหนอนหรือแมลงก็มีวิธีจัดการ ก็คือ หากไม่มามายอะไร จะปล่อยไว้ก็ย่อมได้ เพราะเป็นสวนครัวของเราเอง จะแบ่งให้สัตว์น้อย ๆ เหล่านี้กินบ้าง ก็ไม่เสียหายไปสักเท่าไร หรือหากไม่ได้รู้สึกแย่กับหนอนหรือแมลงทั้งหลายก็ให้ใช้ไม้เขี่ยออก หรือใช้มือจับออกก็ได้ แต่หากเป็นพวกบุ้ง ซึ่งเป็นหนอนชนิดหนึ่งนั้นเป็นพิษ หากไปถูกเข้าจะทำให้คัน
หากพบว่ามีแมลงมากเกินกว่าจะกำจัดได้ด้วยสองมือของเรา คงต้องพึ่งพาสารกำจัดแมลง ขอให้ใช้สารกำจัดแมลงที่ได้จากการสกัดจากธรรมชาติ เช่น สารสกัดจากสะเดา หรือตะไคร้ และขณะนี้ก็มีผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติเพื่อการนี้มากมายให้คุณเลือกซื้อหามาใช้ หรือจะทำเองก็ได้ พืชผักไม้เลื้อยที่เป็นที่โปรดปรานของแมลงก็เช่นถั่วฝักยาว
มีข้อแนะนำหรือเทคนิคง่าย ๆ ได้แก่การปลูกพืชหลายชนิดไว้บนแปลงเดียวกันเพื่อเป็นพืชกันแมลง เช่น พริกไทย ดีปลี ชะพลู แล้วปลูกพืชที่แมลงมักจะมารบกวนไว้ด้านในของแปลง วิธีนี้จะช่วยให้แมลงมารบกวนน้อยลง เพราะเรามีแนวกันชจากธรรมชาติแล้วเรียบร้อย
สำหรับไม้เลื้อยกินได้ที่มีดอกตัวผู้และดอกตัวเมียอยู่กันคนละต้น หรือคนละดอกเช่น แตงกวา บวบ ฟักเขียว มะระ เราจะช่วยให้ไม้เลื้อยติดผลได้ดีขึ้น ด้วยการเด็ดดอกตัวผู้ที่เพีงบานมาครอบลงบนดอกตัวเมียที่เพิ่งบานเช่นกัน เคาะเบา ๆ ให้ละอองเกสรตัวผู้ร่วงลงบนดอกตัวเมีย วิธีนี้จะช่วยให้ติดผลได้ดีขึ้น เราสามารถใช้ดอกตัวผู้ 1 ดอก ครอบลงบนดอกตัวเมียได้ราว ๆ 3- 4 ดอก เพียงเท่านี้ความรักของต้นไม้ก็สมหวัง ผลิตลูกให้เรารับประทานได้ดีขึ้น
การปลูกต้นไม้ไม่ว่าชนิดใดย่อมต้องการการเอาใจใส่ดูแลโดยปกติเพียงรดน้ำ และหมั่นดูเรื่องโรคและแมลงก็เพียงพอ ยังมีความเชื่ออื่น ที่อยากแนะนำ นั้นคือ การพูดคุยกับต้นไม้ที่เราปลูก พูดดี ๆ เพราะ ๆ คุยกันเหมือนเป็นเพื่อน ต้นไม้ก็จะสื่อสารกับเราได้ สามารถรับรู้สิ่งที่เราพูดออกไป หรือหากว่าไม่มีเวลาพูดลองเปิดเพลงเบา ๆ หวาน ๆ ดังพอประมาณให้ต้นไม้ฟัง เคยมีคนทำแล้ว ปรากฎว่าต้นไม้งอกงามแล้ให้ผลที่มีขนาดใหญ่ จริง ๆ แล้วหากจะลองทำก็คงไม่มีใครมองว่าแปลก เพราะถ้าเป็นคนครัวของเราก็คงไม่ต้องเขินสายตาใคร ก็ไม่ได้ทำอะไรไม่ดีสักหน่อย
มีความสุขกับการปลูกไม้เลื้อยกินได้ ได้ทั้งอาหารที่ปราศจากสารพิษ ได้ทั้งเพื่อนใกล้ชิดที่ให้ร่มเงา เติบโต และสวยงาม
[แก้ไข] ไม้เลื้อยกินได้ที่น่าปลูกเลี้ยง
- ตำลึง
- บวบ บวบเหลี่ยม บวบงู บวบหอม
- ฟัก
- ฟักทอง
- น้ำเต้า
- มะระหวาน มะเขือเครือ หรือ ฟักแม้ว
- มะระ มะระขี้นก
- แตงกวา
- แตงโม และแตงโมอ่อน
- ฟักข้าว
- ถั่วฝักยาว
- ถั่วพู
- ถั่วลันเตา
- ผักปลัง
- ขจร
- ดวกพวงชมพู
- พริกไทย
- ใบย่านาง
- ชะพลู
- ดีปลี
- เสาวรส
- แตงไทย
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
วราภรณ์ วิชญรัฐ, ไม้เลื้อยกินได้, สุรีวิยาสาส์น กรุงเทพมหานคร,2548. 120 หน้า
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต















